ไทย-เยอรมันร่วมลดก๊าซเรือนกระจกภาคน้ำเสีย ผุดเครื่องมือช่วยลด 28% ผนึก ‘อจน.’ ต่อยอด

ไทย-เยอรมันดำเนินโครงการลดโลกร้อนในระบบน้ำ-น้ำเสีย 4 ปี ลดได้ 28% ใน 4 พื้นที่นำร่อง “อจน.” เตรียมต่อยอดจัดการน้ำเสียชุมชน

องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมกันจัดพิธีปิดโครงการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระบบน้ำและน้ำเสีย (WaCCliM) เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2561 พร้อมเผยผลสำเร็จของโครงการฯ ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนน้ำและน้ำเสียให้แก่ 4 พื้นที่นำร่องของประเทศ ได้มากถึง 7,500 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือประมาณ 28% เมื่อเทียบกับการดำเนินงานปกติ

สำหรับโครงการ WaCCliM ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณูแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU) ภายใต้แผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ให้เริ่มดำเนินงานในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2557 โดยมีจุดประสงค์เพื่อแนะนำเทคโนโลยีการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนน้ำและน้ำเสีย สนับสนุนให้มีนโยบายรองรับ และบูรณาการการถอดบทเรียนเข้าสู่แนวทางสากล

ในส่วนของประเทศไทยได้รับคำแนะนำทางด้านแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการน้ำเสียใน 4 พื้นที่นำร่อง ได้แก่ เทศบาลนครเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เทศบาลเมืองกระบี่ จ.กระบี่ และเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี และทางด้านนโยบายกับ อจน. เพื่อเป็นรากฐานและกรอบการทำงานสำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการน้ำเสียชุมชนในอนาคต

ทั้งนี้ ผลงานที่ได้จากความร่วมมือภายในโครงการฯ คือ Energy Performance and Carbon Emissions Assessment and Monitoring (ECAM) เครื่องมือตัวแรกที่ใช้คำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งใช้ในการติดตามผล รายงาน และทวนสอบ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคส่วนน้ำประปาและน้ำเสีย โดยผลที่ได้จากโครงการฯ จะเป็นแนวทางให้ระบบน้ำเสียแห่งอื่นๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป

นายชีระ วงศบูรณะ รักษาการผู้อำนวยการ อจน. กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นประเด็นหลักที่ อจน. ให้ความสำคัญ จึงได้ร่วมกับเทศบาลในการจัดระบบการจัดการน้ำเสียชุมชนให้มีประสิทธิภาพ และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการจัดการน้ำเสียชุมชน และผลกระทบของน้ำเสียชุมชนที่มีต่อแหล่งน้ำ เนื่องจากการบำบัดน้ำเสียและการใช้ไฟฟ้าภายในระบบบำบัดล้วนส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

“ในส่วนของเครื่องมือ ECAM ที่เราได้รับจากโครงการนั้น ได้มีการประยุกต์ไปใช้ภายในศูนย์ติดตามและรายงานสถานการณ์น้ำเสียประเทศไทย ให้มีการรายงานผลก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ สามารถแสดงผลผ่านเว็บเพจของ อจน. และเปิดให้ใช้งานผ่านเว็บไซต์ wacclim.org พร้อมทั้งมีแนวทางการคำนวณและเอกสารการฝึกอบรมให้แก่หน่วยงานอื่นๆ ที่มีความสนใจ ซึ่ง อจน.พร้อมที่จะต่อยอดการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนแห่งอื่นๆ ต่อไป” นายชีระ กล่าว

น.ส.ชุติมา จงภักดี ผู้จัดการโครงการ WaCCliM กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือคุณภาพของข้อมูล ซึ่งตลอดระยะเวลาการทำงาน GIZ และสมาคมน้ำนานาชาติ (IWA) มุ่งเน้นการฝึกอบรมให้กับพนักงาน อจน. ในด้านการสร้างความเข้าใจถึงผลจากการจัดการน้ำเสีย ที่มีต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม และการประเมินผลจากการใช้เครื่องมือ ECAM ด้วยตนเอง

“พนักงาน อจน. ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในภาคส่วนน้ำเสีย จะสามารถเข้าใจความสำคัญของการเก็บข้อมูลการทำงาน และผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบบำบัดที่ตนดูแลอยู่ เนื่องจากข้อมูลเป็นส่วนสำคัญที่จะใช้กำหนดนโยบายการจัดการน้ำเสียชุมชนในอนาคต เพื่อพัฒนาชุมชนให้สามารถก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน” น.ส.ชุติมา กล่าว

อนึ่ง ข้อมูลจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ระบุไว้ว่าการบำบัดน้ำเสียในเขตเทศบาลคิดเป็น 47.5% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนของเสีย หรือคิดเป็น 2% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทั้งประเทศ โดยแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยปี 2564-2573 ได้กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงจากภาคการจัดการน้ำเสียไว้ที่ 7 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

- Advertisement -