เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนอาจจะไม่เป็นจริง?

จุดมุ่งหมายให้โลกเดินหน้าพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นทิศทางที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) วาดหวังว่าภายในปี 2030 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้ง 17 ข้อ จะบรรลุผล

เมื่อย้อนมาดูทิศทางการพัฒนาของประเทศไทย โดยนำแนวนโยบายในปัจจุบันและกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มาเปรียบเทียบกับเป้าหมายของยูเอ็น อาจจะกล่าวได้ว่าในอีก 12 ปีข้างหน้า ภาพการพัฒนาอย่างยั่งยืนอาจเป็นแค่ภาพลวงตา

หากตั้งข้อสังเกตแบบเย้ยหยันและไม่ปฏิเสธความเป็นจริงจากการกำหนดเป้าหมายของยูเอ็น อาจพอขมวดออกมาได้อย่างน้อย 10 ประเด็น ดังนี้

  1. ยูเอ็นตั้งเป้าขจัดความยากจนทุกรูปแบบทุกสถานที่ แต่ดูนโยบายบ้านเราแล้วนิยามความยากจนอาจเป็นอุปสรรค หรือการนำความหมายนัยนี้ไปยึดโยงกับนิยามของยูเอ็น จะทำให้การแก้ปัญหาความยากจนไม่ประสบความสำเร็จ นั่นหมายถึงคนจนจะยังมีอยู่ต่อไป โดยเฉพาะภาคเกษตร คนด้อยโอกาส ฯลฯ โดยมีดัชนีความเหลื่อมล้ำคนจน-คนรวยที่ถ่างออกมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นตัวชี้วัด แต่หากปรับนิยมให้เป็น “ความพออยู่พอกิน” อาจพอมีความเป็นไปได้
  2. การขจัดความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน พูดถึงปัญหาเฉพาะหน้าในประเด็นนี้ รัฐบาลปัจจุบันยังไม่ขยับนโยบายที่พอจะตอบคำถามเรื่องการยกเลิกการใช้สารเคมีในภาคเกษตรทั้ง 3 ชนิด นั่นก็หมายความว่าคงจะไม่มีคำตอบในเรื่องนี้ที่จะนำไปสู่ความมั่นคงด้านอาหาร
  3. การรับรองการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน ทุกช่วงอายุ เป็นปัญหาที่จะค่อยๆ ปะทุ และกลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ในสังคมสุขภาพให้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ และปมปัญหานี้จะยิ่งมีความเหลื่อมล้ำมากขึ้นเรื่อยๆ ตราบที่รัฐไม่ทุบโต๊ะปฏิรูประบบสุภาพเสียใหม่ แต่สิ่งที่จะปรากฎให้เห็นคือการเข้าแถวต่อคิวหน้าสถานพยาบาลยาวเหยียดมากขึ้นในทุกๆ ที่
  4. รับรองการศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่ทุกคน ลำพังพ่อแม่ผู้ปกครองแย่งกันใช้เส้นสายยัดลูกเข้าโรงเรียนชื่อดัง ก็น่าปวดหัวต่อปัญหาในแวดวงการศึกษา คงไม่ต้องกล่าวถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ยังต้องปรับกระบวนทัศน์กันยกใหญ่
  5. ลดความเหลื่อมล้ำทั้งภายในและระหว่างประเทศ เป็นประเด็นชวนเพ้อฝัน หากรัฐคงเดินหน้าร่วมหัวจมท้ายกับมหาอำนาจสนับสนุนการค้าเสรี ซึ่งไม่เคยมีความเป็นธรรมต่อเกษตรกร
  6. ดำเนินมาตรการเร่งด่วนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ เพื่อความเป็นธรรมแก่หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบนโยบายด้านนี้ เรายังเห็นความพยายามดำเนินการในเรื่องนี้ แต่ทิศทางของนโยบายการพัฒนาประเทศกลับไม่สอดคล้องและอาจเป็นอุปสรรคให้การดำเนินการรับมือโลกร้อนบรรลุผลมากนัก โดยเฉพาะเมื่อติดตามนโยบายการเพิ่มพื้นที่ป่าและการส่งเสริมเกษตรแบบยั่งยืน
  7. การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตราบที่ท้องทะเลของบ้านเราถูกให้ค่าเป็นเพียงสินค้า ภาครัฐยังไม่เข้าใจถึงคุณค่าของทรัพยากรที่มี ย่อมเป็นเรื่องยากที่เราจะปกปักษ์รักษาทะเลทั้ง 2 ฝั่งให้อยู่ในสภาพที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะความหิวโหยรายได้ที่มาจากการท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยย้อนแย้งต่อการอนุรักษ์
  8. ปกป้อง ฟื้นฟู และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบกอย่างยั่งยืน อย่างที่กล่าวไปว่าตราบที่พื้นที่ป่าไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างจริงจัง การรักษาฐานทรัพยกรยังไม่เข้มแข็งมากพอ โอกาสที่เราจะใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศอย่างรู้คุณค่าก็คงยากจะประสบความสำเร็จ เป็นไปได้ว่าภาพการทำลายที่เพิ่มขึ้นจะมีโอกาสเสียมากกว่า
  9. ส่งเสริมสังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเด็นนี้น่าจะเว้นวรรคหรือละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า…ความสุขของสังคมไทยจะกลับมาเมื่อใด
  10. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมการปรับตัวให้เป็นอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนทั่งถึง และสนับสนุนนวัตกรรม น่าคิดไม่น้อยว่านวัตกรรมที่มุ่งส่งเสริมจากภาครัฐนั้น เป็นการส่งเสริมนวัตกรรมต่างชาติมาใช้พื้นที่และทรัพยากรในบ้านเรา หรือมุ่งเสริมสร้างศักยภาพของคนไทยให้เข้มแข็งมากขึ้นกันแน่
  11. รับรองการมีพลังงานที่ทุกคนเข้าถึงได้ เชื่อถือได้อย่างยั่งยืน และทันสมัย อาจกล่าวได้ว่าหากไม่มีการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างจริงจัง ก็คาดหวังได้ยากที่ต้นทุนด้านพลังงานจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะองค์กรของรัฐที่กุมอำนาจและผูกขาดการผลิตพลังงานโดยไม่ยอมปล่อยวางง่ายๆ
- Advertisement -