‘ไทย-เยอรมัน’ จับมือเร่งพัฒนาแรงงานช่างแอร์ ติวใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ-ลดภาวะโลกร้อน

GIZ จับมือ ก.แรงงาน ร่วมพัฒนาฝีมือแรงงานช่างแอร์-ตู้เย็น ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติครั้งแรก ตั้งเป้าอบรมช่างเทคนิค 2,000 คนใน 2 ปี

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงานช่างเทคนิคเครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำความเย็นที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2561 เพื่อพัฒนาฝีมือช่างให้มีความชำนาญ ผ่านการฝึกอบรมการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ ในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (RAC NAMA) ของ GIZ

นายพสุ ศิริเสรีวรรณ ผู้ประสานงานโครงการ RAC NAMA เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีการใช้พลังงานไฟฟ้าจากอุปกรณ์ทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ คิดเป็นกว่า 50% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในประเทศ ขณะเดียวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยกว่า 20% ยังเกิดจากภาคอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ซึ่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง โดยมีการผลิตและส่งออกเครื่องปรับอากาศเป็นอันดับ 2 ของโลก

ทั้งนี้ สารทำความเย็นที่ประเทศไทยใช้กันอยู่ส่วนมากในปัจจุบัน คือสาร HFC ประเภท R134a ซึ่งมีค่าศักยภาพทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP) สูงถึง 1,430 ซึ่งโครงการนี้จะสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนไปใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ HC ประเภท R600a และ R290 ที่มีคุณสมบัติที่ดี ทำให้อุปกรณ์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถลดการใช้พลังงาน และยังช่วยลดโลกร้อน เนื่องจากมีค่า GWP เพียง 3 เท่านั้น ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับสารทำความเย็นทั่วไป

“สำหรับสารทำความเย็นธรรมชาติ มักมีความกังวลด้านปัญหาในเรื่องของการติดไฟ แต่หากมีการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับแรงงานอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถสร้างความปลอดภัยได้ ซึ่งความร่วมมือนี้จะสนับสนุนให้แรงงานภาคบริการเตรียมความพร้อม พัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรม เพื่อส่งเสริมทักษะความรู้ด้านเทคโนโลยีสีเขียว ความปลอดภัย และอาชีวอนามัยในการทำงาน” นายพสุ กล่าว

นายฟิลิปป์ พิชเกอะ ผู้อำนวยการโครงการ RAC NAMA กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานของโครงการ RAC NAMA ที่จะพัฒนาฝีมือแรงงานไทยในสาขาเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ให้มีความชำนาญและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ด้วยการพัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงานและหลักสูตรการฝึกอบรมการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติที่ถูกต้องและปลอดภัย รวมทั้งสนับสนุนการจัดฝึกอบรมนำร่องให้กับครูฝึก

สำหรับความแตกต่างจากหลักสูตรทั่วไป คือการให้ความรู้และฝึกทักษะการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติอย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตั้งและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น เช่น มาตรวัดน้ำยาแอร์ ปั๊มสุญญากาศ สัญลักษณ์ความปลอดภัย วิธีการเติมและดูดกลับสารทำความเย็น เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งกองทุน RAC NAMA ประเทศไทย และจะจัดสรรเงินเพื่อใช้จัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับฝึกอบรมแก่ศูนย์ฝึกที่ผ่านการคัดเลือก

นางถวิล เพิ่มเพียรสิน รองอธิบดี กพร. กล่าวว่า ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนปี 2562 ของ รมว.แรงงาน ที่มอบหมายให้ กพร. ดำเนินการยกระดับทักษะฝีมือแรงงานให้เป็นแรงงานคุณภาพ (Super Worker) และพัฒนาทักษะฝีมือให้มีมาตรฐานรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) พร้อมกำชับให้ใช้แนวทางประชารัฐร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในการผลิตกำลังคนในสาขาอาชีพที่ยังขาดแคลน

นางถวิล กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือนี้ กพร. จะได้รับการสนับสนุนจาก GIZ ในแง่การถ่ายทอดความรู้ให้กับช่างเทคนิค เรื่องการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติที่ถูกต้อง การสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการฝึกอบรม รวมทั้งการส่งผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเยอรมนีมาให้ความรู้ในการฝึกอบรมให้แก่ครูฝึกของ กพร. เพื่อเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่แรงงาน พนักงานในสถานประกอบกิจการและช่างชุมชน

“คาดว่าจะมีการเริ่มฝึกอบรมได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2562 โดยตั้งเป้าฝึกอบรมครูฝึกจำนวน 48 คนทั่วประเทศ และคาดว่าจะขยายผลการอบรมแก่ช่างเทคนิค ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรอื่นๆ ให้ได้อีก 2,000 คนใน 2 ปี” นางถวิล กล่าว

- Advertisement -