นักวิจัย 500 คนพบ ‘บิ๊กตู่’ ดันโมเดล ศก.สีเขียว นายกฯชี้หลายโครงการทำไม่ได้-ประชาชนไม่เอา

ประชาคมวิจัยกว่า 500 คน เข้าพบนายกฯ เสนอโมเดลเศรษฐกิจ 3 ฐาน “ชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว” สร้างสมดุลการเติบโตควบคู่ทรัพยากรธรรมชาติ “บิ๊กตู่” ชี้รัฐบาลทำแล้วส่วนใหญ่ แต่ติดขัดเพราะประชาชนไม่เอา วอนช่วยกันทำความเข้าใจ

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำประชาคมวิจัยทั้งภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย รวมกว่า 500 คน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2561 พร้อมนำเสนอและมอบสมุดปกขาว “BCG in Action: การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy)”

สำหรับ BCG Model เป็นรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุล ระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืนของฐานทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านการนำองค์ความรู้มาต่อยอดฐานความเข้มแข็งภายในของประเทศ คือความหลากหลายทางชีวภาพ และผลผลิตทางการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมกับปรับเปลี่ยนระบบการผลิตไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อรักษาความมั่นคงทางวัตถุดิบ ความสมดุลของสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

ผู้แทนประชาคมวิจัย ระบุว่า โมเดลดังกล่าวยังเป็นการบูรณาการการพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งแนวคิดนี้ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ อย่างน้อย 5 เป้าหมาย อีกทั้งยังสอดรับกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การดำเนินการดังกล่าวบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ที่ครอบคลุม 4 เป้าหมาย ได้แก่ เกษตรและอาหาร พลังงานและเคมีชีวภาพ การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ เศรษฐกิจหมุนเวียนต้องถูกนำไปใช้กับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งจะเน้นเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าใน 3 เรื่อง คือการใช้งานผลิตภัณฑ์เต็มวงจร การแปรสภาพเพื่อกลับมาใช้ใหม่ การออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุด เมื่อเกิดการบูรณาการการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพและเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ จะส่งผลให้ประเทศไทยเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเศรษฐกิจสีเขียวที่สมบูรณ์ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูง มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมไว้ได้อย่างยั่งยืน

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ข้อเสนอ BCG in Action ที่ประชาคมวิจัยร่วมกันจัดทำนี้ จะยกระดับผลิตภาพของผู้ผลิตส่วนฐานของปิระมิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรรายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหรือชุมชน ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนและนวัตกรรมการจัดการที่จะนำไปสู่การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมผู้ประกอบการส่วนยอดปิระมิด ที่มีความพร้อมสูง มีกำลังลงทุนในเทคโนโลยี พร้อมรับความเสี่ยง และจะเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต ให้สามารถผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมสูงขึ้นหรือเป็นผู้สร้างนวัตกรรม

“เรามุ่งเป้าสู่การเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีและนวัตกรรม แทนการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตเกษตร 3-5 เท่า รวมถึงจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจชีวภาพจากมูลค่า 3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 21% ของจีดีพี ในปี 2559 เพิ่มเป็น 4.3 ล้านล้านบาท หรือ 25% ของจีดีพี ในปี 2566” นายสุวิทย์ กล่าว

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนได้ศึกษา BCG Model ตั้งแต่ช่วงวันหยุด อ่านทุกหน้าอย่างละเอียด และเห็นว่าถ้าทำได้ตามที่เสนอมาประเทศชาติรวยแน่ อย่างไรก็ตามการเรียกร้องเพื่อให้ปรับปรุงระบบ ระเบียบงบประมาณเพื่อความคล่องตัวในการทำงานนั้น รัฐบาลได้เขียนไว้แล้วยุทธศาสตร์ชาติ อยากให้ทุกคนไปศึกษาให้ครอบคลุม แล้วดูว่าจะร่วมกันต่อยอดอย่างไร เนื่องจากต้องทำงานร่วมกันในรูปแบบประชารัฐ

“ตามที่ท่านเสนอมาในรูป BCG Model นั้น รัฐบาลได้ทำไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังติดขัดที่ประชาชนไม่เอา ทำให้หลายโครงการเดินหน้าไม่ได้ พวกท่านต้องช่วยรัฐบาลโดยการลงพื้นที่ทำความเข้าใจ ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นและประโยชน์ที่จะได้รับ นักวิจัยคนไทยไม่ได้ด้อยกว่าใคร ท่านต้องช่วยผม อาจารย์ในมหาวิทยาลัยต้องให้การศึกษา สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ ทุกภาคส่วนต้องสร้างเครือข่ายของตัวเอง ไม่แยกกันทำ นอกจากนี้ยังขอให้วางโรดแมปการปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมภายใน 1-3 ปี รัฐบาลจะได้ซอยงบประมาณ และนำบรรจุในแผนแม่บทต่อไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

- Advertisement -