ใช้ประกาศ คสช.ปิดรีสอร์ทภูทับเบิกแห่งสุดท้าย สั่งถอนอาคารทั้งหมดใน 30 วันก่อน จนท.บุกรื้อ

เจ้าหน้าที่ป่าไม้นำประกาศ คสช. 35/2559 ปิดรีสอร์ทภูทับเบิกรายสุดท้าย สั่งรื้อถอนภายใน 30 วันหลังอัยการจังหวัดสั่งฟ้อง ด้านรีสอร์ทอีก 3 ราย ที่ถูกสั่งก่อนหน้าได้เริ่มทยอยรื้อแล้ว

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 นายชิต อินทระนก ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้เพชรบูรณ์ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก กรมป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ได้นำประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 35/2559 แจ้ง และปิดประกาศให้รีสอร์ทบนภูทับเบิก ได้แก่ รีสอร์ทบ้านกลางหมอก หมู่ 16 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า รื้อถอนเองภายใน 30 วัน หลังจากเจ้าพนักงานอัยการหล่มสัก มีคำสั่งฟ้องต่อศาลหล่มสักในข้อหาบุกรุกป่า พร้อมทั้งได้นำป้ายประกาศคำสั่งไวนิลขนาดใหญ่ไปปิดไว้บริเวณด้านหน้ารีสอร์ทด้วย

นายชิต เปิดเผยว่า รีสอร์ทบ้านกลางหมอก ถือเป็นรีสอร์ทแห่งสุดท้ายใน จำนวน 103 ราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีมาตั้งแต่ปี 2559 และได้ใช้คำสั่ง คสช.ที่ 35/2559 ให้ทำการรื้อถอน ภายหลังทาง จ.เพชรบูรณ์ได้มีการจัดระเบียบภูทับเบิก ซึ่งภายในระยะเวลา 30 วันนี้ ให้ผู้ประกอบกิจการรีสอร์ทบ้านกลางหมอก ทำการรื้อถอนเอง และจะผ่อนปรนอีก 7 วัน หากยังไม่มีการดำเนินการ หรือดำเนินการแล้วยังไม่เสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จะเข้ารื้อถอนเมื่อครบกำหนด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบและติดตามการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของ 3 รีสอร์ท ได้แก่ รีสอร์ทภูข้าวฟ่าง รีสอร์ทชิลแลนด์ และรีสอร์ทภูการ์เด้นท์ หลังจากครบกำหนดการรื้อถอนตามคำสั่ง คสช.ที่ 35/2559 ที่ให้เจ้าของจะต้องดำเนินการรื้อถอนเองภายใน 30 วัน และยังให้โอกาสอีก 7 วัน แต่รีสอร์ทพบว่าเจ้าของรีสอร์ททั้ง 3 ราย ยังรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไม่แล้วเสร็จ และยังแสดงท่าทีประวิงเวลา

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนายสืบศึกดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาภูทับเบิก ได้ขีดเส้นกำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 26 ต.ค. หากเจ้าของกิจการยังดื้อแพ่งในวันที่ 29 ต.ค. นี้ จะสั่งการให้คณะเจ้าหน้าที่จะเข้ารื้อถอนแทนโดยพบว่า รีสอร์ทภูข้าวฟ่าง มีการว่าจ้างผู้รับเหมาเข้ารื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างแล้วประมาณ 90% รีสอร์ทภูการ์เด้นท์ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปแล้วประมาณ 80% ขณะที่รีสอร์ทชิลแลนด์ ได้รื้อถอนเพียง 20% ดังนั้นในวันที่ 29 ต.ค นี้ เจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง

ทั้งนี้ ในการจัดระเบียบภูทับเบิกครั้งนี้มีการผ่อนปรนให้รีสอร์ทของชาวม้ง จำนวน 50 หลัง สามารถดำเนินการต่อไปได้ตามแผนแม่บทแก้ไขปัญหาภูทับเบิก แต่ต้องปรับปรุงอาคารตามแบบแปลนที่กรมโยธาธิการและผังเมืองกำหนด และต้องไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.โรงแรม ส่วนที่เหลือนอกจาก 50 รายนี้จะต้องรื้อถอนตามคำสั่ง คสช.ที่ 35/2559 ตามกำหนด

อย่างไรก็ดี ก่อนนี้เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร, ตำรวจ, ป่าไม้, อุทยานฯ และแขวงทางหลวง เพื่อแก้ไขปัญหาเส้นทางขึ้นภูทับเบิก ถนนทางหลวงสาย 2331 (โจ๊ะโหวะ-อุทยานฯภูหินร่องกล้า) อ.หล่มเก่า หลังถนนเกิดการทรุดตัวและพังเสียหายเมื่อช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา และได้มีการประกาศปิดเส้นทางห้ามรถทุกชนิดสัญจรขึ้นลง แต่ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ได้มีนักท่องเที่ยวกว่า 20,000 คน รถยนต์กว่า 6,000 คัน ยังฝ่าฝืนใช้เส้นทางดังกล่าวขึ้นไปท่องเที่ยวยังภูทับเบิก

นายสืบศักดิ์ ระบุว่า ทางจังหวัดได้อนุมัติวงเงินก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางลำลองสายเหมืองแบ่ง-ภูทับเบิกวงเงิน 20 ล้านบาท โดยให้กองพันทหารช่างที่ 8 เป็นผู้ดำเนินการ ระยะเวลา 6 เดือน ส่วนเส้นทางสาย 2331 โจ๊ะโหวะ-ภูหินร่องกล้า ที่ทรุดตัวนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบของแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ ใช้งบก่อสร้าง 200 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการราว 1 ปี ดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวยังห้ามในเส้นทางสัญจรจนกว่าจะปรับปรุงถนนแล้วเสร็จ

- Advertisement -