กระแสการต่อต้านถุงพลาสติกที่ลุกลามและขยายตัวเป็นวงกว้างในห้วงปีที่ผ่านมา ผุดเสียงเรียกร้องอันหนาหูเพื่อเพิ่มมาตรการที่เข้มข้นยิ่งขึ้น หนึ่งในนั้นคือการเก็บค่าบริการถุงพลาสติก ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่ให้ผลได้ชะงักภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

แม้มาตรการนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ ในประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่งได้ดำเนินมาจนเป็นเรื่องปกติ แต่ในประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งกำลังเริ่มทะยอยมุ่งหน้าสู่ทิศทางนี้ ในวันที่ขยะพลาสติกกลายเป็นวาระของโลกอยู่ ณ ปัจจุบัน

สำหรับประเทศไทยเอง แม้รัฐบาลจะเริ่มมีท่าทีต่อเรื่องนี้เพิ่มขึ้น มีการรณรงค์ที่มุ่งมั่นมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อมาตรการแข็งยังไม่ปรากฏ การใช้งานในภาพใหญ่จึงอาจลดลงไม่ฮวบฮาบอย่างที่หลายฝ่ายตั้งใจ ห้างร้านส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีการเชิงบวก ลด แลก แจกแต้ม ร่วมสนับสนุนตามอัธยาศัย

อย่างไรก็ตาม อาจมีบางส่วนเล็กๆ ที่มุ่งหน้าทำให้มาตรการเก็บค่าถุงพลาสติกเกิดขึ้น ส่วนใหญ่อาจได้เห็นกับร้านค้าเล็กๆ ตามมหาวิทยาลัย แต่คงไม่มากนักที่จะปรากฏกับร้านค้าใหญ่ๆ ในประเทศไทย เฉกเช่นที่ “ดีแคทลอน” ร้านจำหน่ายอุปกรณ์และเสื้อผ้ากีฬาขนาดใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 และมีแล้วถึง 9 สาขาทั่วประเทศในปัจจุบัน

จูเลี่ยน ดูชาโตว (Julien Duchateau) สโตร์ลีดเดอร์ของดีแคทลอน เปิดเผยว่า พันธกิจของดีแคทลอนคือการทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงกีฬาได้ พร้อมกับการคำนึงถึงโลกและสิ่งแวดล้อม เพราะการฝึกฝนและเล่นกีฬาโดยส่วนใหญ่ต้องอาศัยและพึ่งพาธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมที่ดี

ขณะเดียวกัน ในการที่จะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงกีฬาได้ จึงต้องพยายามที่จะขายสินค้าให้ได้ในราคาที่ถูกที่สุด ดีแคทลอนจึงตัดต้นทุนทุกอย่างที่ไม่จำเป็นออกจากตัวสินค้า ซึ่งนั่นรวมไปถึงต้นทุนค่าถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นทั้งหมด

“สำหรับเรา นโยบายนี้เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า เพราะหากลูกค้าไม่ต้องการถุงพลาสติก ลูกค้าก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายตรงนั้น และลูกค้าก็สามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูก ซึ่งนอกจากจะเป็นการประหยัดเงินแล้ว ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ลดขยะที่ไม่จำเป็นอีกด้วย” เขาระบุ

เขาเล่าว่า นับตั้งแต่ที่ร้านดีแคทลอนสาขาแรกเปิดให้บริการในประเทศไทย ในปี 2558 และเริ่มคิดค่าถุงพลาสติกมาตั้งแต่นั้น พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจในเหตุผล แม้จะเคยมีลูกค้าบางส่วนที่ไม่คุ้นชินและส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามาประมาณ 2-3 เคส แต่หลังจากที่ได้มีการอธิบายเหตุผล ลูกค้าทั้งหมดก็เข้าใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ในระยะแรกทางร้านได้จำหน่ายถุงพลาสติกแบบธรรมดา โดยมีสองขนาดในราคา 1 บาท และ 4 บาท อย่างไรก็ตามในภายหลังได้มีการเปลี่ยนไปใช้ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายได้ จำหน่ายในราคา 4 บาท และเพิ่มทางเลือกเป็นถุงผ้า ที่จำหน่ายในราคา 30 บาท

ผลลัพธ์คือลูกค้ากว่า 90% เลือกที่จะไม่รับถุงพลาสติก

ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย ร้านดีแคทลอนในต่างประเทศก็ได้มีการจำหน่ายถุงพลาสติกแยกเช่นเดียวกัน หรือในบางแห่งมีการจำหน่ายเป็นถุงกระดาษ หรือถุงที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยจูเลี่ยนระบุว่า ประเทศส่วนใหญ่ในแถบยุโรป การให้ถุงพลาสติกฟรีนั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และเทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมก็มาในแนวนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นการขายถุงพลาสติกจึงเป็นเรื่องปกติของที่นั่น

“กระแสสังคมที่มีการตระหนักถึงแนวคิดนี้มากขึ้นนับเป็นสิ่งที่ดี เพราะหากทุกร้านทำอย่างดีแคทลอน คนไทยก็จะได้ซื้อสินค้าในราคาถูกลง ขยะในประเทศก็จะลดลง เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมของเรา ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับที่ดีเกี่ยวกับนโยบายนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จากผู้บริโภค นี่อาจส่งผลโดยอ้อมสู่ธุรกิจอื่นๆ ให้นำเอานโยบายนี้ไปใช้บ้าง” สโตร์ลีดเดอร์รายนี้ ระบุ

นอกจากเรื่องของถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นแล้ว เขาบอกว่าดีแคทลอนยังมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการปฎิบัติอื่นๆ เช่น การย้อมผ้าในผลิตภัณฑ์บางส่วนได้ใช้เทคโนโลยี dry dyed ที่ลดการใช้น้ำ หรือผลิตภัณฑ์บางชนิด เช่น กระเป๋ากันน้ำ ไม่มีส่วนผสมของ PVC ที่เป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ในตัวร้านที่ถูกออกแบบให้ใช้หลังคาโปร่งแสง เพื่อรับแสงธรรมชาติลดการใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ร้านอุปกรณ์กีฬาแห่งนี้ยังให้อิสระกับทีมงานทุกคนของบริษัท ในการตัดสินใจและนำเสนอโปรเจคใหม่ๆ จึงเป็นที่มาของแนวคิดบางอย่าง เช่นครั้งหนึ่งที่ทีมงานเสนอว่าไม่ควรจำหน่ายถุงพลาสติกภายในร้าน จึงทำให้มีการเปลี่ยนถุงพลาสติกที่จำหน่ายในร้านให้เป็นถุงพลาสติกที่ผลิตจากข้าวโพด สามารถย่อยสลายได้ 100% ภายใน 1 ปี รวมถึงจำหน่ายถุงผ้าที่สามารถใช้ได้หลายครั้งในราคาต้นทุน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

“หากคุณมีแนวคิดหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยทำให้ดีแคทลอนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มมากขึ้น คุณก็สามารถติดต่อเราได้เช่นเดียวกัน” จูเลี่ยน ทิ้งท้าย

- Advertisement -