ศาลจังหวัดตากตัดสินลงโทษ ‘สมัคร ดอนนาปี’ ฐานบุกรุกเขามิสก๊อกสร้างบ้านพักตากอากาศ

ศาลจังหวัดตากตัดสินเอาผิด “อดีตบิ๊กกรมอุทยานฯ” มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ฐานบุกรุกพื้นที่ป่าสร้างบ้านพักตากอากาศบนเขามิสก๊อก ให้จำคุก 3 เดือนปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมให้ออกจากพื้นที่

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ (สบอ.10) ที่ปรึกษาหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดตากมีได้คำพิพากษาให้นายสมัคร ดอนนาปี อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ จำเลยในฐานความผิด ตามมาตรา 54 พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ.2484 โดยให้จำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 2 ปี และให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่

สำหรับคดีนี้นายสมัครถูกนายชัยวัฒน์แจ้งความกล่าวโทษ เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2560 และพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวังเจ้า มีความเห็นสั่งฟ้อง และพนักงานอัยการ จ.ตาก ได้เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาต่อศาลจังหวัดตาก ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น

คดีดังกล่าวพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องว่า นายสมัครบุกรุกครอบครองป่า ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างบ้านพักตากอากาศ บริเวณเขามิสก๊อก บนเนื้อที่ 4 – 1 – 17 ไร่ โดยต่อมาเจ้าหน้าที่้หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษฯ ได้ประสานหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมตรวจสอบบ้านพักตากอากาศหลังดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 277 บ้านประดาง ม.3 ต.ประดาง อ.วังเจ้า จ.ตาก โดยพื้นที่ดังกล่าวเคยต้องคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้จำคุกจำเลย (นางเสาวนีย์ ปิยะวี ในฐานะผู้ครอบครอง) 4 เดือน ปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และให้จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่เกิดเหตุ

ด้านนายสมัคร ได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ในอดีตผมเคยถูกใส่ความว่าทุจริตและถูกไล่ออกจากราชการ แต่ผมอุทธรณ์จนชนะ ครั้งนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าผมผิด ผมก็คงอุทธรณ์จนชนะคดี”

อย่างไรก็ตาม นายสมัครและนายชัยวัฒน์ เป็นศิษย์เก่าคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยนายสมัคร เป็นศิษย์พี่รุ่น 41 นายชัยวัฒน์ ศิษย์น้องรุ่น 51 โดยทั้งคู่ขัดแย้งกันหลังจากนายสมัครขอให้มีการตรวจสอบไร่ชัยราชพฤกษ์ แอนด์ รีสอร์ต อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นของพี่ชายนายชัยวัฒน์ เมื่อปี 2559 ว่าบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ ซึ่งหน่วยพยัคฆ์ไพรกรมป่าไม้ ได้เข้าตรวจสอบและพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่กว่า 73 ไร่ จากนั้นส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ท.) กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบ

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ปีเดียวกัน นายชัยวัฒน์เอาคืนด้วยการเข้าตรวจสอบบ้านพักนายสมัครจนเป็นคดีฟ้องร้องกันจนมาจบลงที่ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษนายสมัคร

ทั้งนี้ก่อนศาลจะมีคำสั่ง เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2560 นายชัยวัฒน์ ได้นำชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือ ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมคณะเข้าตรวจสอบพื้นที่ในบริเวณศูนย์ควบคุมไฟป่าตาก ต.ประดาง อ.วังเจ้า จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการฟ้องกันเป็นครั้งที่ 2 หลังเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2559 มาแล้ว แต่ถูกนายสมัครแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.วังเจ้า ในข้อหาบุกสถานที่

จากการเข้าตรวจสอบในครั้งที่ 2 คณะนายชัยวัฒน์ ถูกนายโกเมศ วัฒน์ศรี บุตรชายของนายหมง เข้าแสดงตนคัดค้านการตรวจสอบ โดยอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ นส.2 ทั้งหมด 23 ไร่ โดยนายหมง บิดาของตนเองได้แบ่งที่ดิน จำนวน 4 ไร่ ให้นายสมัคร เพื่อสร้างบ้านพักอาศัย ด้วยความเสน่หา เนื่องจากนับถือกันเหมือนญาติ โดยไม่ได้ซื้อขายหากจะเข้าตรวจสอบต้องมีหนังสือแจ้งมาเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้ชุดพญาเสือคว้าน้ำเหลว

เวลานั้นนายสมัคร ระบุว่า เมื่อปี 2532-2537 ตนเองเป็นหัวหน้าหน่วยไฟป่าตาก ได้เข้ามาขอใช้ที่ดิน นส. 2 จำนวน 4 ไร่ ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ต.ประดาง อ.วังเจ้า จ.ตาก อยู่ริมถนนพหลโยธิน หลัก กม.501 ซึ่งเป็นของนายหมง วัฒน์ศรี อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 195 หมู่ 3 ต.ประดาง อ.วังเจ้า ซึ่งนายหมงมีเอกสารสิทธิ์จากกรมที่ดิน ออกโดยสำนักงานที่ดินจังหวัดตาก ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนตั้งสถานีควบคุมไฟป่า ต่อมา ปี 2534 ได้สร้างบ้านพักเพื่ออยู่อาศัยกับครอบครัว ผ่านมากว่า 26 ปีไม่เคยมีปัญหาฟ้องร้อง กระทั่งถูกชุดพญาเสือนำทีมมาตรวจสอบ