อุทยานฯ สั่งห้ามเก็บเงินข้าม ‘ท่าเรือเกาะเสม็ด’ อบจ.ระยอง ยันทำถูก-ยื้อรอคำสั่งศาลปกครอง

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าฯ สั่ง อบจ.ระยอง เลิกเก็บผลประโยชน์จากท่าเรือเกาะเสม็ด-ให้สัมปทานเอกชน

นายประยูร พงศ์พันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีคำสั่งให้มีการดำเนินการยกเลิกการเข้าเก็บผลประโยชน์จากท่าเรือเกาะเสม็ด หลังจากก่อนหน้านี้ อบจ.ระยอง ได้ให้สัมปทานท่าเรือแห่งนี้กับเอกชนที่ชนะการประมูลเมื่อปลายปี 2560 โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ในฐานะเจ้าของพื้นที่ทราบก่อน ซึ่งเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16 (13)

นายประยูร กล่าวอีกว่า สำหรับการออกคำสั่งดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2561 นายภีมเดช อมรสุคนธ์ ประธานสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก พร้อมตัวแทนชาวบ้านเพ และเกาะเสม็ด ได้เข้ายื่นหนังสือคัดค้านต่ออุทยานฯ หลังจาก อบจ.ระยอง ได้ให้สัมปทานท่าเทียบเรือเกาะเสม็ดกับบริษัท เกาะแก้วพิสดาร จำกัด เพื่อเข้าเก็บผลประโยชน์จากนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการท่าเรือ คนละ 20 บาท รวมถึงรถยนต์ และเรือทุกชนิดที่เข้าเทียบท่า

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของอุทยานฯ ยืนยันว่าท่าเรือเป็นสาธารณูปโภคหลักที่จำเป็นต่อการสัญจร จึงไม่สมควรจัดเก็บค่าบริการ จึงเสนอเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาและนำมาสู่การออกคำสั่งให้ยกเลิกการจัดเก็บผลประโยชน์ในพื้นที่ท่าเรือเกาะเสม็ด และยกเลิกการสัมปทานแก่เอกชนดังกล่าว ซึ่งได้ส่งคำสั่งไปยัง อบจ.ระยอง แล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่มีการตอบรับใดๆ

อย่างไรก็ตาม เดิมทีท่าเทียบเรือเกาะเสม็ด เป็นท่าเรือไม้ที่ชาวบ้านสร้างไว้เป็นเทียบท่าเรือประมง และใช้สัญจรข้ามจากฝั่งบ้านเพ อ.เมือง จ.ระยอง กับเกาะเสม็ด กระทั่งปี 2535 อบจ.ระยอง จัดสรรงบประมาณก่อสร้างท่าเรือปูนแบบมาตรฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น จากนั้นในปี 2549 มีโครงการปรับปรุงท่าเรือและสร้างถนนโดยกรมทางหลวงชนบท โดยได้ออกแบบท่าเรือเป็นรูปปี่พระอภัยมณีให้สอดคล้องกับชื่อเกาะแก้วพิสดาร และต่อมาทาง อบจ.ระยอง ได้ดำเนินการก่อสร้างท่าเรือเกาะเสม็ดขึ้น 2 ท่า ประกอบด้วย ท่าเรือโดยสาร และท่าเรือขนส่งสินค้า ใช้งบประมาณ 169 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในเวลาต่อมาทาง อบจ.ระยอง ได้นำป้ายขนาดใหญ่มาปิดอัตราค่าใช้บริการท่าเทียบเรือแห่งใหม่ ทำให้ชาวบ้านรวมตัวกันคัดค้าน เพราะไม่มีการแจ้งล่วงหน้า อีกทั้งยังให้สัมปทานบริษัทเอกชนมาบริหารท่าเรือในปี 2560 ทำให้ชาวบ้านได้ร่วมลงชื่อยื่นฟ้องศาลปกครองระยอง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในศาลปกครองสูงสุด พร้อมทั้งยื่นหนังสือให้อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าฯ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ตรวจสอบเพื่อยกเลิกการสัมปทาน และในที่สุดกรมอุทยานฯ ก็ออกคำสั่งให้ยกเลิกการเก็บค่าบริการและยกเลิกสัมปทานตามมา

ขณะที่ ทางผู้บริหาร อบจ.ระยอง ระบุว่า รับทราบคำสั่งของอุทยานฯ แล้ว แต่ยืนยันว่าได้ดำเนินการถูกต้องและทำตามคำสั่งศาลปกครองระยอง ที่สามารถให้มีการจัดเก็บค่าบริการท่าเรือได้

- Advertisement -