ดันรัฐตั้งกองทุนคุม ‘ซากอิเล็กทรอนิกส์’ นำเข้า ห่วงไร้คนกำกับ-ขยะพิษทะลักกว่าแสนตันต่อปี

กกร.เป็นห่วงหลัง สนช.ถอดกองทุนฯ ออกจากร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ฯ จี้ตั้งกองทุนฯ ช่วยลดปัญหา

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประจำเดือน ก.ย. 2561 ได้มีการหารือถึงร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และซากผลิตภัณฑ์อื่น พ.ศ. … (พ.ร.บ.WEEE) ที่ได้ผ่านการพิจารณาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว ซึ่ง สนช.มีความเห็นว่าให้นำเรื่องกองทุนบริหารจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ออกจาก พ.ร.บ. เพราะมีความกังวลเรื่องการบริหารจัดการในอนาคต

ทั้งนี้ ภาคเอกชนเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวอย่างมาก และหากมีกองทุนมาดูแลก็จะเป็นการดี เพราะในต่างประเทศก็มีกองทุนในลักษณะนี้เพื่อให้ง่ายต่อการนำซากอิเล็กทรอนิกส์กลับมารีไซเคิล ซึ่งหากไม่มีกองทุนมารับผิดชอบ ในกรณีมีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนจะมีทิศทางในการบริหารจัดการอย่างไร ดังนั้นจึงขอให้ภาครัฐพิจารณาเรื่องการจัดตั้งกองทุนภายใต้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยให้เก็บเงินจากผู้ผลิตและผู้นำเข้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการนำไปดูแลสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี หรือปัจจุบันเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1 แสนตัน/ปี

ก่อนหน้านี้ ส.อ.ท.ได้เสนอจัดตั้งกองทุนฯ ภายใน 1 ปีแรก กำหนดให้ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า จะต้องขึ้นทะเบียนกับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) จัดส่งแผนความรับผิดชอบในการจัดการซากผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองผลิตและจำหน่าย และมีส่วนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกำจัดซาก โดยจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาเป็นค่าบริหารจัดการสนับสนุนค่าใช้จ่ายของศูนย์รับคืนซาก สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเรื่องการนำกลับมาใช้ ใหม่ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

- Advertisement -