ค้นซ้ำรังเย็นรีสอร์ตตระกูล ‘เปรมชัย’ รุกที่หมื่นไร่ กรมป่าไม้เตรียมยื่นฟ้องทางแพ่งเรียก 600 ล้าน

ดีเอสไอ-กรมป่าไม้ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่่ตรวจค้นรังเย็น รีสอร์ตของ “เปรมชัย กรรณสูต” ซ้ำอีกรอบ คาดบุกรุกพื้นที่นับหมื่นไร่ จ่อฟ้องเรียกค่าเสียหาย 600 ล้าน

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารจากศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 (ศปป.4) กองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มนายทุนบุกรุกป่ากรณีรังเย็น รีสอร์ต อ.ภูเรือ และ อ.ด่านซ้าย จ.เลย

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ที่ดินบริเวณรังเย็นรีสอร์ต ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย ทางกรมที่ดินได้มีคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดิน 19-2-03 ไร่ ที่ออกให้แก่บริษัท ซี.พี.เค.อินเตอร์เนชันแนล จำกัด ซึ่งเป็นของครอบครัวนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งนายเปรมชัยเป็นหนึ่งในกรรมการบริหาร บริษัท ซี.พี.เคฯ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 2545 ซึ่งถือว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบ และเป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจสอบบริเวณบ้านชัยชนะซึ่งเป็นบ้านพักของนายเปรมชัย ตั้งอยู่บนยอดเขา เป็นบ้านพักตากอากาศหรู จำนวน 2 หลัง พร้อมบ้านพักคนงาน จากการเข้าตรวจสอบภายในบ้านพักและบริเวณใกล้เคียงพบห้างส่องสัตว์บนต้นไม้สูง มีถาดวางลูกกระสุน กรงเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร เปิดเผยว่า กรมป่าไม้จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัท ซี.พี.เคฯ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรังเย็น รีสอร์ต พร้อมทั้งฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายกับบริษัท ซี.พี.เคฯ ฐานบุกรุกพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1, 2 ทั้งหมด 6,229 ไร่ โดยมีการครอบครองทำประโยชน์มาตั้งแต่ปี 2546 คิดมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยไร่ละกว่า 1 แสนบาท หรือกว่า 600 ล้านบาท นอกจากนี้ จากการตรวจสอบจากภาพถ่ายทางอากาศ ยังพบว่าบริษัท ซี.พี.เค.ฯ มีการถือครองที่ดินในพื้นที่รอบนอกที่มีการออกเอกสารสิทธิด้วยอีก 249 ไร่ ซึ่งมีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ

พ.อ.สมหมาย บุษบา เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 28 กล่าวว่า บริษัท ซี.พี.เค.ฯ ขณะนี้รัฐได้เข้าตรวจยึดพื้นที่ที่มีการบุกรุกรวมทั้งหมด 147 แปลง เนื้อที่ 6,229 ไร่ และกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิไปแล้ว หลังจากจากนี้จะตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่าอาจมีการบุกรุกที่ดินมากกว่า 1.3 หมื่นไร่ อีกทั้งจะมีการตรวจสอบบริเวณสวนองุ่นภูเรือวโนทยาน หรือชาโต เดอ เลย เนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ด้วยว่าได้เอกสารสิทธิมาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่บริเวณอาณาเขตการครอบครองที่ดินประมาณ 10,000 ไร่ พบการเปลี่ยนแปลงทางน้ำ สร้างเขื่อนปิดกั้นลำน้ำสาธารณะ มีการขุดลำธารให้กลายเป็นแอ่งน้ำหรือเขื่อนส่วนตัว มีการตัดถนนเข้าสู่ตัวรีสอร์ท ซึ่งเป็นการปิดกั้นทางน้ำธรรมชาติที่จะไหลจากเขาไปสู่พื้นที่ทำการเกษตรในที่ราบ

“พื้นที่ 19 ไร่ที่เป็นรังเย็นรีสอร์ท เป็นพื้นที่ลาดชันความสูง 560 เมตรจากน้ำทะเล ซึ่งไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ และการออก นส. 3 ก ของบริษัท ซี.พี.เค.ฯ เป็นการออกเอกสารสิทธิล้อมรอบภูเขาทั้งลูก เนื้อที่อีกประมาณ 2,000 ไร่” พ.ต.อ.ไพสิฐ ระบุ

พ.อ.พงศ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปบ.4 กอ.รมน. กล่าวว่า บริเวณพื้นที่ที่มีการบุกรุกมีการขุดปิดกั้นทางน้ำเพื่อสงวนไว้ใช้ส่วนตัว ซึ่งจากการสอบปากคำชาวบ้านในบริเวรดังกล่าวให้การว่า เดิมทีชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์จากบ่อน้ำห้วยน้ำดุก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ภายหลังบริษัทได้สร้างประตูเหล็กปิดตายทางเข้า ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้

- Advertisement -