ครม.ไฟเขียวเห็นชอบแก้ ‘พ.ร.บ.ป่าไม้’ ฉบับใหม่ เปิดทางตัด ‘ไม้สัก-พะยูง’ ในพื้นที่ตนเองขายได้

ครม.ให้ความเห็นชอบแก้ไข พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 7 ให้สิทธิ์ชาวบ้านปลูกสัก-พะยูง ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง และสามารถตัดไม้ขายได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเหมือนเช่นในอดีตอีก

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาประจำ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้อนุมัติหลักการการแก้ไข พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา7 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ โดยมีสาระสำคัญคือ แก้ไขให้ไม้ทุกชนิดในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง เช่น ที่ดินที่มีโฉนด, นส.3, นส.3ก., นส.3 ข, ใบจอง, นส.2, สค.1 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่เป็นไม้หวงห้าม และการทำไม้ไม่ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่อีกต่อไป

สำหรับการแก้ไขพ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 7 ครั้งนี้ จะทำให้ประชาชนมีรายได้ที่มั่นคงจากการประกอบอาชีพทำไม้ปลูกป่าเศรษฐกิจ ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น และในอนาคตใครที่มีที่ดินสามารถปลูกไม้มีค่าในที่ดินของตนเองได้ และถ้าไม้โตแล้วอยากจะตัดไปขายก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่แล้ว หรืออยากจะเอาไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันก็สามารถทำได้เช่นกัน

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ป่าไม้ ปี 2484 มาตรา 7 ได้กำหนดชนิดไม้หวงห้ามไว้ดังนี้คือ ไม้สัก,ไม้ยาง,ไม้ชิงชัน,ไม้เก็ดแดง,ไม้อีเม่ง,ไม้พยุงแกลบ,ไม้กระพี้,ไม้แดงจีน,ไม้ขะยูง,ไม้ซิก,ไม้กระซิก,ไม้กระซิบ,ไม้พะยูง,ไม้หมากพลูตั๊กแตน,ไม้กระพี้เขาควาย,ไม้เก็ดดำ,ไม้อีเฒ่าและไม้เก็ดเขาควาย โดยกำหนดให้ไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใดในราชอาณาจักร ซึ่งรวมถึงที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครอง จะต้องถูกควบคุมโดย พ.ร.บ.ป่าไม้ หากจะทำการตัด ฟัน กาน โค่น ลิดเลื่อย ผ่า ถาก ทอน ขุด ชักลาก จะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการตัดและเคลื่อนย้ายไม้ เนื่องจากขั้นตอนต่างๆ ตามระเบียบและกฎหมายมีความซับซ้อนและยุ่งยาก ทำให้ประชาชนจำนวนมากขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ มีอุปสรรคในการปลูกไม้ไว้ใช้สอยหรือเพื่อการค้า

- Advertisement -