ลาว ‘เขื่อนแตก’ น้ำท่วมหลังคา-ลามถึงกัมพูชา ทุนไทยเป็นเจ้าของ-รบ.พร้อมให้การช่วยเหลือ

เขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อย ในลาวแตก ทำมวลน้ำ 5 พันล้าน ลบ.ม.ทะลักบ้านเรือน เบื้องต้นดับกว่า 20 สูญหายนับร้อย น้ำไหลทะลักถึงกัมพูชา ไทยเร่งประสานให้ความช่วยเหลือ

จากเหตุการณ์สันเขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อย แขวงอัตตะปือ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแตก เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2561 เวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ได้ส่งผลให้มวลน้ำปริมาณ 5,000 ล้าน ลบ.ม. ไหลทะลักลงแม่น้ำเซเปี่ยน เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่หลายร้อยหลังคาเรือน โดยระดับน้ำบางจุดสูงมิดหลังคาบ้าน

รายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ก.ค.2561 มีการยืนยันผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกมากกว่า 100 คน โดยชาวบ้านมากกว่า 6,000 คนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน และมีจำนวนไม่น้อยยังคงปักหลักอยู่บนหลังคาเพื่อรอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัย ขณะเดียวกันมวลน้ำจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็กำลังทำให้เกิดน้ำท่วมในประเทศกัมพูชาหลายจุด

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ส่งสารแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีแห่ง สปป.ลาว และได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอทราบว่า สปป.ลาว ต้องการขอรับความช่วยเหลือในด้านใดบ้าง ซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมที่จะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รวมถึงเตรียมความพร้อมในด้านการเยียวยาและฟื้นฟูไว้ด้วย

สำหรับเขื่อนดังกล่าวของบริษัท เซเปี่ยน-เซน้ำน้อย เพาเวอร์ คัมพะนี (พีเอ็นพีซี) ได้เริ่มต้นก่อสร้างตั้งแต่ปลายปี 2556 ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2562 เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างบริษัท SK Engineering and Construction (SK E&C) จากเกาหลีใต้ 26% บริษัท Korea Western Power (KOWEPO) จากเกาหลีใต้ 25% บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (RATCH) จากไทย 25% และ Lao Holding State Enterprise (LHSE) จากลาว 24%

โครงการดังกล่าวใช้เงินลงทุนมูลค่า 2.2 หมื่นล้านบาท โดยการกู้สินเชื่อร่วม (Syndication loan) จากสถาบันการเงินไทยชั้นนำ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารธนชาต มีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 410 เมกะวัตต์ ซึ่ง 370 เมกะวัตต์จะจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมีสัญญาซื้อขายเป็นระยะเวลา 27 ปี ส่วนกำลังการผลิตที่เหลือจะไว้รองรับความต้องการใช้ภายใน สปป.ลาว

วันเดียวกัน นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทได้มอบเงินสนับสนุนช่วยเหลือเบื้องต้น 1,300 ล้านกีบ หรือประมาณ 5 ล้านบาท แก่ทางการ สปป.ลาว โดยขณะนี้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ พร้อมทีมงานได้เดินทางไปสปป.ลาว เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย

ขณะเดียวกัน ได้ประสานงานขอการสนับสนุนจาก ผวจ.อุบลราชธานี และ กฟผ. เพื่อให้ความช่วยเหลือเครื่องอุปโภคและบริโภค ระบบสาธารณูปโภคชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงการฟื้นฟูแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อีกทางหนึ่ง โดยบริษัทขอยืนยันที่จะให้ความร่วมมือ สนับสนุน และช่วยเหลือทางการสปป.ลาว อย่างเต็มที่ต่อไป

“บริษัทขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อประชาชน ครอบครัว และทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เขื่อนดินย่อยส่วน D ทรุดตัว ส่วนการจัดการสถานการณ์ดังกล่าว บริษัท เซเปียน-เซน้ำน้อย ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและก่อสร้างโครงการ เบื้องต้นได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและแขวงของ สปป.ลาว อย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งถือเป็นภารกิจเร่งด่วนนับตั้งแต่วันที่ทราบเหตุจนถึงปัจจุบัน” นายกิจจา กล่าว

ขณะที่ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมอบเงินช่วยเหลือฉุกเฉินเบื้องต้น 5 ล้านบาท ให้นายแสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย ขณะเดียวกัน นายดำรง ใคร่ครวญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ จะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือและระดมความช่วยเหลือตามความต้องการของฝ่ายลาว

น.ส.บุษฎี กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือนอกจากข้าวสารอาหารแห้งแล้ว คือเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เต็นท์ ถุงนอน โดยสถานกงสุลใหญ่เป็นกลุ่มแรกที่มอบความช่วยเหลือเบื้องต้น เป็นสิ่งของยังชีพกว่า 1 แสนบาท ซึ่งได้รับแจ้งว่าจะมีกลุ่มคนไทยทยอยมาช่วยเหลือต่อเนื่อง โดยขณะนี้แขวงอัตตะปือกำหนดให้ตั้งศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ห้องว่าการแขวง เป็นจุดเดียวในการรับบริจาคสิ่งของ พร้อมเปิดรับความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

ด้าน นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้รับการยืนยันจากอธิบดีกรมชลประทาน ถึงความมั่นคงของเขื่อนทุกแห่งในประเทศไทยที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน หลังจากที่ได้สั่งการให้ตรวจสอบความมั่นคงของตัวเขื่อน เนื่องจากเหตุการณ์ฝนตกหนักที่ทำให้เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ซึ่งเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใน สปป.ลาว ได้พังลง

“สั่งให้ตรวจสอบเขื่อนทุกแห่งที่ชลประทานเป็นเจ้าของเขื่อน และให้อธิบดีกรมชลประทานออกมาให้ข่าวว่ามั่นใจว่าทุกเขื่อนของชลประทานไม่มีปัญหาเรื่องความแข็งแรง” นายกฤษฏา กล่าว

- Advertisement -