ข้อมูลเกี่ยวกับ “เขตมรณะ” (Dead Zones) ในแหล่งน้ำยังเป็นความรู้ใหม่ที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงมากนักในสังคมไทย แต่ในต่างประเทศการเพิ่มขึ้นของเขตมรณะเป็นประเด็นสำคัญเมื่อพูดถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของโลก

เขตมรณะหมายถึงแหล่งน้ำ ไม่ว่าแหล่งน้ำจืดหรือน้ำเค็มที่ขาดออกซิเจนจนแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่อาศัย มีเพียงชนิดพันธุ์หรือจุลินทรีย์บางชนิดเท่านั้นที่อยู่รอดได้

แม้กระบวนการทางธรรมชาติ อาทิ การหมุนของโลกที่ส่งผลต่อการหมุนเวียนของกระแสน้ำจะทำให้เกิดเขตมรณะในทะเลห่างไกลจากฝั่ง แต่มีรายงานว่าการกระทำของมนุษย์เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เขตมรณะขยายตัวเพิ่มขึ้นหลายล้านตารางกิโลเมตรในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา

มีรายงานว่านับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 60 หรือช่วงปีพุทธศักราช 2503-2512 เป็นต้นมา เขตมรณะในทะเลได้เพิ่มจำนวนขึ้นทวีคูณทุกสิบปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 จำนวนเขตมรณะได้เพิ่มขึ้น 75% จนทุกวันนี้มีเขตมรณะมากกว่า 600 แห่งตามแม่น้ำ ทะเลสาบ ท้องทะเล และมหาสมุทร

การกระทำของมนุษย์ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดเขตมรณะ เช่น ทิ้งของเสียลงบนผืนดินและแหล่งน้ำ การปล่อยของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มความเป็นกรดในทะเล

นอกจากนี้ การทำปศุสัตว์และการผลิตพืชอาหารสัตว์ ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดเขตมรณะในทะเล โดยสารประกอบไนโตรเจน หรือฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นธาตุอาหารที่ใช้ในการผลิตปุ๋ยบำรุงพืช และพืชอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพด เป็นตัวเร่งให้เกิดปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชั่น (Eutrophication) ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์สาหร่ายสะพรั่ง (Algal blooms) ในแหล่งน้ำ ทำให้ระดับออกซิเจนในแหล่งน้ำลดต่ำ

ในการทำปศุสัตว์ หากธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัสถูกใช้อย่างไม่จำกัด ระดับธาตุทั้งสองในระบบนิเวศจะสูงมาก เมื่อเล็ดลอดลงสู่แหล่งน้ำ ในระยะแรกสาหร่ายบางชนิดในน้ำจะเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว เกิดปรากฏการณ์สาหร่ายสะพรั่ง คือสาหร่ายจำนวนมากเจริญเติบโต แล้วหลังจากนั้นก็ตาย

ระหว่างที่สาหร่ายเติบโตและย่อยสลาย จะมีการดึงเอาออกซิเจนออกจากน้ำไปใช้ ปริมาณออกซิเจนในแหล่งน้ำจะลดลงอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเติมกลับในน้ำได้ทัน เมื่อน้ำขาดออกซิเจน พื้นที่บริเวณนั้นจะกลายเป็นเขตมรณะ (Dead Zones) ซึ่งบางครั้งเรียกว่า “บริเวณพร่องออกซิเจน” หรือ “บริเวณขาดออกซิเจน” ที่มีชนิดพันธุ์เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่อยู่รอด

ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เน้นย้ำว่า การทำปศุสัตว์และการผลิตพืชอาหารสัตว์ รวมทั้งการจัดการกับมูลสัตว์ในระบบปศุสัตว์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้วัฏจักรไนโตรเจนและฟอสฟอรัสของโลกถูกทำลาย เนื่องจากที่ผ่านมาการใช้ธาตุอาหารทั้งสองชนิดนี้ในภาคเกษตรเป็นไปอย่างไร้ประสิทธิภาพ

เมื่อปี ค.ศ. 2014 ในสหรัฐอเมริกา มีการประเมินว่าผลิตภัณฑ์จากสัตว์แต่ละประเภทสร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อมจากมลพิษฟอสฟอรัสเป็นสัดส่วนเท่าใด ผลออกมาว่าผลิตภัณฑ์จากเนื้อวัวสร้างภาระมากที่สุด รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์นมจากวัว เนื้อหมู สัตว์ปีก และไข่ตามลำดับ

ในภาพรวมนั้นแม้ระบบการผลิตเนื้อวัวจะปล่อยมลพิษทางธาตุอาหารออกสู่สิ่งแวดล้อมมากที่สุด แต่การผลิตสัตว์ปีกและหมูก็มีส่วนสร้างมลพิษให้กับน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินเป็นอย่างมาก เป็นตัวการของปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชั่นทั้งในน้ำจืดและชายฝั่ง อันนำไปสู่การขยายตัวของเขตมรณะ

ดร.เดนิส เบรตเบิร์ก ศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมสถาบันสมิธโซเนียน สหรัฐอเมริกา ผู้ทำการวิจัยเรื่องเขตมรณะในทะเลอย่างจริงจัง ระบุว่า ปรากฏการณ์นี้จะนำไปสู่การตายและสูญพันธุ์ของสัตว์น้ำครั้งใหญ่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ทำประมงและประชาชนหลายร้อยล้านคน โดยเฉพาะผู้คนในประเทศยากจนที่ต้องพึ่งพาอาหารจากท้องทะเลและแม่น้ำ

ทุกวันนี้เขตมรณะกระจัดกระจายอยู่ตามน่านน้ำต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าในซีกโลกใต้ อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา หรือเอเชีย ทั้งมีรายงานสำรวจพบเขตมรณะในอ่าวเม็กซิโก อ่าวแคลิฟอร์เนีย ปากแม่น้ำแยงซีของจีน บริเวณฟาร์มเลี้ยงกุ้งของไต้หวัน น่านน้ำฟิลิปปินส์ และอ่าวไทย เป็นต้น

ผลกระทบที่ตามมาจากการเพิ่มขึ้นของเขตมรณะ นอกจากจะสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของโลก ยังเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจ เกิดการพังทลายของเครือข่ายใยอาหาร
เมื่อประชากรสัตว์น้ำในเขตมรณะลดลงและล้มตาย สัตว์น้ำที่อยู่รอดต้องอพยพย้ายที่อยู่ใหม่ อัตราการขยายพันธุ์ลดลง ทำให้ชาวประมงประสบความยากลำบากในการจับสัตว์น้ำ ความกดดันที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ชาวประมงต้องออกไปจับปลาในน่านน้ำไกลขึ้น หรือกระทั่งต้องใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย

แม้การคำนวณผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการตายของสัตว์น้ำ เนื่องจากการขยายตัวของเขตมรณะจะเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก แต่การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมของมนุษย์ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเขตมรณะ เช่น การทำปศุสัตว์ หรือการผลิตพืชอาหารสัตว์ เป็นสิ่งที่ทำได้ยากไม่ต่างกันในเวลานี้

- Advertisement -