โลกร้อนซ้ำเติมภาคเกษตร-ใช้น้ำมากผันผวนสูง แนะใช้เครื่องมือใหม่จัดการ-ลดเสี่ยงขาดแคลน

สกว.จัดเวทีถกรับมือสถานการณ์น้ำ นักวิชาการมองแนวโน้มผันผวนจากโลกร้อน-ความต้องการใช้เพิ่ม เร่งกำหนดกรอบงานวิจัย หาเครื่องมือใหม่บริหารจัดการน้ำ

รศ.ทวนทัน กิจไพศาลสกุล ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยในการแถลงข่าว “น้ำท่วม-น้ำแล้ง-น้ำขาด รับมืออย่างไร ภายใต้แผนยุทธศาสตร์น้ำ 20 ปี” จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2561 ตอนหนึ่งว่า แนวโน้มสถานการณ์น้ำของประเทศไทยจากนี้ไปจะมีความผันผวนมาก หลายพื้นที่มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ สาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความต้องการน้ำที่เพิ่มมากขึ้นของทุกภาคส่วน

รศ.ทวนทัน กล่าวว่า ในภาคเกษตรพบว่ามีการใช้น้ำมากที่สุดคิดเป็น 70% ของปริมาณการใช้น้ำทั้งหมด ขณะที่ปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำในภาพรวมมีแนวโน้มเสื่อมโทรมลง เนื่องจากการระบายน้ำเสียจากชุมชน การชะหน้าดินที่มีปุ๋ยตกค้างจากการเกษตรและฟาร์มปศุสัตว์ นอกจากนี้ผลการวิจัยศึกษาข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี ระหว่างปี 2549-2558 ช่วยให้เข้าใจสถานการณ์น้ำในอดีตถึงปัจจุบัน ว่าวิกฤตน้ำของไทยนั้นมีความผันผวนเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงต้องการเครื่องมือใหม่ในการบริหารจัดการน้ำเพื่อเตรียมแก้ปัญหาที่จะมีมากขึ้นในอนาคต

นายพงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำจะต้องมองควบคู่ทั้งมิติทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมกับการพิจารณาใน 3 ประเด็น ทั้งการใช้น้ำในแต่ละภาคส่วน พื้นที่ใช้น้ำ และเวลาใช้น้ำ โดยการพิจารณาลำดับความสำคัญในการจัดสรรน้ำจะต้องอยู่บนพื้นฐานข้อมูลเดียวกันจึงแก้ปัญหาได้ โดยภาครัฐมีหน้าที่ให้ข้อมูลข้อเท็จจริง และมีนักวิชาการ นักวิจัย ช่วยในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลทุกด้าน เพื่อสนับสนุนการทำงานให้กับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นางปิยธิดา เรืองรัศมี ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีการสำรวจด้วยดาวเทียมมีการพัฒนาขึ้นมาก และเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งข้อมูลจากดาวเทียมจะช่วยสนับสนุนการติดตามสถานการณ์ และคาดการณ์แนวโน้มที่เกิดขึ้นและได้ข้อมูลที่ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ทั้งยังมีความต่อเนื่องแบบเกือบเรียลไทม์ เป็นแนวคิดการจัดการน้ำในกระแสโลกใหม่ที่มีการนำมาใช้กันทั่วโลก ในการประเมินสถานะความมั่นคงด้านน้ำ สะท้อนให้เห็นภาพข้อมูลเชิงพื้นที่และเวลาแบบต่อเนื่อง

น.ส.สุภัทรา วิเศษศรี ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ได้มีการจัดทำกรอบการวิจัยด้านน้ำของประเทศ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการทำงานให้กับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และตอบโจทย์ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยกรอบการวิจัยนี้จะเป็นเครื่องมือให้ สกว.ใช้คัดกรองและจัดลำดับการพิจารณาการให้ทุนวิจัย ทำให้การทำงานง่ายขึ้นและตรงเป้าหมายที่ต้องการมากขึ้น โดยคาดว่ากรอบการวิจัยน้ำของประเทศนี้จะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนข้างหน้า

รศ.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การศึกษาวิจัยสถานการณ์น้ำของประเทศจากอดีตที่ผ่านมา ทำให้พบว่าเดิมประเทศไทยเป็นประเทศที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ แต่กำลังมีแนวโน้มจะขาดน้ำในอนาคต ซึ่งข้อมูลงานวิจัยด้านน้ำที่มีกำลังถูกประมวลเพื่อนำส่งต่อและตอบโจทย์ความต้องการของหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความมั่นคงด้านน้ำ (water security) การเพิ่มผลผลิตจากการใช้น้ำ (water productivity) และความยืดหยุ่นในการใช้น้ำ (water resilience)

- Advertisement -