‘วิระชัย’ คาดขยะสำแดงเท็จซุกไทยกว่าแสนตัน ทส.ชงคลอดมาตรการคุม ‘ซากอิเล็กทรอนิกส์’

รอง ผบ.ตร. เปิดข้อมูลนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ พบยังเหลือโควต้านำเข้าอีกกว่า 1.7 แสนตัน แฉพฤติกรรมส่งต่อขยะสู่โรงคัดแยกเถื่อน คาดมีการลักลอบขนขยะเข้าประเทศด้วยการสำแดงเท็จอีกกว่าแสนตัน

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยในที่ประชุมหารือแนวทางการจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2561 ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีบริษัทที่นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกกฎหมาย คือมีใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย (วอ.4) จำนวน 7 บริษัท มีโควต้าการนำเข้ารวม 2 แสนตัน

ทั้งนี้ ข้อมูลปี 2560-2561 พบว่ามีการนำเข้ามาแล้วกว่า 9 หมื่นตัน ยังมีอีกประมาณ 1.7 แสนตัน ที่อยู่ในกระบวนการนำเข้า ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานใน จ.ฉะเชิงเทรา หลายสิบแห่ง พบว่าไม่มีใบอนุญาต แต่เป็นการรับของมาจากบริษัทที่มีใบ วอ.4 อีกทอดหนึ่ง

“ที่จริงแล้วบริษัทที่นำเข้าจะต้องทำการคัดแยกภายในโรงงานของตัวเองเท่านั้น จะส่งต่อไปที่อื่นไม่ได้ แต่ปรากฏว่าจากการตรวจสอบโรงงานหลายสิบแห่ง กลับได้รับการส่งต่อทั้งหมด” พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ยังมีโรงงานอีกหลายแห่งที่ทำผิดกฎหมายด้วยการสำแดงเท็จขออนุญาตนำเข้าเม็ดพลาสติกแต่กลับลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์แทนนั้น ส่วนตัวเชื่อว่ามีอีกมากกว่า 1 แสนตัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเบาะแสพฤติกรรมการขอนำขยะมาพักที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยอ้างว่าจะส่งต่อไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่กลับนำขยะไปทิ้งไว้ที่ จ.ปราจีนบุรี แทน

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวอีกว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องพิจารณาว่าควรมีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องการจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะองค์คณะใหญ่หรือไม่ นั่นก็เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่รับขยะอิเล็กทรอนิกส์

ด้าน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รายงานพฤติกรรมการนำเข้าขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยมิชอบด้วยกฎหมายเข้ามาเป็นรายๆ วันนี้อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินคดี เพียงแต่ว่ากฎหมายอาจจะยังไม่พอที่จะเข้าไปควบคุม ตรวจค้น และปิด ส่วนตัวจะเสนอให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อแสวงหามาตรการในการควบคุมดูแลขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้ามาสู่ประเทศไทย

สำหรับการประชุมได้พูดถึงมาตรการการลดขยะพลาสติก ซึ่งมีภาคราชการ ห้างสรรพสินค้า ผู้ประกอบการ และส่วนท้องถิ่น เข้าร่วม ซึ่งที่สุดแล้วได้ข้อสรุปเป็น 4 มาตรการ ได้แก่ 1.การเลิกใช้ในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น มหาวิทยาลัย อุทยานแห่งชาติ ส่วนสัตว์ ฯลฯ 2.ห้างสรรพสินค้าช่วยกันรณรงค์ด้วยการให้คะแนนหรือแต้ม 3. การใช้นวัตกรรมใหม่เข้ามาทดแทน ซึ่งยังพบว่ามีต้นทุนสูงอยู่ 4.ในส่วนของท้องถิ่นหรือในตลาดสดต่างๆ พยายามลดการใช้ถุงพลาสติกให้มากที่สุด

- Advertisement -