Global Fishing Watch ตรวจพิกัดมหาสมุทรโลก เผยเส้นทางเดินเรือกว่า 7 หมื่นลำ ทำประมงทั้งถูกและผิดกฎหมาย กินอาณาเขตไล่ล่าเกินครึ่งของท้องทะเล เม็ดเงินสะพัด 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

ถ้าทำผิดกฎหมายบนบก รถตำรวจ สายสืบ ชาวบ้าน หรือหน่วยงานใดก็ตาม ก็ยังพอมีโอกาสเอาสปอตไลท์ไปส่องเพื่อตรวจสอบเอาผิดได้ แต่ถ้าทำผิดกฎหมายบนท้องทะเล ไม่ว่าการใช้เครื่องมือทำลายล้างพันธุ์สัตว์น้ำไปจนถึงการใช้แรงงานทาส การตรวจสอบอาจเป็นไปได้ แต่คงยากและใช้เวลานาน

เราจึงไม่เคยรู้เลยว่า กว่า 55% ของท้องทะเล (360 ล้านตารางกิโลเมตร) คือพื้นที่ทำประมงทั้งถูกและผิดกฎหมาย คิดเป็นพื้นที่มากกว่าพื้นที่เลี้ยงสัตว์บนบกกว่า 4 เท่า

การตรวจสอบการทำผิดกฎหมายของเรือแต่ละลำในมหาสมุทรไม่ใช่เรื่องง่าย การทำงานที่ผ่านมาทำได้อย่างมากเพียงแค่ตรวจการเข้า-ออกของเรือบริเวณท่าเรือ ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของโครงการ Global Fishing Watch ที่ Oceana องค์กรเพื่อการอนุรักษ์ทะเลและทีมวิจัย ร่วมกับ Google และ SkyTruth องค์กรไม่แสวงกำไรที่ใช้ข้อมูลดาวเทียมตรวจสอบและป้องกันการทำลายสิ่งแวดล้อม สร้างแผนที่ “Global Fishing Watch” เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนไหวและกิจกรรมบนท้องทะเลขึ้นมา

โครงการนี้เริ่มทำข้อมูลตั้งแต่ปี 2016 เริ่มจากอุปกรณ์แสดงตัวอัตโนมัติสำหรับกิจการ (Automatic Identification System: AIS) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เรือทุกลำต้องติดไว้เพื่อสื่อสาร และบอกพิกัดเรือตนเองกับเรือลำอื่นให้เข้าช่วยเหลือได้ทันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ จากนั้นจึงเปิดให้ทุกหน่วยงานเข้าไปใช้ข้อมูลหรือให้ข้อมูลเพิ่มได้ นั่นทำให้ปัจจุบัน Global Fishing Watch สามารถเก็บข้อมูลการเดินเรือได้กว่า 7 หมื่นลำทั่วโลก ถูกตรวจสอบ วิเคราะห์เส้นทางเดินเรือ และระยะเวลาการเดินเรือ

ในวาระ “วันทะเลโลก” (World Oceans Day) แจ็คเคอลีน ซาวิทช์ (Jacqueline Savitz) นักชีววิทยาทางทะเล และรองประธาน Oceana เขียนบทความเรื่อง “How to spot the secretive activities of rogue fishing boats” (ตรวจกลโกงลับ ธุรกิจประมงทั่วท้องทะเล) เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา อธิบายผ่านข้อมูลของ Global Fishing Watch ว่า กิจกรรมทางทะเลทั้งผิดและถูกกฎหมายซึ่งเราไม่เคยมองเห็น ตรวจสอบไม่ได้ มีมูลค่าและความเสียหายมากเพียงใด

ภาพที่ 1

ซาวิทช์อธิบายว่า จุดสีฟ้านับพันในภาพ คือกิจกรรมที่เกิดในท้องทะเลตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา พบเรือกว่าพันลำลอยอยู่เหนือน่านน้ำและใช้เวลาจับปลากว่า 20 ล้านชั่วโมง ย้ำอีกครั้ง อุตสาหกรรมประมงทั้งผิดและถูกกฎหมายเหล่านี้ กินพื้นที่กว่า 55% ของท้องทะเล (360 ล้านตารางกิโลเมตร) หรือมากกว่าพื้นที่เลี้ยงสัตว์บนบกกว่า 4 เท่า

กิจกรรมประมงเกือบทั้งหมดปฏิบัติตามกฎหมายทางทะเล (ซึ่งแม้จะถูกกฎหมาย แต่อาจจับปลาจนเต็มโควต้า) แต่มีอีกมากที่ผิดกฎหมาย ทั้งการจับปลาล้นเกินและการใช้แรงงานทาส ทั้งหมดนี้สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศทะเลโลกอย่างใหญ่หลวง

ไม่เพียงแค่การจับปลาล้นเกิน แต่รวมถึงการเข้าไปทำประมงผิดกฎหมายในเขตสงวน จับปลาในเขตเพื่อนบ้าน (หรือประเทศของเพื่อนบ้านอีกที) ในทะเลหลวง (high seas) หรือทะเลที่อยู่นอกเขตไหล่ทวีปและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ หรือไม่ได้เป็นอาณาเขตของประเทศใด

นอกจากนี้ยังเป็นปัญหาการบังคับกฎหมายทางทะเลในประเทศที่หย่อนยาน ผลลัพธ์คือ เฉพาะเม็ดเงินที่หมุนในธุรกิจประมงผิดกฎหมายเหล่านี้อยู่ที่กว่า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

ภาพที่ 2

ข้อมูลจาก Global Fishing Watch ยังแสดงเส้นทางการเดินเรือของแต่ละประเทศ เช่น จุดสีเขียวในรูปแสดงให้เห็นกองเรือประมงประเทศชิลีที่ออกเดินเรือในเขตประเทศชิลีและในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ จุดสีส้มคือกองเรือประมงประเทศจีนที่จับปลานอกอาณาเขตประเทศตัวเอง และจุดสีฟ้าคือกองเรือประมงประเทศญี่ปุ่นที่เดินเรือนอกเขตประเทศตัวเองเช่นกัน

ซาวิทช์ยกตัวอย่าง 3 ประเทศนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่า “นี่แค่กองเรือจาก 3 ประเทศ คุณพอจะเห็นภาพใช่ไหมว่า ในภาพใหญ่ของกองเรือประมงโลก จะเป็นเส้นทางการเดินเรือที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนในทะเลของเรา”

ภาพที่ 3

เส้นกรอบสีแดงในภาพที่ 2 และ 3 คือพื้นที่เขตป้องกัน ห้ามจับปลาและทำธุรกิจประมง แต่ก็เช่นเดียวกัน การบังคับใช้ยังคงหย่อนยาน เช่นในภาพที่ 3 จะเห็นเส้นสีชมพูลากพาดทับในกรอบสี่เหลียมใหญ่สีแดงกลางภาพ นั่นคือ พื้นที่คุ้มครองหมู่เกาะฟีนิกซ์ (Phoenix Islands Protected Area) หนึ่งในมรดกโลกในความคุ้มครองของประเทศคิริบาส (Kiribati)

การทำประมงผิดกฎหมายในพื้นที่คุ้มครองหมู่เกาะฟีนิกซ์มีมูลค่า 2 ล้านดอลลาร์ แม้ไม่มากหากเทียบกับประเทศใหญ่ แต่นั่นคิดเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ประเทศคิริบาสเลยทีเดียว

+ กลโกงประมงผิดกฎหมาย

จากการตรวจสอบข้อมูลด้วยอุปกรณ์ AIS ทำให้สันนิษฐานได้ 2 ประการคือ

  1. หากเรือลำนั้นปิด AIS สันนิษฐานได้ว่า กำลังกระทำการต้องสงสัยบางอย่าง
  2. มีการขนถ่ายสินค้าทางเรือ ซึ่งทำให้เรือบางลำไม่กลับเข้าท่าเลยตั้งแต่ 3 เดือน จนถึง 1 ปี

ข้อสันนิษฐานแรก ต้องอธิบายก่อนว่าอุปกรณ์ AIS มีไว้เพื่อให้สื่อสารกับเรือประมงด้วยกัน ให้สามารถแจ้งพิกัดในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ สื่อสารเส้นทางไม่ให้เกิดการชนกันโดยเฉพาะช่วงกลางคืน การปิดอุปกรณ์นี้เพื่อไม่ให้ดาวเทียมจับสัญญาณ คือความเสี่ยงต่อชีวิตลูกเรือมากยิ่งกว่า แต่นั่นแปลว่า ระหว่างเดินเรือ Global Fishing Watch จะยังคงจับเส้นทางการเดินเรือได้ แต่หากอุปกรณ์ถูกปิดไปในช่วงเวลาหนึ่ง สันนิษฐานได้ว่าอาจมีการเข้าไปทำประมงผิดกฎหมายในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ดังรูปที่ 4

ภาพที่ 4

ในรูปที่ 4 ซาวิทช์อธิบายกรณีการเดินเรือเข้าไปที่หมู่เกาะกาลาปากอส บริเวณพื้นที่สงวนในวงกลมสีแดง เส้นสีเหลืองแสดงการเดินเรืออย่างต่อเนื่องตั้งแต่ชายฝั่งปานามา มุ่งหน้าสู่เกาะกาลาปากอส กระทั่งเส้นสีเหลืองหายไปแล้วปรากฏขึ้นอีกครั้งนอกวงกลมสีแดงเพื่อกลับเข้าฝั่งประเทศเอกวาดอร์ เส้นสีเหลืองที่หายไปคาดว่าเท่ากับการเดินเรือจริง 15 วัน

ข้อสันนิษฐานต่อมา การขนถ่ายสินค้าระหว่างเรือในมหาสมุทร (transshipping) คืออีกหนึ่งกิจกรรมที่ Global Fishing Watch จับตามอง คาดว่าเป็นการส่งต่อสินค้าหรือส่งปลาที่จับได้จากเรือสู่เรือ เพื่อลำเลียงเข้าสู่ตู้แช่ปลา หรือเป็นไปได้เช่นกันว่าอาจเป็นการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันกลางมหาสมุทร ทั้งสองกรณีทำให้ไม่ต้องนำเรือกลับเข้าท่า หรือหนีให้พ้นการตรวจสอบจากการจับปลาล้นเกินหรือซ่อนแรงงานทาสไว้ บางกรณีอาจจอดลอยลำอยู่กลางทะเลนานนับเดือนหรือนับปี

ซาวิทช์ปิดท้ายบทความของตัวเองด้วยการยกข้อมูลสำรวจแรงงานเด็กในปี 2007 ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ (United States Department of State) ในรายงานนั้นพบว่า กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของแรงงานประมง คือแรงงานอายุต่ำกว่า 18 ปี และยกรายงานของ UN เมื่อปี 2009 ระบุว่า 6 ใน 10 ของแรงงานไทยระบุว่าเคยเห็นเพื่อนตัวเองถูกฆ่าระหว่างทำงาน

รายงานที่ซาวิทช์ยกมาอาจเป็นข้อมูลเก่า แต่ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายในไทยเป็นเรื่องจริง ณ วันนี้สหรัฐฯ ยังจัดให้ประเทศไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่จับตามองระดับ Tier 2 ในรายงานการค้ามนุษย์ (TIP report) กรณีแรงงานประมงข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไทยยังคงได้รับ “ใบเหลือง” เพื่อเตือนว่าอาจถูกสั่งห้ามส่งออกอาหารทะเลไปสหภาพยุโรป เนื่องจากขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU Fishing)

หมายเหตุ: เรียบเรียงจากบทความ “How to spot the secretive activities of rogue fishing boats” โดย แจ็คเคอลีน ซาวิทช์ (Jacqueline Savitz)
http://www.bbc.com/future/story/20180607-how-to-spot-the-secretive-activities-of-rogue-fishing-boats

- Advertisement -