แต่ละปีทั่วโลกมีขยะพลาสติกถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทรกว่า 8 ล้านตัน โดยมีกว่า 5 ล้านล้านชิ้น คิดเป็นน้ำหนักรวม 2.5 แสนตัน ลอยอยู่บนผิวน้ำ

สำหรับประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีการปล่อยขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในลำดับต้นๆ ของโลก แต่ละปีพบปริมาณขยะพลาสติกในทะเลราวๆ 5-6 หมื่นตัน หรือกว่า 750 ล้านชิ้น

“ประเทศไทยมีขยะในทะเลมากเป็นอันดับ 6 ของโลก” งานวิจัยของ Jambeck และทีมงาน ซึ่งเผยแพร่ผ่านวารสาร Science ฉบับที่ 347 ปี 2558 ระบุ พร้อมกับตั้งคำถามว่า ทำไมประเทศไทยที่มีประชากรเพียง 65 ล้านคน แต่ขยะกลับเยอะ แซงหน้าอินเดีย อเมริกา ฯลฯ ที่มีประชากรมากกว่า 1,000 ล้านคน

ข้อมูลจาก Ocean Conservancy ระบุถึงแหล่งที่มาของขยะทะเลว่า 80% มาจากกิจกรรมบนฝั่ง เช่น จากขยะบนฝั่ง จากแหล่งท่องเที่ยว ชายหาด ท่าเรือ และอีก 20% มาจากกิจกรรมในท้องทะเล เช่น การประมง การท่องเที่ยวทางทะเล และการขนส่งทางทะเล โดยขยะทะเลจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว การประมง การเดินเรือ สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศ

ภาครัฐได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการการแก้ไขปัญหาขยะทะเล และได้ระบุปัญหาขยะในแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 เพื่อให้การจัดการปัญหาขยะทะเลเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ตลอดจนผู้บริโภคหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และลงมือปฏิบัติ

กิจกรรมวันทะเลโลก ประจำปี 2561 ภายใต้หัวข้อ ‘Clean Our Ocean ทะเลดี ชีวีมีสุข’ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ฐานะหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนองค์กรต่างๆ ร่วมกล่าวแสดงเจตนารมณ์ และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทะเลไทย การจัดการขยะพลาสติกของทะเล

1PTTGC: เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องใช้อย่างฉลาด

ปฏิภาณ สุคนธมาน ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการธุรกิจปิโตรเคมีคอลขั้นปลาย บริษัท PTT Global Chemical กล่าวว่า ในนามของบริษัท PTT Global Chemical จำกัด หรือ PTTGC มีความยินดีมากที่ได้มาประกาศเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาพลาสติก ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาขยะทะเลในวันนี้

PTTGC ในฐานะผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก ตระหนักเสมอว่าการใช้พลาสติกไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในชีวิตประจำวัน เพราะพลาสติกอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคน แต่การใช้พลาสติกอย่างฉลาด ถูกวิธีจะสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะพลาสติกได้

เราได้นำคอนเซ็ปต์ของด้าน Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการ 3R มาใช้ในการประกอบธุรกิจ สร้างจิตสำนึกให้ประชาชน และพนักงาน ด้านรีดิวซ์ (Reduce) PTTGC นอกจากการลดการใช้พลาสติกแบบ Single use ใช้แล้วทิ้งไป PTTGC ยังรีดิวซ์โดยการนำเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ หรือไบโอพลาสติกมาใช้ในประเทศ

PTTGC มีเทคโนโลยีการผลิต Polylactic Acid (PLA) และก็การผลิต Polybutelene Succinate (PBS) ซึ่งทั้งสองเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ทำมาจากวัสดุดิบทางธรรมชาติ มีข้อดีสามารถย่อยสลายได้ และกำลังพัฒนาไปถึงเกรด Marine degradable อีกด้วย และการรียูส (Reuse) นั้น นอกจากการนำมาใช้ใหม่ กระบวนการผลิตได้พัฒนาเทคโนโลยีในการให้ความสำคัญต่อการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทที่ใช้แล้วคงทนถาวร ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติก หรือวัสดุต่างๆ สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงวัสดุก่อสร้าง

ทั้งนี้ PTTGC เชื่อว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์จะช่วยส่งเสริมนวัตกรรมในด้านผลิตภัณฑ์ของประเทศด้วย และด้านรีไซเคิล (Recycle) ให้ความสำคัญกับทางด้านขยะทะเลเป็นอย่างมาก โดยมีการจัดตั้งนำคอนเซ็ปต์การทำกิจกรรมทางด้าน “Upcycling the Oceans, Thailand” มาสู่ประเทศไทย โดยความร่วมมือของ PTT Global Chemical การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ และมูลนิธิอีโคอัลฟ์ (ECOALF) ประเทศสเปน

เนื่องจากเชื่อว่าการนำขยะพลาสติกมาใช้ใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้ในลักษณะเดิม ทำให้ขยะพลาสติกมีมูลค่า มีราคาที่สูงยิ่งขึ้น แล้วถึงใช้คำว่า Upcycling the Oceans นั่นแปลว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นขยะมันทำให้มี Value มากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าเรามั่นใจ เราจะทำอย่างจริงจัง ครบถ้วนในการบูรณาการทั้งทุกภาคส่วน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เชื่อว่าเราสามารถจะแก้ปัญหาพลาสติก ปัญหาขยะทะเลได้อย่างยั่งยืน

2SCG: ต้องสร้างระบบ ‘ตัดตอน’ ขยะพลาสติก

ชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า พลาสติกเป็นวัสดุแบบหนึ่งที่มีประโยชน์ และมีโทษเหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ยกตัวอย่างอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนมีมากมาย แต่คนยังใช้รถยนต์ เพราะฉะนั้นพลาสติกก็คล้ายๆ กันยังเป็นสิ่งที่จำเป็นในการใช้ แต่ทำอย่างไรจะสามารถบริหารจัดการในเรื่องของการใช้ได้ถูกวิธี และระมัดระวังที่สุด

ในนามของ เอสซีจี ได้ตระหนักเรื่องนี้มานานมาก ทราบดีว่าเป็นกระแสของโลก ไม่ใช่เป็นเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นในเดือน สองเดือน หรือปี สองปีนี้ โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เอสซีจีได้ลดการผลิต เนื่องจากเป็นผู้ผลิต และจำหน่ายเม็ดพลาสติก เอสซีจีได้ลดการผลิตและจำหน่ายสินค้าพลาสติกชนิดที่เป็นแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง คือ single use เมื่อปี 2550 นับมาปี 2560 10 ปี ลดจาก 53% เหลือต่ำว่า 30% ทั้งที่กำลังการผลิตเพิ่ม

ในขณะเดียวกันเพิ่มการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เอสซีจีมีการนำพลาสติกมาใช้ประโยชน์ พลาสติกที่เหลือใช้ผ่านการวิจัย และพัฒนาทำเป็นปะการังเทียม โดยใช้พลาสติกเป็นท่อ สามารถสร้างปะการังเทียม ทำให้เกิดพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และสร้างรายได้ให้กับประมงชายฝั่งทั้งแถบชลบุรี และระยอง

เอสซีจีได้วางปะการังเทียมไปทั้งหมดแล้ว 1,400 ลังในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ครอบคลุมพื้นที่ 30 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1.8 หมื่นไร่ที่อยู่ในทะเล ซึ่งได้ผลดีมากทำให้การใช้พลาสติกที่เหลือใช้มาทำเป็นสิ่งวัสดุที่คงทน และสามารถที่เป็นประโยชน์ในการเกื้อหนุนชาวประมงชายฝั่งทะเล

นอกจากนั้นช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการเก็บขยะชายฝั่งระยอง ทางบริษัทร่วมกับชาวบ้านเก็บขยะ แล้วนำขยะเหล่านั้นเข้าไปแปรรูปในทิศทางที่ถูกต้อง ซึ่งหวังว่าต่อไปการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ภาคประชาชนจะมีมากขึ้น และมีระบบที่จะสามารถตัดตอนขยะพลาสติดไม่ให้ลงไปยังกองขยะ ไม่ใช้ลงไปในทะเล เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่พลาสติกถูกใช้แล้วก็ถูกทิ้งลงไปที่เหล่านี้จะพบได้ว่าการนำกลับมาเป็นสิ่งที่ทำได้อยากมาก

เพราะนั้นต้องพยายามตัดตอนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของผู้บริโภค ตั้งแต่ตัวบุคคลไปจนถึงครอบครัวแล้วก็องค์กร ผมมีเพื่อนทางสแกนดิเนเวียเป็นบริษัทที่ทำงานร่วมกับเรา เวลาเขามาเมืองไทยเขาบอกว่าสิ่งที่เขาตกใจมากคือเวลาเห็นถังขยะ เขาถูกปลูกฝังมาว่าการทิ้งขยะต้องแยกแยะ เพราะนั้นทั้งถังขยะจะต้องมีทั้ง 3-4 ใบ ผมก็เลยตอบไปว่าเวลาคนไทยเห็นถังขยะครั้งละ 3 ใบ คนไทยก็ตกใจ เพราะว่าเราไม่คุ้นชินว่าจะทิ้งอย่างไร แต่ถ้าเห็นถังขยะแบบทิ้งรวม คือใบเดียว คนไทยรู้สึกเป็นสุขแล้วก็ทิ้งง่าย อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเปลี่ยนไป

ท้ายที่สุดขออนุญาตเป็นส่วนหนึ่งสิ่งที่เอสซีจี ซึ่งมีนโยบายสร้างความยั่งยืนชัดเจนอยู่แล้ว ตรงไหนที่สามารถจะสนับสนุนโครงการนี้ได้ก็ยินดีอย่างยิ่ง

3เอกชนพร้อมร่วมมือ ขอแค่ต้นทุน ‘พลาสติกชีวภาพ’ ถูกลง

สมชัย เตชะพานิชกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย กล่าวว่า ทางสมาชิกสมาคมได้ปรึกษาหารือ และวิธีช่วยทางราชการเกี่ยวการลดขยะพลาสติกในทะเล โดยมีประเด็นคือ สมาชิกส่วนใหญ่อยากร่วมมือกับทางรัฐบาลโดยใช้พลาสติกชีวภาพ หรือไบโอพลาสติก แต่เนื่องจากพลาสติกไบโอมีราคาค่อนข้างที่สูงกว่าพลาสติกทั่วไปมาก ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับความนิยมในการใช้

ฉะนั้นสมาชิกขอให้ภาครัฐ หรือหน่วยราชการ หน่วยเอกชนที่เกี่ยวข้อง ช่วยพัฒนาและบริหารจัดการให้มีต้นทุนไบโอพลาสติกลดลง เพื่อจะได้ใช้ทดแทนพลาสติกทั่วไป แต่ไบโอพลาสติกต้องใช้เวลาสักระยะ ฉะนั้นประเด็นต่อมาทางสมาชิกเสนอว่าจะพยายามพัฒนาพลาสติกที่สามารถลดวัตถุดิบได้มากขึ้นประมาณ 20% และคงทนขึ้น เพื่อจะได้ประหยัดเรื่องขยะพลาสติก

สำหรับหลักการ 3R การรีไซเคิลของบ้านเรายังไม่เพียงพอกับขยะที่เกิดขึ้น ฉะนั้นทางสมาชิกหลายๆ ฝ่ายได้หารือกันว่า ถ้าสามารถพัฒนาในการรีไซเคิลขยะพลาสติกทั้งหลายเกิดเป็นมูลค่า นำกลับมาใช้ใหม่วนเวียนไปอย่างต่อเนื่องจะสามารถช่วยลดขยะพลาสติกได้ในระดับหนึ่ง สมาชิกทุกรายของสมาคมยินดีที่จะร่วมมือกับทางราชการ และภาคประชาสังคม เพื่อช่วยกันลด ละ เลิก การใช้ขยะพลาสติก

4พลาสติกเป็นสิ่งมหัศจรรย์ แต่คนใช้ขาดความรับผิดชอบ

ภราดร จุลชาต ประธานกลุ่มพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า พลาสติกเป็นวัสดุซึ่งมหัศจรรย์กำเนิดขึ้นมากว่า 50 ปี มีคุณสมบัติที่หลากหลายทั้งมีความบางเบา แปรรูปง่าย ใช้พลังงานน้อย ซึ่งได้รับความนิยมมากมาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า คนทั่วโลกใช้พลาสติกอย่างขาดความรับผิดชอบ ขาดความรู้ ความเข้าใจในการใช้พลาสติกที่ถูกต้อง และผลก็กระทบกลับเข้ามาสู่สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม ประชาชน และสุดท้ายคือตัวเรา

ในกลุ่มพลาสติกอุตสาหกรรมตระหนักเรื่องนี้มาได้ระยะหนึ่ง มีการพูดคุย และมองเห็นว่าต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง สมัยผมเด็กๆ เกิดมาพร้อมโครงการตาวิเศษ เรานึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่าพลาสติกไปอยู่ในทะเลได้อย่างไร? แน่นอนไม่ตกลงไปเอง คนเราใช้แล้วทิ้งไม่ถูกที่ถูกทาง เราพูดถึงขยะ 30 ปีที่แล้ว พลาสติกอาจยังไม่ได้เป็นที่นิยม ซื้อกล้วยทอกก็จะได้ถุงกระดาษหนังสือพิมพ์มา แต่ปัจจุบันคงไม่มีกล้วยทอด หรือขนมครกที่ใส่ถุงกระดาษ ปัญหาคือว่าบบรรจุภัณฑ์เปลี่ยนไป

สิ่งที่เกิดขึ้นผมกลับมาคิดว่า ถ้าเราใช้แล้วทิ้งให้ถูกที่คงได้หรอก อาจไม่เพียงพอแล้วในปัจจุบัน ประชากรเพิ่มขึ้น การใช้ทรัพยากรของมนุษย์มีแต่จะเพิ่มขึ้น หวังว่าแต่ละคนจะใช้น้อยลงก็เป็นคำถามอันน่าสำคัญ น่าตกใจว่าจะใช้ได้น้อยแค่ไหน ภาคอุตสาหกรรมหลังจากได้พูดคุยกัน มีความตั้งใจร่วมกันต้องเข้ามาแก้ปัญหา

การแก้ปัญหานี้ตอนนี้เราได้เข้าไปร่วมมือกับองค์กรพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน เมื่อ 5 มิ.ย.2561 มีการลงนามความร่วมมือในระหว่าง 3-4 เดือนที่ผ่านมา เราได้เข้าพบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กทม. และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบอกว่าภาคเอกชน และองค์กรพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืนมีความตั้งใจอย่างยิ่งอยากจะเข้ามาแก้ปัญหาของพลาสติก และขยะพลาสติกที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. มีการลงนามความร่วมมือโครงการภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกอย่างยั่งยืนขึ้น ซึ่งโครงการนี้ความตั้งใจคือ ภาคเอกชนภาคเดียว บริษัทเดียวต่อให้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้ หลายๆ บริษัทมีการทำ CSR วันนี้เราเก็บชายหาด พรุ่งนี้ก็รกเหมือนเดิม เราต้องแก้ที่ต้นเหตุให้ได้

สิ่งที่เรามีความเชื่ออันแรก คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนไทย หรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในเมืองไทยสามารใช้พลาสติกเป็น อย่างแรกเราพูดถึงรีดิวก่อนว่าใช้น้อยใช้เท่าที่จำเป็น และถ้าใช้เมื่อจำเป็นต้องใช้แล้วใช้ซ้ำบ่อยๆ ได้ไหมเป็นการรียูส และเมื่อใช้ครบอายุก่อนที่าจะทิ้ง ทิ้งให้เป็น ต้องคัดแยกก่อน และนำไปสู่กระบวนการรีไซเคิล

สิ่งแรกที่เราอยากจะทำคือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การเข้าไปร่วมทำงานกับหน่วยงานราชการ เช่น เมื่อพลาสติกถูกทิ้งเป็นที่เป็นทาง ในส่วนกระบวนการจัดเก็บจากเทศบาล ท้องถิ่น หรือ กทม.จะจัดเก็บอย่างไร กำจัดอย่างไร เข้าสู่ระบบ เราจะสร้างโมเดลต่างๆ ในปีนี้เราจะดำเนินการตั้งแต่การสร้างแคมเปญ คล้ายๆ ตาวิเศษเกิดขึ้น แต่เป็นกระบวนที่มีการคัดแยก คิดก่อนทิ้ง ใช้เท่าที่จำเป็น ไปสู่กระบวนการจัดเป็นโมเดลให้ครบทั้ง 3R

เราจะนำร่องที่ระยอง เพราะมีชายทะเล มีชุมชนเมือง ชนบท แล้วจะทำที่เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เพื่อให้เห็นว่าถ้าเราจัดการถูกต้องครบถ้วน พลาสติกจะเป็นปัญหาที่น้อยลง และเราไม่ได้ทำปีเดียว ความตั้งใจของโครงการนี้คือ 10 ปี เรามีความคาดหวังว่ากระบวนการนี้จะมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เพราะการเกิดพฤติกรรมไม่ได้เกิดขึ้นในปีเดียว และความร่วมมือที่เกิดขึ้นกับภาครัฐ ถาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) เขามองเห็นว่าเราทำได้ถูกต้องแล้ว ทำอย่างนี้คือสิ่งที่ใช่ ปัญหาพลาสติกในทะเลก็จะหมดไป

เป้าหมายของเราที่เราตั้งใจไว้ จำนวนพลาสติกขยะพลาสติกในทะเลต้องลดลงไม่น้อยลงกว่า 50% ในปี 2570 เราก็เชื่อหวังว่าควาร่วมมือนี้จะเกิดขึ้น และเป็นความตั้งใจของภาคอุตสาหกรรมที่จะขออนุญาตฝากไว้กับพวกเราทุกท่าน กับหน่วยราชการทุกหน่วยราชการ และประชาชน ผู้ประกอบการ รวมถึงการปรับตัว ภาคเอกชนเองก็ต้องปรับตัว ผลิตภัณฑ์ซึ่งไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็จะค่อยๆ ลดไป และเราก็ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นี่เป็นความตั้งใจที่อยากจะให้เกิดขึ้น เราหวังว่าปัญหาขยะในทะเล และทะเลเป็นสิ่งที่สวยงามจะอยู่กับพวกเราต่อไป

5ถ้าสิ่งแวดล้อมอยู่ไม่ได้ ธุรกิจก็อยู่ไม่ได้

ธรรศพงศ์ ฐิติหิรัญเมธี ผู้อำนวยการกลุ่มงานออกแบบผลิตภัณฑ์ Vice President Product Design and Innovation บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีความยินดีที่ได้มาร่วมประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับทุกภาคส่วนในการจะช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม วันนี้ไม่ได้จะมาประกาศเจตนารมณ์อย่างเดียว แต่ในฐานะภาคอุตสาหกรรมแปรรูปพลาสติก อยากมาเล่าให้ฟังว่าภาคอุตสาหกรรมทำอะไรอยู่บ้าง เพื่อที่จะช่วยกันพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติก เพื่อให้ช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

ภายใต้แนวความคิด ECO & USER Friendly Disposable Products ในส่วนของการออกแบบ และพัฒนาพลาสติก โปรดักส์ตอนนี้ในภาคอุตสาหกรรมทำกันในระดับที่เรียกว่า go green ไปถึงระดับ real green ในส่วนของที่เป็น go green อาศัยการออกแบบที่ใช้หลักการ eco design เข้ามาช่วยก็คือ เน้นเรื่อง 3R จะเป็นการ Reduce, Reuse, Recycle

ตัวอย่างในส่วนของนวัตกรรม คือมีสูตรการผลิตสามารถลดความหนาลงได้ 20-40% เมื่อนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จะสามารถลดการใช้พลาสติก หรือวัตุดิบต้นทางลงได้ 20-40% เมื่อกลับไปเป็นขยะจะลดลงในอัตราส่วนที่เท่ากัน ซึ่งถือว่าเป็นการลดการใช้พลังงาน ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งวงจรชีวิตของสินค้า

ส่วนในการออกแบบด้วยหลักการ Eco Design ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ 2 อย่างที่ออกแบบอยู่ในขณะนี้ คือ สายหิ้วกล่อง เพื่อใช้ทดแทนถุงหิ้ว และถุงเก็บปัสสาวะ เพื่อใช้ทดแทนกระบอก สินค้า 2 ตัวนี้ ออกแบบมา เพื่อทดแทนและลดการใช้พลาสติกได้ 6-9 เท่าเมื่อเทียบกับถุงหูหิ้ว และกระบอกที่ใช้กันอยู่ ณ ปัจจุบัน

ในระดับที่เป็นเรียกว่า real green มีการใช้นวัตกรรมทางด้านวัตถุดิบสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ใช้ในส่วนของ Compostable Bioplastic สามารถผลิตเป็นหลอดดูดเครื่องดื่มได้ ถุงซิป ถุงหูหิ้ว ถุงขยะ เมื่อกำจัดสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายใน 180 วัน กลายเป็น Biomass หรือชีวมวลที่จะไม่เหลือสิ่งตกค้างให้กับธรรมชาติเลย

ภาคอุตสาหกรรมการผลิต มุ่งมั่น และพัฒนาสินค้า เพื่อช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอยู่ไม่ได้ ภาคสังคม ภาคธุรกิจ หรือทุกภาคส่วนก็จะอยู่ไม่ได้ รวมทั้งพวกเราทุกคน ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นในหน้าที่ และบทบาทของตัวเอง

สำหรับภาคอุตสาหกรรมผู้แปรรูปพลาสติกขอยืนยัน และให้คำมั่นว่าจะร่วมกับทุกภาคส่วนในการช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ และเทคโนโลยี แม้แต่กระทั่งนวัตกรรมร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อช่วยสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

6TESCO: ชวนลูกค้าลดพลาสติกไปแล้ว 100 ล้านใบ

ปุณฑริกา สุสัณฐิตพงษ์ ผู้จัดการอาวุโส แผนกสื่อสารองค์กร บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (ผู้แทนกรรมการ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย) กล่าวว่า ผู้ประกอบการในสมาคมผู้ค้าปลีกไทย มุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมและสนับสนุนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติก เพื่อลดวิกฤติขยะพลาสติกและขยะพลาสติกในทะเลอย่างยั่งยืน โดยจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการหลายรายได้มีการจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อเชิญชวนลูกค้าไม่รับถุงพลาสติก

สำหรับเทสโก้ โลตัส ที่มีร้านค้าตั้งอยู่ในชุมชนทั่วประเทศและให้บริการลูกค้ากว่า 15 ล้านคนต่อสัปดาห์ ตระหนักดีถึงบทบาทของเราในการรณรงค์ให้ลูกค้าและประชาชนใช้ถุงพลาสติกอย่างรับผิดชอบ ตลอดทั้งเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งมีวันสำคัญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมถึง 2 วัน คือ วันสิ่งแวดล้อมโลก และวันทะเลโลก ได้จัดทำแคมเปญมอบแต้มกรีนพอยท์รวม 10 ล้านแต้ม เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าปฏิเสธการรับถุงพลาสติก

นอกเหนือจากในเดือนมิถุนายนแล้วนั้น ตลอดทั้งปี ลูกค้าจะได้รับแต้มกรีนพอยท์ 20 แต้มทุกวัน และพิเศษ 150 แต้มทุกวันพุธ เมื่อไม่รับถุงพลาสติก ปัจจุบัน โครงการภูมิใจไม่ใช้ถุง ของเทสโก้ โลตัส สามารถช่วยลดถุงพลาสติกไปได้แล้วทั้งสิ้นกว่า 100 ล้านใบ โดยวัดจากจำนวนแต้มกรีนพอยท์ที่เทสโก้ โลตัส ได้มอบให้ลูกค้ากว่า 3,000 ล้านแต้ม

ในวันนี้ ดิฉันขอเป็นตัวแทนผู้ประกอบการในสมาคมผู้ค้าปลีกไทยทุกราย ในการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับภาคีเครือข่ายฯ เพื่อรณรงค์และผลักดันการลดการใช้ถุงพลาสติกในประเทศไทยอย่างจริงจังและอย่างยั่งยืน