11 มิถุนายน World Meat Free Day – วันงดการบริโภคเนื้อสัตว์โลก

“ลดเพื่อเพิ่ม …
ลด: เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมเชิงอุตสาหกรรม
เพิ่ม: สุขภาวะที่ดีของมนุษย์และโลก”

คือส่วนหนึ่งของข้อความบนโปสเตอร์แสดงวิสัยทัศน์ของกรีนพีซ เรื่องระบบเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นม ถึงปี พ.ศ.2593 ซึ่งถูกจัดแสดงพร้อมข้อมูลการรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากการผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมจากการปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรม ผ่านท้ายเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ครั้งเข้าเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต

“เพิ่มสุขภาวะที่ดีของโลก” ประโยคชวนสงสัย การลดบริโภคเนื้อสัตว์จะสามารถช่วยให้โลกแข็งแรงขึ้นได้อย่างไร ?

บริโภคเนื้อสัตว์ เพิ่มก๊าซเรือนกระจก ต้นเหตุโลกร้อน

สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้พูดคุยกับ ขวัญ-วัชรพล แดงสุภา ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงประเด็น การลดเพื่อเพิ่ม-ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพื่อความอยู่รอดของเราและโลก

ทำไมต้องลด? ประโยคเริ่มต้นบทสนทนา

ชายผู้สวมใส่เสื้อยืดสีครีม สกรีนลายเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เอกลักษณ์ของต้นสังกัดในการต่อกรกับอาชญากรทางสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องโลก และทรัพยากรของเราทุนคน เล่าย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2558 ถึงข้อตกลงที่ประเทศต่างๆ เห็นพ้องกัน เพื่อจำกัดระดับอุณภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม

วัชรพล แดงสุภา

เขาเล่าว่า หากต้องการบรรลุเป้าหมายของข้อตกลงดังกล่าว และมีสภาพภูมิอากาศที่ปลอดภัยในปี พ.ศ.2593 โลกจำเป็นต้องปฏิรูประบบการผลิตอาหาร ต้องจัดการกับการผลิตเนื้อสัตว์ เพราะการผลิตเนื้อสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมาก และมีแนวโน้มมากขึ้นในอนาคต

“ในปัจจุบันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงจากภาคเกษตรกรรมคิดเป็นร้อยละ 24 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการทำปศุสัตว์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน คิดเป็นร้อยละ 14 ซึ่งเทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคคมนาคมขนส่งทั้งภาค การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรมจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในลักษณะสัมบูรณ์และสัมพันธ์ โดยจะสูงถึงร้อยละ 52 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกในปี พ.ศ.2593” เขา ระบุ

วัชรพล ให้ข้อมูลจากมีการจำลองสถานการณ์ก๊าซเรือนกระจก คาดว่าก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยมาจากระบบอาหาร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน จนถึงปี พ.ศ.2593 จะสูงถึง 2 หมื่นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีในสถานการณ์ปกติ

นั่นความหมายว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรมแทบทะลุพิกัดสูงสุดที่อนุญาตให้ทุกภาคส่วนรวมกันปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ในปี พ.ศ.2593

เขา ชวนเราลองจินตนาการถึงรถเมล์คันหนึ่ง หากกำหนดเป้าหมายให้ภาวะโลกร้อนเพิ่มขึ้นได้เพียง 1.5 องศาเซลเซียสในปี พ.ศ.2593 รถเมล์คันนี้จะมีที่นั่งว่างสำหรับก๊าซเรือนกระจก 20 ที่นั่ง ถ้ายังคงบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นแบบนี้ต่อไป ที่นั่ง 11 จาก 20 ที่นั่งจะตกเป็นของระบบอาหาร เหลือเพียง 9 ที่นั่งไว้ในภาคส่วนอื่น เช่น พลังงาน อุตสาหกรรม ขนส่ง

“รถเมล์คันนี้จะแน่นมากจนอาจจะล้นและอาจเกิดอันตรายในการเดินทางได้” เขาเผยความกังวลผ่านแววตา

ถ้าหากร่วมกันก้าวไปสู่การกินอาหารที่อุดมด้วยพืชผัก ที่นั่งบนรถเมล์จะว่างลงถึง 7 ที่ และมีโอกาสที่จะเดินทางถึงเป้าหมายในปี พ.ศ.2593 ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้การปล่อยให้ที่นั่งว่างก็เป็นหลักประกันว่า มนุษย์จะมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากการปรับเปลี่ยนอาหาร และมีโอกาสปกป้องธรรมชาติได้มากขึ้น

“ดังนั้นกรีนพีซขอเรียกร้องให้ลดการผลิตและการบริโภคผลิตภัณฑ์จากการปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรมทั่วโลกลง” ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ กรีนพีซ ย้ำวิสัยทัศน์เดิม

สิ่งที่เรากิน (กำลัง) ทำให้โลกของเราป่วย

วัชรพล เล่าถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมที่เกิดจากการปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรม ผ่านแนวคิดเรื่อง ‘พรมแดนแห่งพิภพ’ วิธีการใช้วัดความเปลี่ยนแปลงของศักยภาพของโลกในการหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ และดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ

เขา เล่าว่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำปศุสัตว์มีส่วนทำให้พรมแดน 6 ด้านจาก 9 ด้านถูกรุกล้ำอย่างหนัก ได้แก่ 1.การเปลี่ยนแปลงระบบที่ดิน เนื่องจากการทำปศุสัตว์เป็นตัวผลักดันที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบที่ดิน การขยายทุ่งเลี้ยงสัตว์ และพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์ทำให้ป่าไม้ต้องสูญหายไป เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศที่เรียกกลับคืนไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อการหมุนเวียนคาร์บอนในโลก วงจรอุทกวิทยา ระบบอากาศท้องถิ่น รวมไปถึงกระบวนการอื่นๆ

“จากการประเมินพื้นที่สำหรับผลิตปศุสัตว์ใช้ที่ดินประมาณร้อยละ 25 ของที่ดินบนพื้นผิวโลกทั้งหมด” เขาระบุ

©Cheryl-Samantha Owen/Greenpeace

2.ความสมบูรณ์ของชีวมณฑล หรือการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การทำปศุสัตว์มีส่วนทำให้โลกสูญเสียสัตว์กินเนื้อ และสัตว์กินพืชขนาดใหญ่ เช่น หมาป่า หมี เสือ สาเหตุมากจากการแข่งขันกับปศุสัตว์ โรคจากการปศุสัตว์ การผสมข้ามสายพันธุ์กับปศุสัตว์ และทำให้ระบบนิเวศเสียมสมดุล 3.การไหลทะลักของสารชีวธรณีเคมี หรือมลพิษในแหล่งน้ำจากไนโตรเจน และฟอสฟอรัส

4.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 5.การใช้น้ำจืด การเติบโตของกรทำปศุสัตว์ ทำให้การบริโภคน้ำเพิ่มสูงขึ้นมาก เนื่องจากต้องการน้ำมาใช้ปลูกพืชสำหรับผลิตอาหารปศุสัตว์มาก มีงานวิจัยระบุว่าหากประเทศอุตสาหกรรมหันมากินอาหารมังสวิรัติ จะลดร้อยเท้าน้ำที่เกิดจากอาหารของมนุษยชาติได้ร้อยละ 36 และ 6.สสารใหม่ หรือผลกระทบที่ยังไม่รู้จากสสารใหม่ หรือสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของโลก

“หนึ่งในตัวการที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้โลกสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ หรืออาจกล่าวสั้นๆ ได้ว่าสิ่งที่เรากินทำให้โลกของเราป่วย” รายงานลดเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมเชิงอุตสาหกรรม เพิ่มสุขภาวะที่ดีของมนุษย์โลก-ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สำหรับวิสัยทัศน์ของกรีนพีซ เรื่องระบบเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมถึงปี พ.ศ.2593 (ทบทวน) ระบุ

‘ลดเนื้อสัตว์’ ข้อเรียกร้องของกรีนพีซ

ยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงที่สาดมายังท้ายเรือนักรบสายรุ้งเสมือนสัญลักษณ์ของการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธี และเป็นสัญญาณแห่งความหวังให้กับผู้คนในการปกป้องสิ่งแวดล้อม ค่อยๆ จางลง แสงสุดท้ายทำหน้าที่แทนนาฬิกาจับเวลา ก่อนบทสนทนาสิ้นสุด เราถามถึงข้อเรียกของกรีนพีซทิ้งทายการสนทนา

“กรีนพีซขอเรียกร้องให้ลดการผลิต และการบริโภคผลิตภัณฑ์จากการปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรมทั่วโลกลง” เขาย้ำประโยคเดิม พร้อมให้รายละเอียดว่า การลดเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมเชิงอุตสาหกรรมลง 50% เป็นการลดระดับการทำปศุสัตว์ในปัจจุบันลง 50%

การลดลงนี้หมายถึง ในปี พ.ศ.2593 คาดการณ์ว่าการบริโภคเนื้อสัตว์ทั่วโลกจะอยู่ที่ 16 กิโลกรัมต่อหัวต่อปี หรือประมาณ 300 กรัมต่อหัวต่อสัปดาห์ โดยนับรวมผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ทุกประเภท คิดจากน้ำหนักซาก ซึ่งหมายถึงเนื้อดิบที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป ณ จุดขายปลีก

สำหรับผลิตภัณฑ์นม การลดลง 50% ทำให้การบริโภคผลิตภัณฑ์นมทั่วโลกอยู่ที่ 33 กิโลกรัมต่อหัวต่อปีโดยประมาณ หรือเทียบเท่า 630 กรัมต่อหัวต่อสัปดาห์ เทียบเท่ากับนมหนึ่งแก้วประมาณ 200 กรัม

“ภายใต้เป้าประสงค์ของกรีนพีซ เราคาดการณ์ว่าการบริโภคเนื้อสัตว์ทั่วโลกจะอยู่ที่ 16 กิโลกรัมต่อหัวต่อปี” ฐานะผู้ประสานงานรณรงค์ด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทิ้งทายการสนทนา

- Advertisement -