พิเชษฐ์ ชูรักษ์ ที่ปรึกษาชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และอดีตประธานชมรมนักช่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สะท้อนมุมมองในฐานะสื่อมวลชน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย.2561 ผ่านเวทีเสวนาเรื่อง “Beat Plastic Pollution: รักษ์โลก เลิกพลาสติก”

ทำไม ‘คนไทย’ ไม่ทิ้งขยะที่ต่างประเทศ ?

อดีตประธานชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นบทสนทนาด้วยภาพบทบาทของสื่อมวลชนในการสื่อสารข้อมูล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคนทั่วไปได้รับรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหา “ขยะพลาสติก” เพื่อให้ทราบว่าปัจจุบันมีความรุนแรงมาก-น้อยระดับไหน

“ในอดีตมีการสื่อสารผ่านการรณรงค์ในระดับต่างๆ เมื่อรูปแบบการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไป ชีวิตผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการรับสารก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลข่าวสารถูกบรรจุอยู่ในโทรศัพท์ หมายความว่าการสื่อสาร การสร้างกิจกรรมต่างๆ ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน” สื่อมวลชนรายนี้ บอกเล่าภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงไป

“เราคิดว่าคนอื่นควรแก้ปัญหาให้เรา แต่เราไม่เคยคิดหรอกว่าตัวเราเองต้องแก้” พิเชษฐ์ ระบุ

เขา ตั้งคำถามโดยชวนให้คิดตามว่า เหตุใดคนไทยไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์แต่จะไม่ทิ้งขยะที่สิงคโปร์ หรือเวลาไปประเทศญี่ปุ่นคนไทยจะสุภาพมาก นั่นอาจเป็นเพราะเชื่อว่าสังคมที่นั่นมีความเป็นระเบียบวินัย ผู้คนเคร่งครัดต่อการปฏิบัติ ขณะนั้นเราสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้ในช่วงเวลาสั้นๆ 3-4 วัน แต่พอกลับมาที่บ้านเราทุกอย่างกลับเหมือนเดิม นั่นเพราะทุกคนเชื่อว่า “พรุ่งนี้เช้ารถของเทศบาลจะมาเก็บขยะ”

“วันที่เราออกจากบ้านเช้า เราบอกว่ามลพิษบนท้องถนนช่างเยอะเหลือเกิน รถก็ติดมาก แต่เรากลับคิดว่า รถติดเดี๋ยวผู้ว่า กทม. ต้องมาหาทางแก้ไข มลพิษก็เป็นเรื่องของกรมควบคุมมลพิษ เราก็ไม่เริ่มแก้ปัญหา” เขาย้ำประเด็นเดิม และตั้งคำถามว่า เราลองนับดูว่าเวลาไปตลาดได้ถุงพลาสติกกลับมาเท่าไร ?

เขา เล่าว่า ส่วนตัวเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองจากความเคยชิน ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะมีการเผลอไปบ้าง แต่ก็พยายามทำในฐานะที่ตัวเองเป็นนักสื่อสาร โดยเริ่มจากนับว่าแต่ละครั้งที่ไปตลาด เราสร้างถุงพลาสติกไปจำนวนเท่าใด จากนั้นก็เริ่มนำถุงผ้าไปจ่ายตลาด

“การลดถุงพลาสติกให้ได้มากที่สุดคือไม่เอาถุงพลาสติก เช่น ของที่ไม่เปียกแฉะ ผัก-ของแห้ง สามารถใส่ลงในถุงผ้าได้เลย เมื่อกลับบ้านสามารถแยกได้ แต่มีบางอย่างที่จำเป็นต้องใช้ถุงพลาสติกจริงๆ เช่น พวกเนื้อสัตว์ นั่นทำให้เราไม่สามารถปฏิเสธถุงพลาสติกได้ แต่เราไม่จำเป็นต้องซ้อน 2 ชั้นก็ได้ การทำแบบนี้อย่างน้อยก็สามารถลดถุงพลาสติดลงได้” พิเชษฐ์ แบ่งปันประสบการณ์

คำขวัญวันเด็กไม่เคยมีเรี่อง ‘ขยะพลาสติก’

นอกเหนือจากบทบาทที่ปรึกษาชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมแล้ว ปัจจุบัน “พิเชษฐ์” ยังดำรงตำแหน่งเป็นรองบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ด้วย ฉะนั้นมุมมองต่อการสื่อสารจึงเป็นเรื่องที่น่ารับฟัง

“นี้คืออินโฟกราฟิกที่นำเสนอผ่านสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews)” เขาพูดในขณะที่โปรเจคเตอร์แสดงภาพอินโฟกราฟิกที่ถูกนำเสนอผ่านเว็บไซต์ https://greennews.agency และ เฟซบุ๊ก ‘สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNews (https://www.facebook.com/greennewsagency)’

พิเชษฐ์ บอกว่า จากเดิมที่ต้องอ่านข้อมูลจำนวนมาก ปัจจุบันผู้คนไม่อ่านแล้ว การเปลี่ยนรูปแบบมานำเสนอมาสู่การทำอินโฟกราฟิกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญในยุคนี้ ซึ่งเป็นการแสดงผลของข้อมูลหรือความรู้โดยภาพและเข้าใจง่าย ลดความซับซ้อนของข้อมูล ตัวอย่างเช่น มาตรการนานาชาติล้างบางถุงพลาสติก (https://greennews.agency/?p=15720) ทางสำนักข่าวได้รวบรวมมาตรการล้างบางของนานาชาติ เพื่อฉายภาพสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้

เขา ยกตัวอย่างการนำเสนอข้อมูลเรื่องมาตรการยกเลิกพลาสติกหุ้มฝาขวด หรือ CAP SEAL ของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) โดยการนำผ่านอินโฟกราฟิกของสำนักข่าวฯ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายมากขึ้นกว่าการนำเสนอผ่านงาน ทั้งนี้ยังมีการนำข้อมูลต่างๆ เปรียบเทียบสิ่งที่อยู่รอบตัวเพื่อให้มองเห็นภาพ เช่น การบอกว่าถ้านำพลาสติกหุ้มฝาขวดมาต่อเรียงกันสามารถพันรอบโลกได้ 6.5 รอบ ความยาว 260,000 กิโลเมตร เป็นต้น (5 ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่นำทัพ 1 เม.ย.61 เลิกพลาสติก หุ้มฝาขวด, https://greennews.agency/?p=16641)

“นี่คือรูปแบบที่อยากให้เห็น” เขาย้ำ พร้อมเปลี่ยนพรีเซนเทชั่นเป็นภาพการ์ตูน

“ผมอยากให้ดูรูปนี้ ซึ่งเป็นรูปผู้ใหญ่หิ้วถุงพลาสติก (https://greennews.agency/?p=15758) แทนการใช้เนื้อหาจำนวนมากมาเปลี่ยนเป็นรูปการ์ตูน ซึ่งสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมเป็นสื่อเดียวที่มีการสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว มีนักวาดการ์ตูนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทยเสียสละเวลาให้ เพราะเป็นสำนักข่าวที่ไม่ได้แสวงหากำไรและไม่ใช่องค์กรธุรกิจ” พิเชษฐ์ ระบุ

เขา เล่าผ่านภาพการ์ตูนว่า ภาพนี้แสดงให้เห็นว่าใครเป็นต้นแบบ สังคมไทยเน้นเรื่องเด็กเดินตามหลังผู้ใหญ่ เหมือนสุภาษิตที่ว่าเดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด แต่ไม่แน่ใจว่าประเทศให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในระดับไหน เมื่อนำเปรียบเทียบกับปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาเรื่องความรักชาติ กับปัญหาเรื่องพลาสติก เรื่องไหนใหญ่กว่ากัน อย่างคำขวัญวันเด็กไม่ได้มีการพูดถึงพลาสติก สิ่งแวดล้อม พูดเพียงว่าให้เด็กเติบโตมาเป็นคนรักชาติ ประเทศให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคง ความสงบของชาติ

“ต้องเปลี่ยนค่านิยม หรือการนำนโยบายของรัฐสู่การปฏิบัติ” เขามองภาพสังคมไทย

เขา กล่าวต่อไปว่า หากเราเริ่มต้นลงมือทำ เริ่มจากผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำหมู่บ้าน เริ่มจากการเก็บขยะแล้วไปบอกต่อ ส่งสารตัวนี้ไปยังเด็กและเยาวชน เพราะเขาคือคนที่จะใช้พื้นที่โลกในอนาคต แสดงให้เห็นความสำคัญของเรื่องราว เล่า สื่อสารไปยังคนเหล่านั้น เพื่อไม่เกิดปัญหาขยะต่อไปแบบนี้

“บทบาทการสื่อสารของผมในฐานะผู้ดูแลสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม พวกเรายังคิดกันต่อไปว่า คำว่า Greennews อาจจะไม่ได้หมายความเฉพาะข่าวสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว อาจจะเป็น Green Health, Green city หรืออะไรก็ตามแต่มันเพิ่มขึ้นไป” เขากล่าว

สื่อสารด้วย ‘พฤติกรรม’ จากบุคคลสู่สาธารณะ

“คนเราคาดหวังให้คนอื่นแก้ และอยากเห็นการแก้ปัญหาในวันเดียว” พิเชษฐ์ขมวดประเด็นอีกครั้ง ซึ่งเขาเชื่อว่า ไม่ว่าปัญหาใดก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ในวันเดียว

เขาทิ้งทายถึงกรณีวาฬกินพลาสติกตายว่า วาฬตัวหนึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ต่อชีวิตความเป็นอยู่ พลาสติกย่อยสลายยาก ประมาณ 400-450 ปี ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ดังนั้นกระบวนการการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงควรเริ่มจากตัวเรา เช่น ต้องพกถุงผ้า การปฏิเสธการรับถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้า

อย่างน้อยที่สุดมีคนสองคนเห็นคือ ผู้ซื้อกับผู้ขาย นี่คือการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง การสื่อสารไปสู่สาธารณะ และการสื่อสารกับคนรอบข้าง พิเชษฐ์ ระบุ และว่า ฉะนั้นอันดับแรกผมจะไม่รับถุงพลาสติก

เขาให้คำมั่น เพราะเชื่อว่านี่คือการสื่อสารที่ดีที่สุดในฐานะ “ผู้สื่อสาร”

- Advertisement -