บริษัทสัญชาติอินโดนีเซียผลิต ‘ถุงกินได้-นำกลับมาใช้ใหม่-ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ’ ทำจากมันสำปะหลัง แก้ปัญหาขยะล้นเมือง-ล้นคลอง ประเทศอินโดนีเซีย บนถุงบอกนิยามตัวใหญ่ว่า I AM NOT PLASTIC’ หรือ ‘ฉันไม่ใช่ถุงพลาสติกนะ’ แม้หน้าตาจะเหมือน สัมผัสเหมือน แต่ก็ไม่ใช่

บริษัท Avani Eco ผู้ผลิตนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักโลกสัญชาติอินโดนีเซีย อธิบายว่า “ถุงกินได้” นี้ ผลิตจากมันสำปะหลัง พืชเศรษฐกิจที่นิยมปลูกทั้งในแอฟริกา ลาตินอเมริกา และเอเชีย มีคุณสมบัติตั้งแต่ นำกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิล ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ที่สำคัญคือมันละลายได้ในน้ำ

หมายความว่านอกจากจะแก้ปัญหาขยะในลำคลอง ยังเป็นมิตรกับนกและปลา ซึ่งมักเข้าใจผิดคิดว่าขยะพลาสติกตรงหน้าเป็นอาหาร และชอบกินเข้าไปจนต้องตกตายไปตามๆ กันในท้ายที่สุด

จุดประสงค์หนึ่งของ Avani Eco คือต้องการแก้ปัญหาขยะในลำคลองในอินโดนีเซีย ซึ่งท่วมล้นจนต้องระดมกำลังทหารเข้าไปขุดลอก แต่ในอีกด้านมันคือการเปลี่ยนนวัตกรรม เปลี่ยนเครื่องจักร ออกแบบบรรจุภัณฑ์พลาสติกใหม่ที่ทำให้พลาสติกใช้แล้วทิ้งหนึ่งใบ กลายเป็นพลาสติกที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และย่อยสลายได้

ฟังดูแล้วเป็นเรื่องยาก แต่นี่คือหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญเวลาพูดถึงแนวทางแก้ปัญหาบรรจุภัณฑ์พลาสติก เพราะหากมนุษย์ยังจำเป็นต้องใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง วิธีแก้ “ส่วนหนึ่ง” พลาสติกนั้นก็ต้องถูกเปลี่ยนให้รีไซเคิลได้

เรากำลังพูดถึงการปรับ ‘นวัตกรรม’ ไม่ใช่แค่การปรับ ‘พฤติกรรม’

เรื่องเดียวกับรายงานของ World Economic Forum สภาเศรษฐกิจโลก ร่วมกับมูลนิธิ Ellen MacArthur ในปี 2017 ชื่อ The New Plastic Economy Catalysing action (แนวปฏิบัติเพื่อกระตุ้นการสร้างธุรกิจด้านพลาสติกแบบใหม่) อธิบายว่า หากจะเปลี่ยนระบบวิธีคิดเกี่ยวกับพลาสติกและต่อสู้กับปัญหามลพิษ ต้องเริ่มแก้ที่ “ระบบ” และ “พัฒนานวัตกรรม”

The New Plastic Economy Catalysing action เสนอวิธีแก้ปัญหา 3 อย่าง ซึ่งจะครอบคลุมปัญหาขยะพลาสติกทุกประเภท คือ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่และการพัฒนานวัตกรรม ที่ทำให้บนนจุภัณฑ์พลาสติกสามารถรวมเป็นหนึ่ง คือทั้งนำกลับมาใช้ใหม่ได้และรีไซเคิลได้ด้วย

3 กลยุทธ์ การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมพลาสติก

  • Redesign and innovate: เพราะ 30% ของพลาสติกทั้งหมด (ของน้ำหนักพลาสติกรวม) ถูกคิดมาเพื่อ “ใช้แล้วทิ้ง” และผลิตด้วยพลาสติกประเภทที่ย่อยสลายได้ยากหรือไม่ได้ เช่น ขวดซอสมะเขือเทศ เปลือกลูกกวาด แผ่น tear-off (อุปกรณ์มอเตอร์ไซค์) ฝาหม้อ การแก้ปัญหาในสัดส่วนนี้ จำเป็นต้องพัฒนา คิดค้น ออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ที่นำกลับมาใช้ใหม่ หรือ รีไซเคิลได้จริง
  • Reuse: 20% คือตัวเลขที่ประเมินกันว่า ถ้ากลุ่มผู้ผลิตออกแบบให้บรรจุภัณฑ์นั้นนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จะเพิ่มโอกาสการลงทุนหรือเม็ดเงินในธุรกิจนี้กว่า 20% คิดเป็นมูลค่าที่ 9,000 ล้านดอลลาร์
  • Recycle: 50% คือตัวเลขที่ประเมินว่า หากมีการพัฒนา ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้นำกลับมาใช้ซ้ำ หรือ รีไซเคิลได้ (ดังเจตนารมณ์ในข้อ1) จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในธุรกิจนี้ราว 50% คิดเป็นมูลค่า 190 – 290 ดอลลาร์ ต่อการรีไซเคิลขยะพลาสติกมูลฝอยทุกๆ 1 ตัน หรือ 2,000-3,000 ล้านดอลลาร์ ของขยะพลาสติกในกลุ่มประเทศ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ไม่นับมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้

ทางเลือกบรรจุภัณฑ์รักโลกกับนวัตกรรมสุดล้ำ

ไม่ใช่แค่ Avani Eco ที่พัฒนานวัตกรรมออกมาใหม่ซึ่งคือโอกาสการทำธุรกิจในอนาคตอันใกล้ แต่ผลิตภัณฑ์หลายชนิดใช้บรรจุภัณฑ์รักโลกเป็นจุดขายใหม่กันแล้ว เพราะแม้กระทั่งถุงพลาสติกกินได้ของ Avani Eco นี้ ก็ได้รับแรงบัลดาลใจ Evoware บริษัทพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมประเทศเดียวกัน แก้ปัญหาพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น ขวดซอส พลาสติกฟิล์มหุ้มอาหาร (food wraps)

จุดเด่นของ Evoware คือพลาสติกเหล่านี้ย่อยสลายได้ แถมมีวิตามิน แร่ธาตุ ที่เมื่อลงไปอยู่ในดินแล้วจะกลายเป็นปุ๋ยชั้นดีด้วย

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งในโปรเจคของ มูลนิธิ Ellen MacArthur เปิดเวทีประกวดพัฒนานวัตกรรม เงินรางวัล 2 ล้านดอลลาร์ โดยจะแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ส่วนคือ การประกวดไอเดีย จะเปลี่ยนดีไซน์บรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นอะไร และประกวดวัสดุว่าจะเปลี่ยนวัสดุผลิตพลาสติกเป็นอะไรแทน

ผู้ชนะจะได้เข้าร่วมโครงการ Think Beyond Plastic (คิดให้ไกลกว่าพลาสติก) เป็นเวลา 12 เดือน เพื่อพัฒนานวัตกรรมและการออกแบบการตลาด

ในการประกวดประเภท “ไอเดีย” เพื่อเปลี่ยนดีไซน์ ผู้ชนะตกเป็นของ Triocup” สตาร์ทอัพสัญชาติอเมริกัน จากผลงานแก้วที่ไม่ต้องมีฝาปิด แต่ออกแบบให้กินแล้วไม่หก กันน้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และด้วยดีไซน์เท่ๆ ของการพับกระดาษแบบโอริกามิ (origami style)

ที่น่าสนใจของการประกวดประเภทนี้คือ หลายทีมมุ่งเป้าไปที่ประเด็นแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้ง ด้วยปัญหาใหญ่คือ ขณะนี้มีแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งกว่าแสนล้านใบส่งขายทั่วโลกทุกปี และมีน้อยมากที่มันเป็นแก้วรีไซเคิลได้ (แก้วกระดาษส่วนใหญ่รีไซเคิลไม่ได้ เพราะมีชั้นพลาสติกซ้อนอยู่ในนั้น)

ส่วนการประกวดประเภท “วัสดุ” ผู้ชนะตกเป็นของ VTT Technical Research Centre สถาบันวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีประเทศฟินแลนด์ ด้วยบรรจุภัณฑ์คล้ายแรปเปอร์หุ้มอาหาร แต่ผลิตมาจากไม้ ใช้สำหรับห่ออาหารเช่น มูสลีย์ ถั่ว หรือชีสได้ และถ้าถูกนำไปใช้ในตลาดจริง -ในทางทฤษฎี- จะลดการใช้พลาสติกกลุ่มห่อหุ้มอาหารได้ 15%

อย่างไรก็ตาม หมุดหมายของมูลนิธิ the Ellen MacArthur ระบุชัด เมื่อนวัตกรรมถูกพัฒนา สังคมต้องช่วยกันทำให้ระบบมันเวิร์ค นักออกแบบหรือเจ้าของกิจกรรมไม่สามารถขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงระบบเพียงลำพังได้ แต่ต้องร่วมกันทั้งนักธุรกิจ คนทำนโยบาย นักลงทุน ต้องสร้างกรอบการร่วมมือเมื่อพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติก

รายงาน: http://www3.weforum.org/docs/WEF_NEWPLASTICSECONOMY_2017.pdf
https://www.weforum.org/agenda/2018/05/this-plastic-bag-is-100-biodegradable-and-made-of-plants
https://www.foodpackagingforum.org/news/strategies-for-a-new-plastics-economy
http://www.bbc.com/news/science-environment-43823883

- Advertisement -