งง! ซากอิเล็กทรอนิกส์ในไทยน้อยลง แต่ตัวเลขจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลพุ่ง

เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

หากเทียบเคียงข้อมูล (จากกระทรวงอุตสาหกรรม) ย้อนหลัง 3 ปี คือ ปี 2558 2559 และ 2560 จะพบว่าปริมาณของเสียอิเล็กทรอนิกส์จากโรงงานอุตสาหกรรม “ภายในประเทศ” ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย (ลดลงด้วยซ้ำ)

ทว่า หากพิจารณาตัวเลข “การจัดตั้งโรงงาน” รีไซเคิลชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างปี 2559 กับ 2560 กลับพบว่าเพิ่มขึ้น “มากถึง 2 เท่าตัว”

ยิ่งเมื่อดู “กำลังการผลิต” ของผู้ที่ต้องการขอจัดตั้งโรงงาน ระหว่างปี 2559 เทียบกับ 2560 ยิ่งพบว่า ต่างเพิ่มศักยภาพกันอย่างมหาศาล เรียกได้ว่าสูงขึ้นจากเดิมกว่า1000%

ปี 2559 มีการจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลฯ 12 แห่ง กำลังการผลิต 17,450 ตัน

ปี 2560 มีการจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลฯ 21 แห่ง กำลังการผลิต 228,280 ตัน

ปี 2561 เพียง 4 เดือนแรก มีการจัดตั้งโรงงานแล้ว 19 แห่ง กำลังการผลิต 517,860 ตัน

น่าสนใจว่า … เหตุใดปริมาณวัตถุดิบในประเทศ (ของเสียอิเล็กทรอนิกส์) ลดน้อยลง แต่ภาคเอกชนยังตัดสินใจโหมการลงทุนมากยิ่งขึ้น ?

เป็นไปได้หรือไม่ว่า … โรงงานเหล่านั้นมีช่องทางอื่นในการหาวัตถุดิบเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่มีอยู่ในประเทศ !!?

ข้อมูลระบุว่า ประเทศไทย “นำเข้า” ขยะอิเล็กทรอนิกส์ มากกว่า 5 หมื่นตัน ในปี 2560 และอีกเฉียดๆ 4 หมื่นตัน นับตั้งแต่ต้นปี 2561 เป็นต้นมา

อย่างไรก็ดี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจพบการ “สำแดงเท็จ” ของผู้ประกอบการ ด้วยการขออนุญาตนำเข้า “พลาสติก” แต่กลับสวมรอย “ซากอิเล็กทรอนิกส์” แทน

นำมาซึ่งการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างที่นำโดย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และ สุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ในขณะนี้

- Advertisement -