เปลือกลูกอมและช็อกโกแลต: ความสุขที่จบลงด้วย ‘ขยะพลาสติก’ นับล้าน

ลูกกวาดและช็อกโกแลต ความสุขแสนอร่อยของมนุษยชาติตั้งแต่หลังสงครามโลก ปัจจุบันเป็นที่พูดถึงว่า ความสุขในกำมือเหล่านี้กำลังสร้างปัญหาขยะพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง

ทว่า ตราบที่มนุษย์ไม่สิ้นหวังและไม่เหนื่อยที่จะตั้งคำถาม แน่นอนว่าก็ยังมีหวัง! นั่นเพราะช็อกโกแลตหลายแบรนด์ได้ผลิตช็อกโกแลตรักษ์โลก ด้วยบรรจุภัณฑ์แสน สวยและย่อยสลายได้

ประวัติศาสตร์ลูกกวาดและเปลือกช็อกโกแลต

เปลือกลูกอมเกิดขึ้นเมื่อไรไม่เป็นที่แน่ชัด แต่บันทึกในเว็บไซต์ Candy History ระบุว่า เราเห็นช็อกโกแลตครั้งแรกในปี 1890 กับยี่ห้อ “nickel bar” โดย มิลตัน เฮอร์ชีย์ (Milton S. Hershey) เปลือก สีสัน ตัวอักษรบนบรรจุภัณฑ์ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดช็อกโกแลตประสบความสำเร็จทันทีในแง่ที่ช็อกโกแลตสามารถส่งต่อส่งขายถึงมือผู้คนได้อย่างง่ายดายและในวงกว้าง

หลังจบสงครามโลกครั้งที่สอง โรงงานเฮอร์ชีย์ผลิตช็อกโกแลตได้กว่า 24 ล้านแท่งต่อสัปดาห์ แน่นอนว่านั่นคือจุดเปลี่ยนของโลกที่ทำให้คนหันมาสนใจ “เปลือกพลาสติก” ในแง่ความน่ารัก เป็นสัญลักษณ์ความสุขแสนอร่อย

หลายปีผ่านไปกับการปรากฎตัวของเปลือกพลาสติกลาย “nickel bar” หลายโรงงานต่างเร่งผลิตเปลือกพลาสติกให้มีสีสันฉูดฉาด จุดประสงค์การออกแบบเพื่อการสื่อสารและต้องขายได้

ต่อมาเมื่อตลาดลูกอมและช็อกโกแลตใหญ่ขึ้น สีสันบนเปลือกพลาสติกเป็นที่พูดถึงและเริ่มมี “กฎหมายมาควบคุม” โดยขีดเส้นว่าพลาสติกที่ใช้หุ้มอาหารเหล่านั้นต้องปลอดภัย ไม่ปนเปื้อนสารเคมี ให้ข้อมูลโภชนาการ ที่มาที่ไปสารให้ความหวาน และต้องมีสัญลักษณ์บอกความปลอดภัย

อย่างไรก็ดี โดยไม่ทันรู้ตัว “บรรจุภัณฑ์พลาสติก” ได้กลายเป็นเครื่องหมายของความสะอาดมีอนามัย ง่ายต่อการส่งต่อจากโรงงานผลิต คลังเก็บและกระจายสินค้า เรือ/รถ/เครื่องบิน/รถไฟ-คมนาคมขนส่ง ห้างร้าน ไปจนถึงมือผู้บริโภค

ในแง่นี้อาหารกับเปลือกพลาสติกมาพร้อมกันเสมอ

แต่เฉพาะเปลือกลูกอมและช็อกโกแลต ควบคู่กันไปกับการตลาดและโปรแกรมที่ทำให้มนุษย์เสพติดความหวาน ยิ่งลูกกวาดและช็อกโกแลตขายดีมากเท่าไร ก็เท่ากับปริมาณขยะชิ้นจิ๋วมากขึ้นเท่านั้น

เฉพาะชาวอังกฤษบริโภคช็อกโกแลตมากกว่า 6.6 แสนตันต่อปี เฉลี่ย 11 กิโลกรัม/คน/ปี วันฮาโลวีนปี 2017 National Retail Federation สมาคมค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของโลกประเมินว่า ชาวอเมริกันใช้จ่ายกับลูกกกวาดของสำคัญสำหรับประเพณี ‘trick or treat’ หลอกหรือเลี้ยง ราว 2,700 ล้านดอลลาร์

“พลาสติกมีอยู่ทุกที่ กระทั่งสิ่งเล็กๆ อย่างเปลือกช็อกโกแลต ซึ่งจะไปจบตัวตายที่หลุมฝังกลบ ถูกเผา กลายเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

“(เจ้าของโรงงานลูกกวาด) ต้องจัดการกับปัญหานี้ด้วยการลงทุนกับเครื่องจักรของตัวเอง เปลี่ยนดีไซน์หรือออกแบบเปลือกพลาสติกหุ้มช็อกโกแลตหรือลูกกวาดนี้ใหม่เพื่อแก้ปัญหาขยะ” จูเลียน เคอบี้ (Julian Kirby) สมาชิกองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม Earth’s waste ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว HuffPost ประจำประเทศอังกฤษ

สัญญาจากบริษัทผลิตช็อกโกแลตรักษ์โลก

พลาสติกที่ใช้ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารที่ปลอดภัยคือ พอลิโพรไพลีน (polypropylene) และถูกกำหนดเป็นมาตรฐานที่บริษัทผลิตอาหารต้องคำนึง แม้จะรับประกันความปลอดภัยต่อผู้บริโภค แต่การรีไซเคิลเป็นไปได้ยากหรือไม่ได้เลยด้วยเทคโนโลยีการจำกัดขยะของเทศบาลท้องถิ่น

Mars ยักษ์ใหญ่ในโลกช็อคโกแลต เจ้าของ Snickers, Galaxy, M&Ms และแบรนด์ลูกอื่นๆ รวมทั้ง Nestlé ผู้ผลิตช็อกโกแลตอย่าง Toffee Crisp, Aero และ Kit Kat ก็บริษัทที่ใช้พอลิโพรไพลีนผลิตบรรจุภัณฑ์ และรู้ข้อจำกัดเรื่องการรีไซเคิลนี้ดี และประกาศว่าจะพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ย่อยสลาย รีไซเคิลได้ หรือ นำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ภายในปี 2025

อย่างไรก็ดี ในมุมมองของ หลุยส์ เอดจ์ (Louise Edge) นักรณรงค์และเคลื่อนไหวอาวุโสด้านความรู้มหาสมุทรแห่ง Greenpeace ประเทศอังกฤษไม่เชื่อเช่นนั้น เขาใช้คำว่า “lacks ambition” หรือ บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งคู่ขาดความพยายามอย่างแรงกล้าที่จะแก้ปัญหา

ทางเลือกสำหรับคนรักช็อกโกแลตที่ไม่อยากทำร้ายโลก

แม้พอลิโพรไพลีนจะเป็นที่นิยม แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีตัวเลือกอื่น และไม่มีผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่คำนึงถึงความสุขแสนอร่อยที่ “ยั่งยืน” ถูกพัฒนาออกมา

ช็อกโกแลตสัญชาติอังกฤษยี่ห้อ Divine เปลือกพลาสติกผลิตจากกระดาษที่ย่อยสลายได้ (กระดาษบางอย่างย่อยสลายไม่ได้ เพราะมีพลาสติกผสมอยู่ เช่น แก้วกระดาษในท้องตลาด) และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC ขององค์การพิทักษ์ป่าไม้ (Forest Stewardship Council)

Seed & Bean เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่บรรจุภัณฑ์หรือเปลือกช็อกโกแลตรีไซเคิลได้ ขณะที่ Cadbury มีอีกหนึ่งแบรนด์ลูกชื่อ Love Cocoa มาในแพคเกจจิงเรียบหรูและรักษ์โลก บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้

ไม่แน่ใจว่า ประเทศไทยมีช็อกโกแลตหรือแบรนด์ลูกอมที่ใช้จุดขายคือการรักษ์โลกเป็นหนึ่งในการตลาดหรือยัง ถ้ายัง คงจะดีไม่น้อยที่จะเกิดการแข่งขันเพื่อสิ่งแวดล้อมบ้าง

ที่มา:
https://bit.ly/2xn1rT6
https://bit.ly/2IUy6ow
https://bit.ly/2fGt6TW
https://bit.ly/2JdsXXS