เอกชนมั่นใจท่องเที่ยวสตูลบูมรับอุทยานธรณีโลก รางวัลการันตีคุณค่าพื้นที่-ค้านผุดท่าเรือน้ำลึก

ภาคธุรกิจท่องเที่ยวสตูล ยันความสำคัญ “อุทยานธรณีโลก” ดึงดูดรายได้-ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บูม ตัวกำหนดยุทธศาสตร์จังหวัด สวนทิศทางผุด “ท่าเรือน้ำลึกปากบารา”

นายไกรวุฒิ ชูสกุล ผู้จัดการฝ่ายบริหารการตลาด บริษัท หลีเป๊ะเฟอร์รี่แอนด์สปีดโบ้ท จำกัด หนึ่งในเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนา จ.สตูล เปิดเผยกับสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ว่า การประกาศแหล่งอุทยานธรณีสตูลเป็นอุทยานธรณีโลก ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนในพื้นที่และคนไทยทั้งประเทศ เพราะว่าการที่ในพื้นที่มีแหล่งธรณีวิทยาเก่าแก่ถึง 6 ยุค ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก บ่งบอกถึงฐานประวัติศาสตร์ทางธรณี การกำเนิดสิ่งมีชีวิตของประเทศ ทั้งยังเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงนับเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นส่วนหนึ่งในการดึงดูดนักท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ของประเทศ

“จากการหารือในฝั่งอันดามันตอนนี้ มองทิศทางว่ากระแสของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จะเข้ามาในสตูลช่วงปีหน้า และอยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยว เนื่องจากการมีพื้นที่ธรณีวิทยาที่เป็นมรดกของโลก นักท่องเที่ยวจะรู้สึกถึงความสมบูรณ์ เป็นมิติที่ทุกคนอยากเข้ามา เพราะว่ามีธรรมชาติ วัฒนธรรม และความเป็นเอกลักษณ์ในพื้นที่ที่ได้รับการประกาศด้วย ในอนาคตจึงเชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวยุโรป หรือชาวต่างชาติที่อยู่ในสถาบันการศึกษา จะเข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับธรณีในแผ่นดินของสตูล เพราะครอบคลุมหลายพื้นที่” นายไกรวุฒิ กล่าว

นายไกรวุฒิ กล่าวว่า นอกจากนี้การที่พื้นที่ถูกประกาศนั้น ยังมีจุดเปลี่ยนคือสามารถกำหนดอนาคตทิศทางของสตูลได้ชัดเจนว่าจะไปในทิศทางใด ซึ่งการพัฒนาจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ทางยูเนสโกกำหนดให้กับธรณีโลกด้วย โดยไม่วางยุทธศาสตร์ที่ขัดแย้ง เช่น การสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ การพัฒนารีสอร์ทให้มีความกลมกลืนพื้นที่ สอดคล้องกับกายภาพที่มีอยู่เดิม มีแนวคิดความเป็นตัวตนของเมืองธรณี เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาสามารถสัมผัส เข้าถึงบรรยายกาศและวัฒนธรรมความเป็นวิถีที่สอดคล้องอยู่ในพื้นที่

“ในส่วนโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารานั้นมองว่าไม่สอดคล้องกับพื้นที่ และทางรัฐบาลไม่ควรที่จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาในเมื่อสตูลถูกประกาศเป็นแหล่งธรณีโลกแล้ว ไม่ควรไปสร้างวาทกรรมของโครงการใหญ่ๆ ที่ไม่สอดคล้องต่อยุทธศาสตร์ที่ได้มา ซึ่งหากมองตามกรอบของมรดกโลกมีเป้าชัดเจนว่าการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ไม่ควรอยู่ในพื้นที่ ชี้ให้เห็นแล้วว่าโครงการพวกนี้ไปด้วยกันไม่ได้ แต่ควรมีการจัดการที่ดีเพื่อให้เกิดมูลค่า รายได้ให้ชุมชน สังคมอยู่ได้ หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศ และยังคงสภาพพื้นที่อนุรักษ์ของโลกไว้ให้ดีที่สุดนานแสนนาน” นายไกรวุฒิ กล่าว

ขณะที่ นายสุทธิพงษ์ นิลสกุล ผู้ประกอบการธุรกิจ บริษัท บ้านปัน ทราเวล จำกัด กล่าวว่า การประกาศเป็นอุทยานธรณีโลกเป็นข้อดี ทุกคนมีความยินดี และดีใจกับการได้มาในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว เนื่องจากสตูลเป็นหนึ่งในจังหวัดที่น้อยคนจะรู้จัก อย่างไรก็ตามแม้จะไม่มีการประกาศเป็นอุทยานธรณีโลก โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราก็ไม่สมควรที่จะก่อสร้าง และเมื่อมีการประกาศก็ยิ่งเป็นสิ่งที่การันตีให้เห็นว่าไม่สมควรเข้าไปอีก เพราะธรรมชาติเมื่อถูกทำลายแล้วยากที่จะแก้ไขให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

“ชาวบ้านในพื้นที่เกือบทั้งหมดไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา และหากเกิดขึ้นอาจกระทบกับอุทยานธรณีโลกด้วยเพราะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่กระทบ ในพื้นที่สตูลควรใช้ธรรมชาติหารายได้จากการท่องเที่ยวจะดีกว่า หรือหากเปลี่ยนจากท่าเรือขนส่งเป็นท่าเรือสำหรับท่องเที่ยวก็ไม่เหมาะสม เพราะท่าเรือที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างเพียงพอ หากเลือกได้ให้มีการก่อสร้างสนามบินยังจะมีความเหมาะสมกว่าการก่อสร้างท่าเรือ” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

อนึ่ง แหล่งธรณีวิทยาของ จ.สตูล ได้ประกาศอย่างเป็นทางการจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานธรณีโลก (Satun UNESCO Global Geopark) ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 2,597 ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ มะนัง ละงู ทุ่งหว้า และบางส่วนของ อ.เมือง