ทลายโรงงานคัดแยก ‘ขยะอิเล็กทรอนิกส์’ เถื่อน ลักลอบนำเข้าผิด กม.-แผงวงจรเกลื่อน 100 ไร่

รอง ผบ.ตร. นำกำลังบุกค้นโรงงานคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ จ.ฉะเชิงเทรา พบขยะอุตสาหกรรมวางสุมเกลื่อน คาดลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหลายหน่วยงาน เข้าตรวจสอบบริษัทดับบลิว เอ็ม ดี ไทย รีไซคลิ้ง จำกัด(สำนักงานใหญ่) เลขที่ 33 หมู่12 ต.แปลงยาว อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา หลังพบการลักลอบทำลายและคัดแยกแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และนำเข้าขยะอุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2561

สำหรับโรงงานดังกล่าวมีเนื้อที่ 4 ไร่ และมีบริเวณรวมประมาณ 100 ไร่ ภายในพบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และขยะอุตสาหกรรมใส่ถุงบิ๊กแบ็กวางตากแดดอยู่บนพื้นดินรอบๆ เป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่พบคนงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์และลาว ประมาณ 258 คน กำลังคัดแยก แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และขยะอุตสาหกรรม รวมถึงหลอมตะกั่วเพื่อนำไปคัดแยกเอาทองคำอีกขั้นตอนหนึ่ง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม จะตรวจสอบเพื่อหาแหล่งที่มาของการนำเข้าขยะเหล่านี้ เนื่องจากประเทศไทยไม่อนุญาตให้นำเข้า เพราะถือว่าเป็นขยะอันตราย

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้ ลักลอบนำกากวัสดุขยะอุตสาหกรรม มาคัดแยกและแปรรูปวัสดุขยะอุตสาหกรรม โดยใช้ความร้อนในการหลอมละลายเอาสารโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว ไปจำหน่ายต่อซึ่งขั้นตอนส่วนนี้ ส่งผลให้เกิดมลพิษอย่างรุนแรง พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบในเรื่องการขออนุญาต และขยายผลว่า บุคคลใดเป็นเจ้าของโรงงาน ซึ่งข้อมูลตำรวจพบว่า เจ้าของโรงงานเป็นนายทุนชาวจีน เบื้องต้นคาดว่าโรงานแห่งนี้ ผิด 2 ข้อหา 1.ประกอบการแปรรูปขยะอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาติ และ2.ไม่ปฎิบัติตามขั้นตอนและวิธีการทำลายขยะอุตสาหกรรม ตาม พ.ร.บ.โรงงาน

ขณะที่ นายสุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้ พบมีการขออนุญาตดำเนินกิจการคัดแยกและบดทำลายขยะ แต่เมื่อเกิดไฟไหม้เมื่อต้นปีที่แล้วก็ทำให้ชาวบ้านละแวกนี้ตั้งข้อสังเกตถึงมลพิษที่เกิดขึ้นจึงแจ้งหน่วยงานราชการเข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าขยะเหล่านี้อันตรายไม่สามารถคัดแยกได้  หลังจากนี้จะให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมพิจารณาสั่งปิดโรงงานแห่งนี้ไว้ชั่วคราวเนื่องจากการตรวจสอบลักษณะของโรงงานพบว่า มีการจัดการที่ผิดสุขลักษณะ เพราะไม่สามารถเก็บมลพิษได้ และที่ผ่านมาประเทศจีน ก็ไม่อนุญาตให้มีการคัดแยกขยะอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศตัวเองด้วย

“สำหรับวิธีการทำลายซากวัสดุอันตราย ประเภทนี้ ต้องมีระบบการจัดการที่เป็นโรงงานปิด ต้องใช้การเผาด้วยความร้อนสูงและมีการจัดการที่ดี จึงจะสามารถคัดกรองสารมลพิษต่างๆได้ ซึ่งในประเทศไทยมีการจัดการบ่ออุตสาหกรรม ที่ถูกต้องประมาณ 3 ถึง 4 บ่อ หลังจากนี้จะให้อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ทำการตรวจสอบตั้งแต่การขอใบอนุญาตประกอบโรงงาน การนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ การทำลายขยะอุตสาหกรรม รวมถึงรายละเอียดทั้งหมดว่าผิดอะไรบ้าง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” นายสุรพล กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัทแห่งนี้มีการประกอบกิจการทั้งหมด 3 โรงงาน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกันและใกล้กับที่พักอาศัยของประชาชนในละแวกดังกล่าว

- Advertisement -