ชมความงาม ‘อุทยานธรณีโลก’ Satun UNESCO Global Geopark

องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนแหล่งธรณีวิทยา จ.สตูล เป็น ‘อุทยานธรณีโลก’ (Satun UNESCO Global Geopark) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2561 ภายหลังถูกนำเสนอชื่อไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

กรมทรัพยากรธรณี ได้ประกาศจัดตั้งอุทยานสตูล (Satun Geopark) เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2557 ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2559 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้เสนออุทยานธรณีสตูลเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก และมีการยกระดับให้เป็นอุทยานธรณีประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2559

อุทยานธรณีสตูลแห่งนี้ ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูน มีเกาะน้อยใหญ่และชายหาดที่สวยงาม เนื้อที่ประมาณ 2,597 ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ มะนัง ละงู ทุ่งหว้า และบางส่วนของ อ.เมือง

อุทยานดังกล่าวยังเป็นแหล่งธรณีวิทยามีคุณค่าทางวิชาการในระดับโลก โดยมีแหล่งธรณีวิทยาทรงคุณค่ามากกว่า 30 แหล่ง มีซากดึกดำบรรพ์สัตว์ทะเลหลากหลาย และพบในชั้นหินทั้ง 6 ยุคของมหายุคพาลีโอโซอิก ซึ่งมีอายุตั้งแต่ประมาณ 250-500 ล้านปี นอกจากนี้ยังพบไทรโลไบท์สายพันธุ์ใหม่ครั้งแรกในประเทศไทยมากถึง 4 สายพันธุ์

การรับรองของยูเนสโกในครั้งนี้ ทำให้ จ.สตูล กลายเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย และแหล่งที่ 5 ของอาเซียน

ที่ผ่านมา อุทยานธรณีโลกเป็นโปรแกรมที่ยูเนสโกให้การสนับสนุนรับรอง และมีระดับความสำคัญเทียบเท่ามรดกโลก (World Heritage) โดยปัจจุบันมีอุทยานธรณีโลกจำนวนทั้งสิ้น 140 แหล่ง ใน 38 ประเทศ สำหรับประเทศเพื่อนบ้านประเทศไทยที่มีอุทยานธรณีโลก ได้แก่ มาเลเซีย 1 แห่ง อินโดนีเซีย 4 แห่ง และเวียดนาม 2 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ยูเนสโกจะทำการตรวจประเมินซ้ำทุกๆ 4 ปี แต่ละครั้งก็จะตรวจเข้มขึ้น และจะแสดงผลการตรวจประเมินเป็นระดับสี ได้แก่ เขียว-ผ่าน เหลือง-ปรับปรุง แดง-ถูกถอดออกจากทะเบียนของยูเนสโก ซึ่งหากอุทยานธรณีโลกใดมีการบริหารจัดการที่บกพร่องก็จะถูกถอดถอนจากการเป็นสมาชิก และต้องเว้นระยะเวลาอีก 2 ปี จึงจะสามารถสมัครใหม่ได้

ทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ระบุว่า เมื่อยูเนสโกประกาศรับรองขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีโลก และรับเข้าเป็นสมาชิกของเครือข่ายอุทยานธรณีโลก (Global Geoparks Network : GGN) แล้ว จะทำให้อุทยานธรณีสตูลเป็นที่รู้จักในระดับโลก ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชม มีนักวิทยาศาสตร์เข้ามาศึกษา สร้างเศรษฐกิจ รายได้ และโอกาสให้ชุมชน

เขาบอกด้วยว่า อุทยานธรณีสตูลมีแหล่งมรดกทางธรณีวิทยาที่ทรงคุณค่าและมีความสำคัญหลายแห่ง เช่น ถ้ำเล-สเตโกดอน ถ้ำภูผาเพชร ถ้ำเจ็ดคต น้ำตกวังสายทอง ปราสาทหินพันยอด ฯลฯ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กรมทรัพยากรธรณี จ.สตูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกับชุมชนและองค์กรท้องถิ่นทำการอนุรักษ์และพัฒนาการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

“ความร่วมมือกันระหว่างชุมชน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานธรณีสตูล และมหาวิทยาลัยท้องถิ่นในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบริเวณปราสาทหินพันยอด ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งเป็นการผสานกันอย่างลงตัว ทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยท้องถิ่น มีการปกป้องและเฝ้าระวังทรัพยากรทางทะเล และสร้างรายได้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ระบุ

สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) เก็บภาพความงดงามของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งถูกยกย่องว่าทรงคุณค่าเทียบเท่า ‘มรดกโลก’ มาให้เยี่ยมชมผ่านคลิปวิดีโอชิ้นนี้

- Advertisement -