“ฮาวาย” กำลังจะกลายเป็นรัฐแรกในสหรัฐอเมริกาที่สั่งแบน “ผลิตภัณฑ์กันแดด” ที่มีส่วนผสมของออกซิเบนโซน (Oxybenzone) และออกติโนเซท (Octinoxate) อย่างเด็ดขาด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปี 2021 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นแห่งแรกของโลกด้วยเช่นกัน

มาตรการดังกล่าว เกิดขึ้นหลังงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า เพียงแค่หยดเดียวจากผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมีข้างต้น เป็นภัยต่อระบบนิเวศใต้ท้องทะเลและต่อมนุษย์

วันที่ 3 พ.ค.2017 รัฐฮาวายได้ผ่านร่างกฎหมายห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทากันแดดที่มีส่วนผสมของสารออกซิเบนโซนและออกติโนเซท หลังพบว่าสารเคมีดังกล่าวมีส่วนทำให้ปะการังเกิดการฟอกขาวจนไม่อาจขยายพันธุ์ได้ รวมถึงเป็นอันตรายต่อระบบการสืบพันธุ์ของสัตว์น้ำ ก่อให้เกิดโรคระบบสืบพันธุ์ในปลาตัวผู้และนำมาสู่เซลล์ตัวอ่อนของสัตว์น้ำที่ผิดรูป

ปัจจุบัน สารเคมีทั้งสองชนิดมักถูกพบเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ทากันแดดประเภท Synthetic sunscreens หรือ Chemical sunscreens ที่มีมากถึง 3,500 ยี่ห้อทั่วโลก โดยหลักการทำงานของผลิตภัณฑ์กันแดดดังกล่าวคือ เมื่อรังสี UV กระทบมาที่ผิวมนุษย์ ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะทำหน้าที่ดูดซึมและกักเก็บรังสี UV ไม่ให้ผ่านเข้าไปทำร้ายผิวหนัง จากนั้นจึงคายออกมาในรูปแบบของความร้อน

รายงานวิจัยยังคาดการณ์อีกว่า ในแต่ละปีผลิตภัณฑ์กันแดดที่ถูกชะล้างจากมนุษย์และตกค้างลงท้องทะเลทั่วโลกมากถึง 1.4 หมื่นตัน ล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา เคร็ก ดาวน์ (Craig Down) กรรมการบริหาร Haereticus Environmental Lab และนักนิเวศน์พิษวิทยา (ecotoxicologist) ทำการสำรวจตัวอย่างน้ำทะเลบริเวณอ่าวฮานัวมา เบย์  (Hanauma Bay) ตั้งอยู่ในโฮโนลูลู รัฐฮาวาย พบความเข้มข้นของสารออกซิเบนโซนปะปนกับน้ำทะเลเฉลี่ยอยู่ที่ 4,661 นาโนกรัม/ลิตร และวัดได้สูงสุดอยู่ที่ประมาณ 2.9 หมื่นนาโนกรัม/ลิตร

“ในน้ำทะเล 1 ลิตร ถ้ามีออกซิเบนโซนเกิน 50 นาโนกรัม/ลิตร ก็เร่งหรือกระตุ้นให้ระบบภายในของสิ่งมีชีวิตในทะเลเป็นพิษได้ เช่น ปะการัง สาหร่ายทะเล หรือสัตว์น้ำที่กินสาหร่ายเป็นอาหาร และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมปลาจึงลดลง” ดาวน์อธิบาย

ไม่ใช่แค่ระบบนิเวศในท้องทะเลเท่านั้นที่ได้รับอันตรายจากสารเคมีดังกล่าว แต่ยังรวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด โดยเฉพาะผลกระทบจากสารเคมีออกซิเบนโซนต่อมนุษย์อย่างเรา กล่าวคือก่อให้เกิดโรคทางผิวหนังอย่างอาการแพ้สารร่วมกับแสง (photo allergic contact dermatitis) รวมถึงลดความสามารถในการเจริญเติบโตของตัวอสุจิและความสามารถในการอยู่รอดของตัวอสุจิได้อีกด้วย

กล่าวได้ว่าครีมกันแดดหนึ่งหลอดนั้นมีมูลค่าสูงกว่าที่จ่ายตามจริงทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและต่อตัวเราเอง

หากการแบนผลิตภัณฑ์กันแดดในรัฐฮาวายถูกนำมาปฏิบัติได้จริงจะถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มาตรการดังกล่าวถูกผลักให้ออกมาเป็นรูปแบบทางกฎหมายของรัฐอย่างจริงจัง หลังจากก่อนหน้านี้เป็นเพียงกฎระเบียบสำหรับแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งเท่านั้น เช่น ecoparks ในประเทศเม็กซิโกที่ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวใช้ครีมกันแดดที่มีสารออกซิเบนโซน

อย่างไรก็ดี ความพยายามเพื่อปกป้องและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางทะเลของฮาวายในครั้งนี้ ทางรัฐคาดหวังว่าจะหลีกเลี่ยงหรือลดจำนวนแนวปะการังที่ถูกทำลายเพื่อให้โอกาสปะการังได้ฟื้นฟูตัวเองรวมถึงระบบนิเวศต่างๆ ในท้องทะเล ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญและสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามของรัฐฮาวาย

แต่สำหรับสาวๆ ที่ครีมกันแดดยังคงเป็นไอเทมสำคัญในแง่การปกป้องผิวหน้าจากแดดและฝุ่นควัน วิธีหลีกเลี่ยงหรือบริโภคโดยไม่กระทบสิ่งแวดล้อม อาจเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเลือกเครื่องสำอางที่ไม่มีสารออกซิเบนโซน (Oxybenzone) และออกติโนเซท (Octinoxate) หรือมองหาผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรกับร่างกายและสิ่งแวดล้อมแทน

ที่มา:
https://bit.ly/2KxZXYE
https://bit.ly/2HV1b2q

- Advertisement -