เป็นความคุ้นเคยของคนริมสองฝั่งคลอง วิถีที่ยึดโยงกับสายน้ำมาแต่อ้อนแต่ออก บ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยวางตัวรายล้อมลำน้ำในอดีต ใช้ชีวิตทั้งสัญจร และประทังชีวิต จนปัจจุบันชีวิตติดน้ำเช่นนั้นยังคงมีอยู่

แต่ภาพลักษณ์ได้แปรเปลี่ยนราวพลิกฝ่ามือ ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองวิวัฒน์ไปไว จากเรือพาย กับบ้านเรือนไม่มากหลัง กลายเป็นเรือเครื่องที่เร่งเสียงดัง ทะยานแข่งกลบเสียงกระซิบของลำน้ำที่เคยมีชีวิตให้หายไป บ้านน้อยหลังเล็กกับท่าน้ำเปลี่ยนเป็นตึกสูงใหญ่ มีเพียงบ้านไม่กี่หลังที่ยังคงแฝงตัวอยู่ท่ามกลางเงาของตึกสูง

ปัจจุบันยังคงมีบ้านเรือนและชุมชนริมน้ำอยู่อย่างเนืองแน่น เมื่อปริมาณของเมืองขยายตัว ผู้คนมีจำนวนมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด บวกกับความมักง่ายของคน ทำให้เราพบเห็นภาพชินตาที่ถูกทิ้งออกจากบ้านเรือน อาคารสำนักงาน หรือโรงแรมหรูหรา สิ่งเหล่านี้เป็นภาพสะท้อนวินัยของคนในชาติอย่างแท้จริง

เมื่อปริมาณผู้คนที่อาศัยมีอยู่มาก “ขยะ” หรือ “สิ่งปฏิกูล” ก็มีมากขึ้นไปด้วย โดยเจ้าหน้าที่หน่วยจัดการขยะทางน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้ให้ข้อมูลไว้เบื้องต้นว่า “ปริมาณการเก็บขยะ เฉพาะขยะทางคลองลาดพร้าวมีมากถึงวันละ 1 ตัน โดยขยะที่เก็บได้มีทั้งโซฟา ต้นไม้ ประตู ลูกบอล ตุ๊กตา ฯลฯ”

ขยะกองโตที่ลอยเหนือผิวน้ำบดบังความสวยงามที่เคยมีในอดีตหมดสิ้น

ภาพ: ThaiNewsPix