จาก ‘หญ้าเลี้ยงสัตว์’ ถึง ‘เม็ดข้าว’ ในจาน สู่การล่มสลายของสารอาหารครั้งใหญ่

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลเพียงแค่อากาศร้อนขึ้นหรือเย็นลง หากแต่หมายถึงสารอาหารในพืชผักที่เลวลงไปด้วย โดยเฉพาะกับ “หญ้าเลี้ยงสัตว์”

งานวิจัยว่าด้วยเรื่องสารอาหารในหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่หายไปของ โจ เครน (Joe Craine) จากมหาวิทยาลัยเทกซัส เอแอนด์เอ็ม (Texas A&M University) เก็บตัวอย่างมูลสัตว์กว่า 5 หมื่นตัวอย่าง และหญ้าเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่ปี 1994-2016 ในทุกที่ที่เขาเข้าไป อาทิ เทกซัส แคนซัส และมอนทานา สหรัฐอเมริกา เพื่อดูว่าสารอาหารในมูลสัตว์เหล่านี้เป็นอย่างไร เมื่อรวมกับการตรวจวัดปริมาณสารอาหารในหญ้าเลี้ยงสัตว์

ผลการค้นพบคือความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกันอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือทั้งหญ้าและมูลสัตว์ต่างมี “สารอาหารที่ลดลง”

ในขณะที่สารอาหารทั้งในหญ้าและมูลสัตว์มีคุณค่าน้อยลง ทว่าความต้องการเนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า (grass-fed beef) ในสหรัฐกลับมีมากขึ้น

ความต้องการเนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า เพิ่มจาก 17 ล้านดอลลาร์ ในปี 2012 เป็น 272 ล้านดอลลาร์ในปี 2016

“ถ้าเรากลับไปดูคุณภาพของอาหารสัตว์ย้อนหลังไป 25 ปี แต่ไม่เกิน 100 ปี จะเห็นว่าน้ำหนักของวัวมากกว่าปัจจุบัน” เครนตั้งข้อสังเกต

คำถามคือ แล้วทั้งหมดนี้นำไปสู่อะไร ?

ทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า 1.เพราะการเลี้ยงสัตว์สมัยนี้เปลี่ยนจากการเลี้ยงด้วยหญ้าในลานกว้าง ไปเป็นเลี้ยงแบบ “ขุนเพื่อนำขาย” เมื่อมูลสัตว์ไม่ตกลงในทุ่งหญ้าและเปลี่ยนให้เป็นปุ๋ยชั้นดี ความอุดมสมบูรณ์ในหญ้าย่อมหายไป

2.ข้อนี้สำคัญยิ่งกว่าและเป็นสมมติฐานที่นักวิจัยให้ความสำคัญ นั่นคือเมื่อคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศมีมากขึ้น แม้ว่าพืชจะสังเคราะห์แสงได้มากขึ้นก็จริง แต่ผลผลิตที่ได้กลับมีแต่แป้ง ขณะที่วิตามินและโปรตีนที่ได้จากการสังเคราะห์แสงน้อยลงอย่างชัดเจน

ปรากฎการณ์นี้เรียกว่า the great nutrient collapse หรือ การล่มสลายของสารอาหารครั้งใหญ่ ซึ่งไม่ได้ส่งผลแค่หญ้าหรือวัชพืช แต่รวมถึงอาหารโดยตรงของมนุษย์ อย่าง ข้าว กลุ่มธัญพืช เช่น วีท บล็อกโคลี่ และมะเขือเทศ มีคุณค่าทางอาหารลด คือมีแป้งมากกว่าวิตามินและสารอาหารอื่นๆ (อ่านต่อ: https://greennews.agency/?p=15216)

“ก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศโลกเคยอยู่ที่ 280 ppm (280 ส่วนในล้านส่วน) แต่ปีที่ผ่านมากลับเพิ่มขึ้นถึง 400 ppm มากไปกว่านั้น นักวิทยาศาสตร์ทำนายว่า ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นถึง 500 ppm ในอีก 50 ปีข้างหน้า หรือสองเท่าก่อนอเมริกาเริ่มใช้รถเทรกเตอร์ในอุตสาหกรรมเกษตร” บอตเทอมิลเลอร์ อีวิช (Bottemiller Evich) คอลัมนิสต์ของ POLITICO ให้ข้อมูลไว้เช่นนั้น

กลับไปที่ปัญหาการไม่มีสารอาหารในหญ้าเลี้ยงสัตว์เลย อเล็กซ์ สมิท (Alex Smith) เขียนบทความเรื่อง Soaring Popularity Of Grass-Fed Beef May Run Into Roadblock: Less Nutritious Grass (การเพิ่มขึ้นของประชากรวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้ากำลังนำไปสู่ปัญหา: สารอาหารในหญ้าที่ลดลง) ไว้ตอนหนึ่ง

“ผู้เลี้ยงวัวจำเป็นต้องใส่สารไนโตรเจนลงไปในทุ่งหญ้า เพื่อให้หญ้าเลี้ยงสัตว์มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการเนื้อ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องดีหรือปลอดภัย”

อย่างไรก็ดี คุณค่าที่หายไปของสารอาหารในหญ้าเลี้ยงสัตว์กับความร้อนของโลก ยังเป็นคนละเรื่องกับความต้องการเนื้อสัตว์เพื่อบริโภคทำให้โลกร้อน

รายงานของกรีนพีซ เรื่อง Less is More: Reducing Meat and Dairy for a Healthier Life and Planet (น้อยแต่มาก: ลดการบริโภคเนื้อสัตว์เพื่อสุขภาพและโลกที่ดีกว่า) กล่าวถึงผลกระทบจากการบริโภคเนื้อสัตว์ของประชากรโลก ไว้ว่า เกษตรกรรมและการปศุสัตว์ผลิตก๊าซเรือนกระจกถึง 52% ในจำนวนนี้กว่า 70% มาจากอุตสาหกรรมผลิตเนื้อ

รายงานฉบับเดียวกันนี้ ยังระบุว่า กว่าหนึ่งในสี่ของพื้นที่ในโลกถูกใช้เพื่ออุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ ต้องตัดไม้รื้อป่าเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้โล่งพอจะเลี้ยงสัตว์ระดับเล็กและใหญ่ นั่นแปลว่าบ้านของสัตว์ป่ามีน้อยลง ไม่รวมการใช้น้ำในอุตสาหกรรมปริมาณมาก

ทั้งหมดนี้ไม่ได้บอกใบ้หรือไล่ให้มนุษย์รับผิดชอบต่อสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนด้วยการเลิกกินเนื้อสัตว์หรือหันไปใช้ชีวิตแบบมังสวิรัติ (การไม่เบียดเบียนหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์เลย) แต่หากยึดเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ โดยในข้อ 12 (จากทั้งหมด 17 ข้อ) เรื่องการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production)

อาจกล่าวได้ว่า การกินไม่ใช่เพียงแค่เรื่องโภชนาการอย่างเดียว หากแต่อาหารในจานยังบอกเล่าถึง ความเชื่อ ศีลธรรม การดำรงตัวอยู่ในวิถีชีวิตหนึ่งใด

และหากมองให้ลึก อาหารในจานก็คือความเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้

ที่มา:
https://goo.gl/Gvt27m
https://goo.gl/mFipbx
https://goo.gl/Jhwi7T
https://goo.gl/FUFMVh
https://goo.gl/nqAN7a
รายงานกรีนพีซ: https://goo.gl/bfJXEx
รายงาน the great nutrient collapse: https://goo.gl/PWxyqt