ปูพรมรณรงค์ ‘วันคุ้มครองโลก 2561’ ทส.ปลุกคนรุ่นใหม่ปฏิเสธ ‘พลาสติก’

คนกรุงเทพมหานคร (กทม.) บางส่วนอาจพอเห็นภาพ “ก๊าซเรือนกระจก” กันชัดเจนมากขึ้น เมื่อลูกบอลยักษ์สีส้มสด สูงกว่า 10 เมตร ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ถูกนำมาตั้งตระหง่าน ณ สี่แยกปทุมวัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 เม.ย.2561 เพื่อเป็นตัวแทนขนาดปริมาตรของ “1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์”

หากให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นไปอีก ข้อมูลจากรายงานความก้าวหน้ารายสองปี (BUR) โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ที่รายงานต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) เมื่อปี 2556 ระบุว่าทั้งประเทศมีการปลดปล่อยรวม 318 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์/ปี

นั่นแปลว่าในแต่ละปี เราจะเป็นเจ้าของบอลยักษ์ลูกนี้ คนละเกือบ 5 ลูก

ผลงานดังกล่าวคือส่วนหนึ่งในนิทรรศการกลางแจ้ง เนื่องในวันคุ้มครองโลก 2561 (Earth Day 2018 THAILAND) ซึ่งตรงกับวันที่ 22 เมษายนของทุกปี โดยหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วยภาคีภาคส่วนรวมกว่า 20 องค์กร ได้ร่วมกันจัดขึ้นที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

สำหรับปีนี้ เครือข่ายวันคุ้มครองโลก (Earth Day Network) ได้ประกาศแนวคิดหรือธีมว่า “End Plastic Pollution” งานในประเทศไทยจึงได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “คนรุ่นใหม่ ลดขยะพลาสติก กู้วิกฤติโลกร้อน” อันสอดรับกัน

เดาได้ไม่ยากว่า ขณะนี้มลพิษจากขยะพลาสติกกลายเป็นวิกฤติสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับปัญหาภาวะโลกร้อน และกลายเป็นประเด็นสำคัญระดับโลกที่นานาชาติให้ความสนใจ และหยิบยกขึ้นหารือควบคู่กันในการประชุมของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC

นั่นเพราะขยะพลาสติกสร้างปัญหาภาวะโลกร้อน เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นวัตถุดิบ ดังนั้นยิ่งเราใช้พลาสติกมากเท่าใด ปริมาณก๊าซเรือนกระจกก็ยิ่งถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกันขยะพลาสติกใช้เวลาย่อยสลายเฉลี่ยประมาณ 450 ปี จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และหากนำไปเผาก็จะทำให้เกิดมลพิษและโลกร้อนด้วยเช่นกัน

จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ขยะพลาสติกในประเทศไทยนับเป็น 12% ของปริมาณขยะทั้งหมด หรือประมาณ 2 ล้านตันต่อปี โดยมีการนำกลับไปใช้ประโยชน์น้อยมาก เฉลี่ยเพียง 0.5 ล้านตันต่อปี ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบหรือเข้าเตาเผา ขณะที่บางส่วนตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม

จนกระทั่งประเทศไทยได้ถูกจัดให้อยู่ในลำดับ 6 ของประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลก…

นั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ทส. ตั้งใจส่งสารผ่านการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อขอความร่วมมือจากพลังคนรุ่นใหม่ หรือ Active Citizen ในการช่วยกันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เลือกที่จะ “ปฏิเสธ ลด นำกลับมาใช้ใหม่ และรีไซเคิล” การใช้พลาสติก ปกป้องคุ้มครองโลกจากวิกฤติภัยที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม การดำรงชีวิตของมนุษยชาติ และสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส. ระบุว่า ปัญหาขยะพลาสติกที่สำคัญสองส่วน ส่วนแรกคือพลาสติกหุ้มฝาขวด หรือ แคปซีล ที่พบว่ามีการใช้มากถึงปีละ 2.6 พันล้านชิ้น ปัจจุบันเริ่มประสบความสำเร็จเพราะบริษัทผลิตน้ำดื่มยักษ์ใหญ่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเราควรเลิกใช้ เหลือแต่เพียงประชาชนที่ต้องให้ความมั่นใจว่าไม่จำเป็นต้องมีแคปซีล น้ำดื่มก็สะอาด

ส่วนถัดมาคือการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งที่ผ่านมาห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายรายได้ร่วมกันมีมาตรการ ที่ช่วยให้การใช้ลดลงไปได้หลายร้อยล้านใบ แต่ก็ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของคนไทยยังคงมีการใช้อยู่มาก ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการรณรงค์เพื่อลดให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็แสวงหาแนวทางใหม่ๆ ควบคู่กันไป

“วันนี้ในยุโรปเริ่มผลิตถุงพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ ไม่เป็นอันตรายออกมาใช้มากขึ้น แต่ต้นทุนยังอาจแพง ซึ่งก็ต้องศึกษาวิจัยต่อไป ล่าสุดก็มีข่าวเรื่องเอนไซม์ที่สามารถย่อยสลายพลาสติกได้ ซึ่งเราก็ติดตามอยู่ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง การช่วยลดขยะที่ต้นทาง นำขยะที่สามารถรีไซเคิลได้กลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุด ก็เป็นการลดขยะได้อีกทางหนึ่ง” รัฐมนตรีรายนี้กล่าว

ในส่วนของปัญหาขยะทะเล เขาระบุว่า จากการสำรวจในประเทศพบว่ามีแม่น้ำ 270 สาย ที่มีโอกาสไหลลงสู่ทะเล จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อที่จะวางที่กั้นขยะก่อนลงทะเล ดังนั้นนอกเหนือจากการรณรงค์ลดขยะตั้งแต่ต้นทาง หากมีขยะหลุดรอดลงคลองก็จะถูกดักเก็บก่อนออกสู่ทะเล แต่ในที่สุดหากลงทะเลไปแล้ว ก็ยังจะมีการใช้เรือเก็บขยะในทะเลเสริมเข้าไปด้วย พร้อมกับเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลกว่า 1 หมื่นคนใน 23 จังหวัด ซึ่งคาดว่าเมื่อทำครบถ้วนเช่นนี้ปริมาณขยะที่ลงทะเลจะลดลง

สำหรับตัวแทนค้าปลีกรายเดียวที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่าง เทสโก้ โลตัส ก็ได้นำผลงานศิลปะ “We’re All Responsible” มาจัดแสดง เป็นโครงปลาวาฬตัวใหญ่ ที่ภายในบรรจุไปด้วยขยะพลาสติกมากมาย ซึ่งก็อาจเป็นภาพที่ไม่ต่างอะไรไปจากความเป็นจริงมากนัก

ขณะเดียวกันเนื่องในวันคุ้มครองโลก ห้างค้าปลีกรายนี้ยังได้มอบแต้มกรีนพอยท์พิเศษ 220 แต้ม ให้กับลูกค้าที่ปฏิเสธรับถุงพลาสติกเมื่อมาซื้อสินค้าที่ เทสโก้ โลตัส ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ “ภูมิใจไม่ใช้ถุง” ที่ เทสโก้ โลตัส ได้ทำอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปีที่ผ่านมา

กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นอีกก้าวหนึ่ง ที่แสดงออกผ่านหมุดหมายสำคัญอย่าง วันคุ้มครองโลก ซึ่งทุกภาคส่วนได้แสดงความพยายามแก้ไขปัญหา อย่างน้อยก็พอเป็นหลักประกันได้ว่า เราได้พยายาม “คุ้มครองโลก” กันแล้วจริงๆ