มนุษย์ฟูมฟักพฤติกรรม ‘ทิ้งขว้าง’ ‘พลาสติก’ ขยายพันธุ์ยึดครองโลก

“ความสำเร็จทางเศรษฐกิจที่ปราศจากจิตสำนึกในการอนุรักษ์ระบบนิเวศอาจจะกลายเป็นหายนะ สภาพสิ่งแวดล้อมที่ท่วมท้นไปด้วยขยะพลาสติกเป็นปัญหาที่เห็นได้ทั่วไป

“พลาสติกเป็นตัวก่อให้เกิดวัฒนธรรมการทิ้งขว้าง คนรุ่นก่อนๆ ที่ตอนนี้ได้เติบโตขึ้นยังคงเชื่อว่าการทิ้งขว้างขวดพลาสติกเป็นเรื่องปกติและใครๆ ก็ทำกัน

“อย่างไรก็ตาม วิชานิเวศวิทยาสอนเราว่าการทิ้งขว้างไม่ได้หมายถึงสิ่งของเหล่านั้นจะออกไปพ้นจากตัวเรา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมือของเราจะไปสิ้นสุดอยู่ที่ไหนสักที่บนโลกใบนี้”

นั่นคือข้อเขียนของ Rex Weyler ผู้สื่อข่าวและผู้ร่วมก่อตั้งกรีนพีซสากล (Greenpeace International) ซึ่งสรุปปัญหาขยะพลาสติกล้นโลกที่ยังคงแก้ไม่ตกทุกวันนี้

เขาเขียนบทความชื่อ “The Ocean Plastic Crisis” เผยแพร่บนเว็บไซต์กรีนพีซสากลในวันที่ 15 ต.ค. 2560 โดยไล่เลียงประวัติศาสตร์การผลิตพลาสติกว่า โพลีเมอร์อินทรีย์ในเชิงพาณิชย์ถูกสังเคราะห์ขึ้นเมื่อศตวรรษก่อนหน้านี้ และนำมาใช้ในกองทัพในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 โพลีเมอร์อินทรีย์สังเคราะห์นี้ถูกนำเข้ามาสู่การผลิตเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคในทศวรรษ 1960 (ระหว่างปี พ.ศ. 2503-2512)

บรรจุภัณฑ์พลาสติกได้สร้างการเปลี่ยนแปลงระดับโลก จากบรรจุภัณฑ์ที่เคยนำกลับมาใช้ใหม่ได้กลายเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งได้เลย ซึ่งแน่นอนว่าความนิยมดังกล่าวถูกมองว่าเป็น “ความสำเร็จระดับโลก” ของอุตสาหกรรมพลาสติก แต่อีกมุมหนึ่งมันคือความความหายนะของโลกด้วยเช่นกัน

การศึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์ นำโดย Roland Geyer จาก Bren School of Environmental Science & Management ประจำ University of California พบว่า ตั้งแต่มีการคิดค้นพลาสติกเมื่อ 60 ปีก่อนหน้านี้ มีปริมาณพลาสติกถูกผลิตขึ้นรวมแล้วกว่า 8,300 ล้านตัน โดยพลาสติก 6,300 ล้านตันกลายเป็นขยะพลาสติก ประมาณ 9% ของขยะพลาสติกดังกล่าวถูกนำมารีไซเคิล ขณะที่อีก 79% ถูกทิ้งในหลุมฝังกลบหรือกระจัดกระจายอยู่ในธรรมชาติ นั่นหมายความว่ามันอาจไปอยู่ในทะเลในที่สุด

การศึกษายังระบุอีกว่า ภายในปี 2593 หลุมฝังกลบทั่วโลกจะมีขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 หมื่นล้านตัน หรือมีค่าเท่ากับ 3.5 หมื่นเท่า ของน้ำหนักของตึกเอมเอ็มไพร์สเตทในกรุงนิวยอร์ค

ในประเทศไทย พบว่าภาคการผลิตโพลิเมอร์พลาสติกยังขยายตัวต่อเนื่อง การศึกษา Material flows analysis of plastic in Thailand โดยภาควิชาวิศวกรรมและเทคโนโลยีโยธา สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ขยะพลาสติกมีปริมาณ 1 ใน 5 ของขยะทั้งหมด เมื่อคำนวนจากสัดส่วนดังกล่าว พบว่าในระหว่างปี 2546-2556 ขยะพลาสติกเพิ่มจากมากกว่า 2 ล้านตัน/ปี เป็น 4 ล้านตัน/ปี โดย และ 80% ของขยะพลาสติกมาจากบรรจุหีบห่อซึ่งถูกทิ้งหลังการบริโภค

หากไม่มีการใช้มาตรการใด การบริโภคพลาสติกจะเพิ่มขึ้นเป็น  6.8-7 ล้านตันในปี 2563 โดยมีปัจจัยจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีขยะพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อมถึง 1.1 ล้านตัน/ปี

หากมีการนำขยะรวมถึงขยะพลาสติกไปใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้าตามแผนการเพิ่มพลังงานทางเลือก ขยะพลาสติกที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมจะลดลงเหลือ 7.3 แสนตัน แต่หากมีการใช้แผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ (2559 – 2564) ซึ่งมีการทำมาตรการรีไซเคิลและกำจัดขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ขยะพลาสติกที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมจะลดลงเหลือ 6.6 แสนตัน

แต่นั่นต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจในทุกภาคส่วน รวมทั้งหาเทคโนโลยีในการแปรรูปขยะเป็นพลังงานที่มีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามการหาทางกำจัดและแปรรูปขยะเป็นอื่นย่อมดีกว่าปล่อยให้ขยะพลาสติกสลายเองตามธรรมชาติ ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 400 ปี