นักลงทุนไทยไม่สนผู้บริหารสอบตกธรรมาภิบาล ยอมรับได้หากยังทำกำไรโต-ผลประกอบการพุ่ง

ภาคเอกชน ระบุ “ผู้ถือหุ้น-นักลงทุน” สนใจผลประกอบการมากกว่าพฤติกรรมของ “บิ๊กบริษัท” ส่งผลธุรกิจเดินหน้าต่อได้แม้ผู้บริหารประพฤติไม่ชอบ จี้รัฐสร้างมาตรการคุมเข้มธรรมาภิบาล

นายพิเชษฐ ศุภกิจจานุสันติ์ กรรมการบริหาร และประธานอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในเวทีเสวนา “เราจะทำอย่างไรกับปัญหาธรรมาภิบาลของบริษัทเอกชน กรณีศึกษา บริษัทอิตาเลียน-ไทย” ซึ่งจัดโดยนักศึกษาหลักวิชาชีพนักกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2561 ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่เห็นได้จากที่ผ่านมาคือในหลายบริษัทแม้ว่าผู้บริหารหรือกรรมการจะทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง แต่บริษัทส่วนใหญ่ยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างปกติ เนื่องจากผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนยังคงให้ความเชื่อมั่น เพราะโดยส่วนมากจะพิจารณาและให้ความสนใจกับผลประกอบการมากกว่า

นายพิเชษฐ กล่าวว่า โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ หลายบริษัทอาจละเลยเรื่องของธรรมาภิบาลลงไปไม่น้อย ซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็นไปเพื่อเอาตัวรอด แต่สุดท้ายหลายบริษัทที่มีปัญหามากๆ จะยังคงเห็นว่าประกอบธุรกิจต่อไปได้ ส่วนการกระทำความผิดส่วนตัวโดยประธานหรือกรรมการบริษัท ก็จะเป็นของภาพลักษณ์บริษัทซึ่งอาจส่งผลกระทบระยะสั้น เช่น ราคาหุ้นตก แต่ผลต่อองค์กรในระยะยาวจะมีไม่มาก เนื่องจากลูกค้าหรือผู้ถือหุ้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เท่าที่ควร ต่างจากในหลายประเทศที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะสนใจในจุดนี้

“ส่วนตัวจึงอยากเห็นภาครัฐและเอกชนหาแนวทางส่งเสริมในด้านนี้ ไม่เช่นนั้นธรรมาภิบาลบริษัทก็จะเป็นเพียงภาพสวยๆ ที่หาอะไรใส่เข้าไปก็ได้” นายพิเชษฐ กล่าว

นายพิเชษฐ กล่าวอีกว่า การทำธุรกิจทุกวันนี้จะมองมุมเดียวเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ สิ่งสำคัญมากคือเรื่องของธรรมาภิบาล ซึ่งธุรกิจจะต้องมองผลกระทบและความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อย่างไรก็ตามลำพังตัวองค์กรเองไม่สามารถทำได้ หากผู้บริหารซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางไม่ได้ให้ความสนใจ ในระดับพนักงานทั่วไปหลายบริษัทมีการกำหนดระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจนอยู่แล้ว เมื่อกระทำผิดมีการทำโทษ แต่ถ้าเป็นในระดับผู้บริหารจะกลายเป็นเรื่องจิตสำนึกมากกว่า” นายพิเชษฐ กล่าว

นายคมสัน โพธิ์คง รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีความพยายามที่จะทำให้หลักธรรมาภิบาลของภาคธุรกิจเกิดผลบังคับขึ้นได้จริง เพื่อให้เป็นหลักกฎหมายของการทำธุรกิจโดยทั่วไป ซึ่งหลักเช่นนี้ศาลอาจสามารถพัฒนาขึ้นมาได้จากการใช้คำพิพากษา หรืออาจมีพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยเรื่องของบรรษัทภิบาล เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่ชัดเจน มีเพียงหลักการภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ไม่ได้เป็นผลบังคับใดๆ มากนัก

“แต่ละบริษัทก็มีมาตรการภายในของตน มีข้อปฏิบัติ มีบทลงโทษต่อพนักงานผู้ฝ่าฝืน แต่ดูแล้วไม่ได้มีบทลงโทษสำหรับผู้บริหารเท่าไร เมื่อไม่ได้วางไว้ผู้บริหารจึงอยู่เหนือกฎเกณฑ์ของบริษัท ส่วนถ้าไปรอกระบวนการยุติธรรมไทยก็คงต้องรอไปอีก 3 ชาติ บางคดีผ่านไปเกือบ 20 ปี จนผู้กระทำผิดอาจตายไปแล้ว ดังนั้นเมื่อผู้บริหารมีการกระทำความผิดต่อสังคมโดยรวม หรือสร้างความเสียหายจนเป็นที่อื้อฉาว ขัดต่อหลักธรรมาภิบาล ตรงนี้บริษัทจะแสดงออกอย่างไร จะยอมรับหรือเลือกปฏิบัติ  ดังนั้นประเด็นทางจริยธรรมในตอนนี้จึงอาจเลยกว่าตัวผู้บริหารที่กระทำผิด แต่อาจรวมถึงคณะกรรมการที่ไม่ดำเนินการด้วย” นายคมสัน กล่าว

นายธวัชชัย พิทยโสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบริษัท ก.ล.ต. กล่าวว่า เรื่องของธรรมาภิบาลอาจยังเป็นเรื่องของจิตสำนึก ไม่ได้มีสภาพทางกฎหมาย แต่สิ่งเหล่านี้สังคมอาจช่วยกันขับเคลื่อนได้ เพราะสุดท้ายแรงขับเคลื่อนของธุรกิจก็มาจากตลาด มาจากมุมมองของนักลงทุนว่าจะมองคุณค่าในแง่มุมใด ซึ่งปัจจุบันสังคมมีความตื่นตัวกันมากและอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนา อีกส่วนหนึ่งคือคณะกรรมการบริษัท ที่จะเห็นได้ว่าบางรายมีการแสดงออกด้วยการลาออก อาจเรียกได้ว่าเป็น Self Discipline ที่มีความเห็นด้วยและชัดเจนในหลักธรรมาภิบาล ต้องการที่จะโอบอุ้มภาพลักษณ์ศักดิ์ศรีในองค์กรที่ตัวเองมองว่ามีความเหมาะสม

นายพิษณุ พรหมจรรยา ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) กล่าวว่า เรื่องของหลักธรรมาภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี มักจะเป็นเรื่องของบนลงล่าง หากคณะกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทไม่เอาด้วย สิ่งเหล่านี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ภารกิจหลักของสมาคมฯ จึงเป็นการฝึกอบรมกรรมการในหลากหลายบริษัท ให้รู้หลักการและบทบาทหน้าที่ของตนเอง โดยมีการจัดหลักสูตรอบรมไปแล้วกว่า 200 รุ่น หรือราว 6,000-7,000 คน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งคือการสร้างความเข้าใจกับสังคม และในเรื่องการจัดทำเรตติ้งของบริษัทจดทะเบียนไปแล้วกว่า 600 บริษัท เพื่อให้มีผลต่อมุมมองของนักลงทุน

- Advertisement -