“ขยะพลาสติก” มหันตภัยร้ายต่อสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็นปัญหาที่คุ้นชินของเราทุกคน ไม่น่าเชื่อว่าในแต่ละวันเราได้ร่วมกันผลิตขยะพลาสติกอย่างเกินความจำเป็นมหาศาล แต่เรากลับมองว่านั่นคือความปกติของชีวิต

รอบตัวเราจึงเต็มไปด้วย “ถุงพลาสติก” ในทุกๆ กิจวัตร ตั้งแต่เช้าจรดเย็น

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความพยายามลดใช้ถุงพลาสติกที่เกินความจำเป็น ทั้งจากรัฐ เอกชน หรือแม้แต่ในระดับตัวบุคคลมีให้เห็นบ่อยครั้ง และหนึ่งใน “รูปธรรมความสำเร็จ” มาจากแวดวงสาธารณสุข ซึ่งนับเป็นก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) บ้านมดตะนอย ตั้งอยู่ที่ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เป็นอีกหนึ่งสถานบริการด้านสุขภาพที่ประกาศตัว “ยกเลิก” ใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วสำหรับใส่ยาให้ผู้ป่วย  ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2560 เป็นต้นมา

สมโชค สกุลส่องบุญศิริ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านมดตะนอย เล่าว่า แนวคิดการดำเนินการเหล่านี้ เป็นผลพวงมาจากความสำเร็จที่ชุมชนได้ร่วมกันบริหารจัดการขยะจนสามารถประกาศเป็น “หมู่บ้านปลอดโฟม” ได้ตั้งแต่เมื่อเดือน ส.ค. 2559

“ในอดีตมีการใช้โฟมจำนวนมาก เราจึงเริ่มต้นจากการเปลี่ยนพฤติกรรม ปฏิเสธการซื้ออาหารที่ใช้โฟมเป็นบรรจุภัณฑ์ และนับตั้งแต่มีการประกาศเป็นหมู่บ้านปลอดโฟมก็ไม่มีโฟมปรากฏให้เห็นในหมู่บ้านเลย มีการใช้วัสดุอื่นๆ ทดแทน เช่น ห่อข้าวเหนียวใช้ใบหูกวาง หากจำเป็นต้องใช้ภาชนะในบรรจุอาหารจะเปลี่ยนเป็นกล่องกระดาษ หรือพลาสติก ซึ่งทำให้ขยะประเภทกล่องโฟมลดลง และง่ายต่อการจัดการขยะ

“สิ่งที่ชาวบ้านได้กลับมาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการใช้โฟม และพลาสติก คือการรักสุขภาพตัวเองมากขึ้น และประเด็นสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมคือ การเปลี่ยนแปลงเพื่อลูก-หลาน มาตรากล่อมโฟมประสบความสำเร็จภายใน 3 เดือน เริ่มจากแม่ค้าที่เป็น อสม. ชาวบ้าน ถึงแม้กล่องกระดาษจะมีราคาสูงกว่าโฟม แต่ทุกคนยอมเปลี่ยนเนื่องจากเป็นห่วงสุขภาพลูก-หลาน กลัวจะเป็นมะเร็ง” สมโชค อธิบาย

ก้าวต่อไปของชุมชนคือทุกคนเห็นว่าถุงพลาสติกค่อยข้างมีจำนวนมาก ภายในชุมชนจึงมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะลดใช้ถุงพลาสติก โดยเริ่มจากหน่วยบริการที่ รพ.สต. ก่อน

ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นมา รพ.สต.บ้านมดตะนอยไม่มีการใช้ถุงหูหิ้ว และขยายผลครอบคลุมการงดใช้ถุงพลาสติกในพื้นที่หมู่ 3 จำนวน 330 หลังคาเรือน ซึ่งในอนาคตคาดหวังกันว่ามาตรการดังกล่าวจะกระจายไปยังหมู่บ้านอื่นๆ ด้วย

ขณะที่โรงพยาบาลระยอง จ.ระยอง เป็นอีกหนึ่งสถานบริการที่ประสบความสำเร็จเรื่องการงดใช้ถุงพลาสติกใส่ยาไปแล้วเช่นกัน

นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลระยอง เล่าว่า ทางโรงพยาบาลได้มีการยกเลิกให้ถุงพลาสติกหูหิ้วสำหรับใส่ยาผู้ป่วย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2560 โดยในแต่ละวันทางโรงพยาบาลมีผู้รับบริการเป็นผู้ป่วยนอกประมาณ 2,000 ราย ผู้ป่วยในอีก 500 ราย จึงสามารถลดปริมาณถุงพลาสติกไปได้ถึงประมาณ 2,500 ใบต่อวัน หรือ 75,000 ใบต่อเดือน

“เราสามารถลดขยะที่ไม่จำเป็นลงไปได้พอสมควร และยังพยายามลดในส่วนอื่นๆ เช่น ปฏิเสธการใช้โฟมในทุกจุดทั่วโรงพยาบาล หรือในร้านสะดวกซื้อก็จะมีถุงขายและเริ่มใช้มาตรการเดียวกัน ค่อยๆ ทำไปโดยนำส่วนที่ทำได้มาเป็นโมเดล ปลายทางก็จะลดละเลิกจนหมดไป” นพ.วิฑูรย์ ระบุ

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลระยอง เล่าอีกว่า ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการได้มีการวางแผนเตรียมการกว่า 3 เดือน พูดคุยร่วมกันทั้งฝ่ายเภสัชกร ฝ่ายบริหาร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โดยยังเกรงว่าอาจโดนประชาชนต่อว่าอะไรหรือไม่ อย่างไรก็ตามกลับพบว่าประชาชนมีความเข้าใจและทำให้ทั้งหมดเป็นไปได้ด้วยดี ช่วยลดขยะ ลดโลกร้อน และโรงพยาบาลประหยัดขึ้น

“ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย ซึ่งผมว่าการลดโลกร้อนมันเป็นเทรนด์ของโลกไปแล้ว และไม่ใช่ว่าเราจะทำในโรงพยาบาลอย่างเดียว แต่ควรเป็นในระดับชุมชนแล้ว ทั้งนี้ปัจจัยความสำเร็จคือการมีส่วนร่วมของบุคลากร และความเข้าใจของพี่น้องประชาชนที่จะทำให้มันยั่งยืน” นพ.วิฑูรย์ กล่าว

ก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของทั้ง 2 สถานพยาบาลนี้ เป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชม และช่วยให้ความมั่นใจได้ว่าหากมีความตั้งใจจริงและทำงานกันอย่างเอาจริงเอาจัง เราสามารถช่วยโลกได้เฉกเช่นผีเสื้อกระพือปีกสะเทือนถึงดวงดาว

- Advertisement -