กรมอุทยานฯ ตีราคาชีวิต ‘เสือดำ’ 12 ล้านบาท ‘ไก่ฟ้า-หมูป่า’ เฉียด 5 หมื่น-ฟ้องแพ่ง ‘เปรมชัย’

อุทยานฯ ตั้งกรรมการคำนวณค่าเสียหายแพ่ง “เปรมชัย” เคาะราคาเสือดำ 12.75 ล้าน ไก่ฟ้า-หมูป่า รวม 5 หมื่น

นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาคิดคำนวณค่าเสียหายทางแพ่ง กรณีนายเปรมชัย กรรณสูตร กับพวกร่วมกันล่าสัตว์ป่า เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2561 ตอนหนึ่งว่า ที่ประชุมได้มีการสรุปความเสียหายของเสือดำในการปล่อยสู่ธรรมชาติ 12,750,000 บาท มูลค่าความเสียหายของไก่ฟ้าหลังเทา 25,224 บาท และมูลค่าความเสียหายของหมูป่า 22,500 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทางแพ่งในคดีของนายเปรมชัยและพวกทั้งสิ้น 12,797,724 บาท

ทั้งนี้ จากการพิจารณาข้อมูลนิเวศของเสือดำ พบว่าเสือดำจะมีอายุสูงสุดประมาณ 18 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 12 ปี โดยเสือดำเพศเมียจะเริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุประมาณ 2.5-3 ปี ซึ่งในวงจรชีวิตหนึ่งนั้นจะให้ลูกได้ประมาณ 8 ตัว ขณะที่เสือดำตัวที่นายเปรมชัยและพวกล่านั้น เป็นเสือดำเพศเมียอายุประมาณ 3-5 ปี โดยราคาค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเพื่อนำเสือดำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ 1 ตัว ประมาณ 2,550,000 บาท ซึ่งการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติมีอัตรารอดตายประมาณ 20% เมื่อคิดมูลค่าตั้งแต่เสือดำตัวเล็กๆ การฝึก ค่าอาหาร ยารักษาโรค เป็นเวลา 5 ปี กระทั่งสามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ จึงได้มูลค่าดังกล่าว

ในส่วนของไก่ฟ้าหลังเทา มีราคาค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติตัวละประมาณ 12,612 บาท ซึ่งอัตรารอดตายของไก่ฟ้าที่ปล่อยคืนสู่ป่าอยู่ที่ 50% จึงรวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 25,224 บาท ส่วนมูลค่าความเสียหายของหมูป่านั้น คิดจากราคาเนื้อหมูป่าในท้องตลาดกิโลกรัมละ 150 บาท โดยน้ำหนักหมูป่า 1 ตัวประมาณ 150 กิโลกรัม จึงเป็นราคาประมาณ 22,500 บาท อย่างไรก็ตามค่าเสียหายทั้งหมดนี้ยังไม่รวมค่าเสียหายทางระบบนิเวศน์ ของสัตว์ป่าทั้ง 3 ชนิดแต่อย่างใด เนื่องจากเรื่องดังกล่าวยังไม่มีผลงานวิจัยทางวิชาการรองรับ

“ที่ผ่านมากรมอุทยานฯ ไม่เคยมีงานวิจัยเรื่องค่าเสียหายทางระบบนิเวศน์ จึงยังไม่สามารถเรียกร้องในส่วนนี้ได้ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ก็จะต้องเซ็ตทีมงานเพื่อทำเรื่องนี้แล้ว โดยจะเอาสัตว์ตัวที่มีความเสี่ยงว่าจะถูกคุกคามมากที่สุด ว่าเมื่อสัตว์พวกนี้ถูกล่าแล้วจะเกิดผลกระทบ มีค่าความเสียหายทางระบบนิเวศน์อย่างไร มีมูลค่าเท่าใด โดยสัตว์ที่จะต้องศึกษา คือ หมี เสือ ช้าง เก้ง กวาง ไก่ฟ้าทุกชนิด เป็นต้น” นายจงคล้าย กล่าว

ด้าน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หนึ่งในคณะกรรมการฯ กล่าวว่า ในอดีต อส.เคยมีการฟ้องร้องเรื่องชาวบ้านบุกรุกพื้นที่ป่า 10 ไร่ โดย อส.ฟ้องแพ่งมูลค่า 10 ล้านบาท แต่ศาลยกฟ้อง โดยมีการตั้งคำถามกันว่าตัวเลขดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร จับต้องได้หรือไม่ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นคิดกันอย่างไร จึงเป็นที่มาของการที่ อส.ต้องไปทำวิจัยเก็บตัวอย่างจากพื้นที่ต่างๆ นำมาประเมินมูลค่าความเสียหายกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่า เฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 แสนบาทต่อไร่ เป็นค่ามาตรฐาน

“มีหลายฝ่ายทั้งเอ็นจีโอ และองค์กรต่างๆ ตั้งคำถามกับเราว่าทำไมเสือดำราคาถูกมาก ทำไมไม่เรียกไปสัก 300 ล้าน หรือ 1,000 ล้าน อยากเรียนว่าอันนี้เป็นเรื่องหลักเกณฑ์ที่มีงานวิชาการรองรับ เราใช้หลักเกณฑ์นี้กับคนทุกคนที่ทำผิด ไม่ได้ใช้กับนายเปรมชัยและพวกเท่านั้น ซึ่งการที่เราเรียกความเสียหายจากการที่เสือดำตัวหนึ่งถูกล่าและฆ่าตายในราคา 12 ล้าน ก็ไม่ใช่น้อยเลย” นายชัยวัฒน์ กล่าว

อนึ่ง รายชื่อคณะกรรมการฯ ที่นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี อส. ได้ลงนามแต่งตั้ง ประกอบด้วย 1.นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดี อส. เป็นประธาน 2.น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า 3.นายเพ็ญวิชญ์ ศรีชัย ผู้อำนวยการกองนิติการ 4.นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ 5.นายศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า 6.น.ส.ดาราพร ไชยรัตน์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ 7.นสพ.ภัทรพล มณีอ่อน สัตวแพทย์ชำนาญการ 8.นายสมปอง ทองสีเข้ม นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ

- Advertisement -