จังหวัดภูเก็ตขีดเส้น 4 เดือนงดใช้ ‘โฟม’ 100% หนุนบรรจุภัณฑ์ทดแทน – เพิ่มช่องทางเข้าถึง

จังหวัดภูเก็ตขีดเส้น 4 เดือนงดใช้ ‘โฟม’ 100% หนุนบรรจุภัณฑ์ทดแทน – เพิ่มช่องทางเข้าถึง

จ.ภูเก็ต จับมือรัฐ-เอกชน ลงนามร่วมมืองดใช้ “โฟม” บรรจุอาหาร 100% ตั้งเป้าสำเร็จ ก.ค.61 สนับสนุนสินค้า-เพิ่มช่องทางเข้าถึงบรรจุภัณฑ์ทดแทน

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดำเนินการลด ละ เลิก ใช้ภาชนะโฟม (Polystyrene) บรรจุอาหารในจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพภูเก็ต สมาคมมัคคุเทศก์อันดามัน สมาคมท่องเที่ยวไทยจีนภูเก็ต สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ฯ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่มีช่องทางการใช้ภาชนะที่เป็นโฟม เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2561

สำหรับความร่วมมือดังกล่าว ภาครัฐและเอกชนจะดำเนินการเพื่อร่วมกันงดใช้โฟม 100% ในจังหวัดภูเก็ต โดยผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ทดแทนโฟมเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด จะให้การสนับสนุนในด้านการตลาดเรื่องสินค้าราคาพิเศษ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้า และการประชาสัมพันธ์ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน ขณะที่จังหวัดภูเก็ต จะสนับสนุน ส่งเสริม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการขับเคลื่อนทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีขอบเขตระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี

นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศไทย นอกจากจะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนในสังคมแล้ว ยังต้องรับผิดชอบต่อนักท่องเที่ยวทุกคน โดยคำนึงถึงภาชนะที่นำมาบรรจุอาหารให้ผู้บริโภคต้องได้รับมาตรฐานความปลอดภัยสูง ดังนั้นจึงมอบหมายให้หน่วยงานสาธารณสุขจังหวัด ดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนทำการลงนามร่วมมือกันงดใช้โฟม 100% ในจังหวัด พร้อมให้เวลาหน่วยงานต่างๆ ไปประชาสัมพันธ์และปรับเปลี่ยน โดยกำหนดความสำเร็จของโครงการภายในเดือน ก.ค.2561

นพ.จิรพันธ์ เต้พันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กล่องโฟมที่ใช้ตามท้องตลาดทั่วไปเป็นของเสียเหลือทิ้งสีดำจากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ประกอบด้วยสารสไตรีน ที่ออกฤทธิ์ทำให้สมองมึนงง สมองเสื่อม หงุดหงิดง่าย มีผลทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และเป็นสารก่อมะเร็งอีก 3 ชนิด หากผู้ชายรับประทานเข้าไปมากๆ จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ขณะที่ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น และอาจส่งผลให้ทั้งชายและหญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งตับสูงขึ้นด้วยแม้จะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำก็ตาม

“สไตรีนถือเป็นสารอันตรายที่สหรัฐอเมริกาเพิ่งประกาศขึ้นบัญชีสารก่อมะเร็ง หญิงมีครรภ์ที่รับประทานอาหารบรรจุในกล่องโฟมมีโอกาสทำให้ลูกสมองเสื่อมกลายเป็นเอ๋อ อวัยวะบางส่วนพิการ ส่วนคนทั่วไปถ้ารับประทานอาหารกล่องโฟมอย่างน้อย 1 มื้อทุกวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงกว่าคนปกติถึง 6 เท่า นอกจากผลต่อสุขภาพแล้ว มีข้อมูลว่าโฟมเป็นวัสดุที่ต้องใช้เวลาย่อยสลายเป็นพันปี ถือเป็นปัญหาใหญ่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการกำจัด ถ้าเผาก็จะไปเพิ่มปัญหาโลกร้อนมากขึ้น ส่วนถ้าฝังก็ใช้เวลาย่อยสลายนานมาก” นพ.จิรพันธ์ กล่าว

 , ,