คุ้มครองทรัพยากร 3 เกาะดัง ‘พะงัน-สมุย-เต่า’ ทิ้งสมอ-จับสัตว์-ให้อาหาร คุก 1 ปีปรับ 1 แสน

ทช.เอาจริง จ่อบังคับใช้กฎหมายปกป้องทะเลเข้ม ห้ามกิจกรรมทำลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำร่อง เกาะเต่า-เกาะสมุย-เกาะพงัน ฝ่าฝืนคุก 1 ปี ปรับ 1 แสน

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ใน 3 พื้นที่นำร่อง ประกอบด้วย เกาะเต่า เกาะพะงัน และ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

สำหรับกฎหมายที่มีการบังคับใช้เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงระงับการกระทำหรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้แก่ มาตรา 3 มาตรา 17 และมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ประกอบมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

ทั้งนี้ ห้ามไม่ให้มีการจอดเรือโดยการทิ้งสมอ ห้ามทอดสมอบริเวณแนวปะการังในลักษณะที่ก่อให้เกิดอันตราย หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการัง ห้ามค้นหา-ล่อ-จับ-เก็บสัตว์น้ำ ห้ามให้อาหารสัตว์น้ำหรือจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำ ห้ามก่อสร้าง-ยึดถือ-ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใด เว้นแต่เป็นการดำเนินการตามโครงการของรัฐด้านสาธารณูปโภคที่ได้ดำเนินการตามแบบแผนของทางราชการ

นอกจากนี้ ยังห้ามกระทำการใดๆ ที่มีผลกระทบต่อสภาพพื้นทะเลในบริเวณที่มีแหล่งแนวปะการัง หญ้าทะเล หินปะการัง และกองหินใต้ทะเล อาทิ กิจกรรมเดินท่องเที่ยวใต้ทะเล หรือซีวอล์คเกอร์ (sea walker) ห้ามกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางธรณีสัณฐาน หรือทำให้ทัศนียภาพบริเวณชายหาดเสียไป ส่ว การดำเนินกิจกรรมเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำ ประเภทเรือสกูตเตอร์ เจ็ทสกี ควอดสกี หรือกิจกรรมอื่นใดที่ใช้เรือลากทุกชนิด ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า กิจกรรมการใช้ประโยชน์เกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณพื้นที่เกาะเต่า เกาะพะงัน และเกาะสมุย มีจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ จึงอาศัยอำนาจตามความในกฎหมายดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหา โดยคำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป โดยให้มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลาเวลา 2 ปี

อนึ่ง สาระสำคัญในมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ระบุว่า ผู้ที่ฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ