‘ปริญญา’ ปลุก กทม.พิทักษ์สมบัติสาธารณะ เอาผิดอาญา ‘อิตาเลียนไทย’ เป็นคดีตัวอย่าง

“อ.ปริญญา” เสนอเอาผิด ม.360 “อิตาเลียนไทย” เป็นคดีตัวอย่าง ทำลายต้นไม้-สมบัติสาธารณะ ด้าน “ศรีสุวรรณ” แนะรัฐกำหนดมาตรการดูแลต้นไม้ใน TOR โครงการให้ชัด

ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยในเวทีเสวนา “ปกป้องต้นไม้ใหญ่ในกรุงเทพ: กรณีศึกษาอิตาเลียนไทยตัดต้นนนทรีหน้า ม.เกษตรศาสตร์” เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2561 ตอนหนึ่งว่า กรณีการตัดไม้รวม 14 ต้น ของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ควรถูกทำให้เป็นกรณีตัวอย่างว่าผู้ใดจะมาทำลายต้นไม้สาธารณะไม่ได้ จึงเสนอให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 360

ทั้งนี้ ตามมาตรา 360 ระบุว่า ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ ต้องจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“ต้นไม้นับเป็นสิ่งที่ถูกใช้ประโยชน์ร่วมกันของชาว กทม. เป็นร่มเงาและให้ออกซิเจน จึงสามารถตีความให้เป็นสมบัติสาธารณะได้ ดังนั้นการที่มีผู้ใดมาตัดต้นไม้จึงมีความผิดตามกฎหมายอาญา ให้เป็นคดีตัวอย่างเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำเช่นนี้ซ้ำอีก” ผศ.ปริญญา กล่าว

ผศ.ปริญญา กล่าวว่า แม้บรรษัทภิบาลของบริษัทอิตาเลียนไทยฯ จะมีการระบุุไว้ว่าบริษัทฯ จะไม่ทำการใดๆ ที่จะส่งผลเสียหายต่อสังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพแวดล้อม แต่กรณีที่เกิดขึ้นบริษัทจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ไม่ใช่จ่ายแล้วเรื่องจบ รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ที่จะทำอย่างไรกับผู้ที่ไม่ทำตามที่เขียน ซึ่งเรายังไม่เห็นสิ่งที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบอย่างเพียงพอ ดังนั้นประชาชนในฐานะผู้เสียภาษีจึงต้องแสดงออกว่าเราไม่ยินยอมที่จะให้เอาเงินของเราไปทำแบบนี้กับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติของเรา

“รัฐได้ใช้เงินภาษีว่าจ้างอิตาเลียนไทยรับสัมปทานก่อสร้างรถไฟฟ้า ฉะนั้นรัฐบาลต้องมีมาตรการดำเนินการต่ออิตาเลียนไทยแล้ว อย่างน้อยการประมูลโครงการยักษ์ใหญ่ครั้งต่อไปอิตาเลียนไทยน่าจะสอบตกไปแล้ว หรือไม่อยู่ในฐานะที่จะเข้ามารับงานใดๆ ที่ใช้เงินภาษีจากประชาชน แล้วนำไปตัดต้นไม้เช่นนี้ หรือนำไปจ่ายเงินเดือนให้กับผู้บริหารที่มีงานอดิเรกเป็นพิษภัยต่อสังคม ดังนั้นภาคประชานต้องช่วยกันทักท้วงหน่วยงานของรัฐและนายทุนที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม เพื่อประโยชน์ต่อประเทศไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ผศ.ปริญญา กล่าว

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า หาก กทม.ไม่ใช้มาตรการที่ชัดเจนในการตัดแต่งดูแลต้นไม้ บริษัทเอกชนที่มีสัญญาก่อสร้างในอนาคตอาจลอกเลียนแบบการกระทำดังกล่าว รวมไปถึงการตัดต้นไม้ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าอีกหลายสายที่ดูแลโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่มีการตัดแต่งและล้อมย้ายต้นไม้หลายต้น แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบกลับพบว่าต้นไม้จำนวนมากที่อยู่ระหว่างการอนุบาลตาย โดยที่ไม่มีการดูแลแต่อย่างใด

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สิ่งที่อยากฝากถึงหน่วยงานของรัฐคือหลังจากนี้ไม่ว่าโครงการใดๆ ควรมีการกำหนดเงื่อนไขในร่างขอบเขตงาน (TOR) ให้ชัดเจนว่าจะต้องดูแลต้นไม้ในพื้นที่โครงการอย่างไร ไม่ใช่กำหนดเฉพาะเพียงข้อมูลเทคนิควิศวกรรม หรือคุณค่าทางเศรษฐศาสตร์ เพราะหากรัฐบาลไม่มีการกำหนดเรื่องเหล่านี้ก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้เอกชนทำตามอำเภอใจอย่างไรก็ได้

น.ส.ช่อผกา วิริยานนท์ ผู้แทนเครือข่ายต้นไม้ในเมือง กล่าวว่า การวางระบบบริหารจัดการต้นไม้ในเมืองเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เนื่องจากต้นไม้เหล่านี้ไม่ได้เติบโตเองตามธรรมชาติ แต่ถูกนำเข้ามาให้อยู่กับระบบนิเวศเมือง หากไม่มีการดูแลอาจก่อให้เกิดโทษ เช่น ล้มทับสร้างความเสียหายได้ แต่ประเทศไทยยังไม่เคยมีวางระบบบริหารจัดการเหล่านี้เลย

“เห็นได้ว่าการจัดการต้นไม้ในแนวเขตรถไฟฟ้าในเมืองกำลังมีปัญหา แม้จะเคยมีการสอนหลักการตัดต้นไม้ที่ถูกต้องไปหมดแล้ว แต่บริษัทกลับทำผิดโดยยืนกรานว่าถูกหลักวิชาการซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัว ดังนั้น รฟม.และบริษัทคู่ค้าจะต้องมีมาตรการหรือกติกาที่ชัดเจนกับเส้นทางรถไฟฟ้าทั้งหมดรวม 11 สาย” น.ส.ช่อผกา กล่าว

น.ส.ช่อผกา กล่าวว่า มาตรการที่ รฟม.จะต้องกำหนดแก่บริษัทรับเหมาคือ 1.สำรวจจำนวนต้นไม้ตลอดแนวเส้นทางที่จะต้องมีการล้อม 2.กำหนดวิธีการและมาตรการล้อมที่ถูกหลักให้กับบริษัท 3.ดูแลต้นไม้ที่ถูกล้อมไปในสถานที่อนุบาลด้วย 4.มีข้อกำหนดชัดเจนในการนำต้นไม้กลับคืนมาในพื้นที่โดยไม่น้อยไปจากเดิม

นายสุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ ผู้อำนวยการส่วนวนวัฒนวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ กล่าวว่า ทางกรมป่าไม้ได้มีการจัดตั้งศูนย์รุกขกรขึ้นมาครั้งแรกเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยล่าสุดได้มีการระดมรุกขกรทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบแนวทางในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องในอนาคต ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้งานตัดแต่งต้นไม้มีความคืบหน้าและเป็นไปอย่างถูกทิศทาง

- Advertisement -