เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดี ‘คลองด่าน’ เหตุจำเลยไม่ได้รับหมาย – นัดใหม่ 30 พ.ค.นี้

ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีโกงบ่อบำบัดคลองด่าน 2.3 หมื่นล้าน เหตุจำเลยบางส่วนไม่มา-ไม่ได้รับหมาย นัดใหม่ 30 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2561 ศาลแขวงดุสิต มีคำสั่งเลื่อนนัดการอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีฉ้อโกงซื้อที่ดินและสัญญาสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน สมุทรปราการ เป็นวันที่ 30 พ.ค.2561 เวลา 09.00 น. เนื่องจากจำเลยบางส่วนไม่มาศาล โดยจำเลยบางคนยังไม่ได้รับหมายเพราะเปลี่ยนแปลงที่อยู่ บางส่วนที่อยู่ไม่มีเลขที่ และไฟไหม้ ดังนั้นจึงให้ส่งหมายใหม่ หากไม่มีผู้รับก็ให้ปิดหมายตามที่พักของจำเลยตามทะเบียนราษฎร์

สำหรับคดีดังกล่าว กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยรวม 19 ราย ในความผิดฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่รวม 1,900 ไร่ มูลค่า 1.9 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน แต่ที่ดินนั้นกลับเป็นกลุ่มบริษัทจัดหามาแล้วที่ดินนั้นเป็นคลอง ถนนสาธารณะ และป่าชายเลน รวมถึงฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างฯ มูลค่าประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ศาลได้พิพากษายกฟ้องกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี (NVPSKG) จำเลยที่ 1 และสั่งประทับรับฟ้องไว้เฉพาะจำเลยที่เหลือ โดยศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2552 ว่าจำเลยที่ 2-19 ร่วมกันกระทำผิดตามมาตรา 341 ฐานร่วมกันฉ้อโกง อันเป็นความผิดกรรมเดียว จึงให้จำคุกจำเลยที่เป็นบุคคล 11 ราย คนละ 3 ปี และสั่งปรับจำเลยที่เป็นบริษัท 7 ราย รายละ 6,000 บาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2556 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง 18 ราย เนื่องจากศาลอุทธรณ์เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าพวกจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือดำเนินการใดๆ ให้คณะกรรมการคัดเลือกของ คพ. เลือกที่ดินของ บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ จำเลยที่ 12 อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2-19 จึงฟังขึ้น

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2561 ศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ที่ให้ คพ.ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จำนวนกว่า 9 พันล้านบาท ให้กับ 6 บริษัทร่วมค้า NVPSKG เนื่องจากเห็นว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบของราชการ อันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้คู่สัญญา จึงมีเหตุให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้

- Advertisement -