อากาศกรุงเทพฯ กำลังเป็นพิษ เช่นเดียวกับอากาศในเมืองใหญ่ๆ ของโลก และวายร้ายของวิกฤตมลภาวะที่ถูกหมายหัวคือ ควันพิษจากรถยนต์และโรงงานอุตสาหกรรม เพราะฝุ่นควันที่ว่านั้นเป็นต้นเหตุสำคัญของโรคทางเดินหายใจอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ทั่วโลกต่างตื่นตัวต่อสารพิษที่อาจทำให้ตายผ่อนส่งกันมากขึ้น

แต่ภัยร้ายซ่อนรูปที่น่ากลัวไม่แพ้กัน คือสารเคมีที่ส่งกลิ่นหอมจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านและเครื่องสำอางนานาชนิด ซึ่งมีอัตราความเสี่ยงเทียบเท่าควันพิษบนท้องถนนในสัดส่วน 50:50 และสะเทือนถึงชั้นบรรยากาศโลก

ในงานวิจัยที่ชื่อ “Volatile chemical products emerging as largest petrochemical source of urban organic emissions” จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด เมืองโบลเดอร์ สหรัฐอเมริกา ว่าด้วยเรื่องสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds) หรือ VOCs ระบุว่า ส่วนผสมของสารเคมีที่แฝงอยู่ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดครัวเรือนประเภทต่างๆ และเครื่องใช้สำหรับคุณผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม ยาทาเล็บ สเปรย์ที่มี และอื่นๆ เป็นตัวการสำคัญของปัญหามลพิษ พอๆ กับปัญหาฝุ่นควันบนท้องถนน และมีอันตรายในสัดส่วนที่เกือบเท่ากันอีกด้วย ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ เราสูดดมสารพิษเหล่านี้เข้าไปโดยไม่รู้ตัว และคิดว่ากลิ่นของมันเป็นมิตรกับเรา

รายงานจากสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Agency: EPA) ประเมินไว้ว่า 75 เปอร์เซ็นต์ คือตัวเลขของสารพิษหรือค่าฝุ่นละอองในอากาศที่มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง อีก 25 เปอร์เซ็นต์มาจากสินค้าในครัวเรือนต่างๆ แต่รายงานชิ้นใหม่ของมหาวิทยาลัยโคโลราโดชี้ว่า จากการศึกษาเปรียบเทียบมลภาวะบนท้องถนนในลอสแอนเจลิส ระหว่างสารพิษในบ้านกับบนท้องถนน มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันเกือบครึ่งต่อครึ่งแล้ว

VOCs ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ระเหยเป็นไอได้ง่ายในอุณหภูมิและความดันปกติ ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ หากมีไอระเหยของ VOCs สะสมเป็นจำนวนมาก จะส่งผลต่อบรรยากาศชั้นโอโซนของโลก และหาก VOCs สะสมในร่างกายมนุษย์มากเข้า จะทำให้ระบบภูมิคุ้มบกพร่อง ระบบประสาทถูกทำลาย มีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด แสบตา หายใจลำบาก ถ้าได้รับในปริมาณมากอาจทำให้หมดสติ

“เวลานึกถึงว่าคุณใช้สารเหล่านี้มากเท่าไร จะเปรียบผลิตภัณฑ์ในบ้านกับน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ได้ เพราะการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิงทุกๆ 1 กิโลกรัม จะมีสารพิษ 1 กรัม ลอยขึ้นไปในอากาศ แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ครัวเรือน องค์ประกอบของสารประกอบบางประเภทสามารถระเหยเป็นไอได้เกือบทั้งหมด” Joost De Gouw หัวหน้านักวิจัยกล่าว

งานของ De Gouw และงานวิจัยจำนวนหนึ่งเห็นตรงกันว่า ปริมาณการปล่อยสารระเหย VOCs จากผลิตภัณฑ์ภายในบ้านนั้นมีมากกว่าที่หน่วยงานในสหรัฐฯ ประมาณการณ์ไว้ 2-3 เท่า ซึ่ง De Gouw อธิบายว่านี่คือตัวเลขที่ชวนตกใจ เพราะถ้ากลับไปดูปริมาณสัดส่วนการใช้น้ำมันดิบจะพบว่า การใช้น้ำมันดิบเพื่อผลิตสินค้าบริโภคมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันดิบอีก 95 เปอร์เซ็นต์ ที่ถูกแปรเป็นพลังงานเชื้อเพลิง

อลาสเทอร์ ลิวอิส (Alastair Lewis) ศาสตราจารย์วิชาเคมี มหาวิทยาลัยยอร์ค ประเทศอังกฤษ ให้ความเห็นต่อรายงานดังกล่าวว่า เป็นการยากที่จะบอกว่าปัญหามลพิษเกือบทั้งหมดเป็นผลจากสาร VOCs แต่ประเมินได้ว่า 1 ใน 4 ส่วนของปัญหามลพิษ และ 3 ใน 4 ส่วนของค่าฝุ่นละอองมาจาก VOCs ที่ว่านี้

ลิวอิสกล่าวต่อว่า “นี่คืองานวิจัยที่น่าสนใจ เพราะแสดงให้เห็นว่า VOCs ในบ้านเริ่มมีสัดส่วนที่สำคัญและอาจส่งผลมากกว่าสารพิษบนท้องถนนหรือจากโรงงานอุตสาหกรรม ความคิดนี้ท้าทายต่อวิธีคิดและการปรับปรุงกฎหมายควบคุมสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางสถานการณ์ที่เราไม่อาจควบคุมปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านหรือเครื่องสำอางได้

“และถ้างานวิจัยนี้ถูกต้อง นโยบายของหลายๆ ประเทศจะต้องมีการทบทวนใหม่ เพื่อลดการปล่อยสารพิษจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วย”

ที่มา:
https://goo.gl/xC8Wuy
https://goo.gl/p1Ympv
https://goo.gl/hK3gz5

- Advertisement -