ทำเอาคนดูลุ้นกันแทบนั่งไม่ติด กับกระแสข่าวรายวันกรณีของนายเปรมชัย กรรณสูต บิ๊กรับเหมายักษ์ใหญ่ระดับประเทศ พร้อมพวกที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี ซึ่งทำไปทำมาคนดูต่างวิตกกลัวว่างานนี้จะเป็น “มวยล้มต้มคนดู”

ผลการสำรวจ “ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปต่อข่าวการจับกุมผู้ที่มีพฤติกรรมลักลอบล่าสัตว์ป่าสงวนกับการเอาผิดทางกฎหมายและการลงโทษทางสังคม” โดยสำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,211 คน พบว่า 74.32% หรือราว 3 ใน 4 เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น

ทั้งนี้หากดูกระแสข่าวในระยะหลังที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีกระแสข่าวว่าคลิปเสียงที่เป็นหลักฐานสำคัญหายไป หรือการไม่สามารถดำเนินคดีในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ เนื่องจากไม่เข้าข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ก็อาจพอเข้าใจได้ว่าเหตุใดคนในสังคมจึงคิดเช่นนั้น

พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ. 7 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2561 ยอมรับว่า ตั้งแต่นายเปรมชัยมารับข้อหาและประกันตัวไปในครั้งแรก พนักงานสอบสวนยังไม่สามารถติดต่อนายเปรมชัยได้เลย แต่เชื่อว่าคงไม่หลบหนี เพราะอยู่ระหว่างการประกันตัวในชั้นศาล

“เมื่อวันที่ 22 ก.พ. พนักงานสอบสวนเคยออกหมายเรียกนายเปรมชัย มาสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ทนายความและนายประกันติดต่อขอเลื่อนอ้างว่าติดธุระ จึงออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้มาพบในวันที่ 5 มี.ค. ซึ่งหากยังไม่มาอีก ก็จะทำเรื่องขอศาลเพื่อให้พิจารณาว่าควรถอนประกันหรือไม่ มีเจตนาหลบหนีหรือไม่” พล.ต.ต.กฤษณะ กล่าว

ท่ามกลางกระแสที่ว่ามานั้น องค์กรซึ่งตามติดเรื่องดังกล่าวอย่าง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร นำโดย ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิฯ ได้ออกมาแสดงท่าทีผ่านการโพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวเมื่อวันที่ 25 ก.พ.2561

ศศิน ระบุว่า คดีคุณเปรมชัย 1.มีหนังเสือดำถลกไว้เรียบร้อย ทาเกลือ 2.มีต้มหางเสือในหม้อ ที่คุณแคมปิ้ง 3.มีปืน และเสียงปืนจากแคมป์ที่พัก ที่ไม่ได้อนุญาต 4. มีเสียงต่อรอง ในคลิป

“ถ้าแค่นี้ไม่จบ ไม่พอ รอตรวจขี้ อะไรไปเรื่อย ในความรู้สึกผม ผมว่าไงๆ ก็มีฝ่ายทำคดีหาทางช่วยเปรมชัยแน่ๆ ขนาดนี้ 1.ไม่ควรให้ประกัน 2.คนแบบนี้ เป็นภัยต่อสังคม ทรัพยากรธรรมชาติ เห็นๆ 3.หลักฐานขนาดนี้ ถ้าหลุด รัฐบาลนี้ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้นะ” ศศิน ระบุ

เขายังระบุด้วยว่าถ้าหากนับตามวันที่เสือถูกยิง ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ก็จะครบ 1 เดือนพอดี ดังนั้นในวันที่ 5 มี.ค. จึงควรจะต้องมีการสรุปความคืบหน้าคดีว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำงานคืบหน้าไปอย่างไรแค่ไหน จากนั้นคงต้องร่วมกันแสดงออก เคลื่อนไหว เพื่อให้รัฐบาลทราบว่าสังคมไม่นิ่งเฉย ยังต้องการความเป็นธรรม

“จับคนทำผิด คนยากจน ทำไมดำเนินคดีให้คนผิดได้รับโทษรวดเร็ว แต่กับคนมีอิทธิพลจึงคนละเรื่อง เรื่องนี้ผมว่ากระบวนการพิจารณาคดีที่เรียกว่า ป.วิอาญา นี่คงต้องถูกสังคายนาใหญ่” ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ระบุ

ด้าน ภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิฯ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า สิ่งที่อยากให้สังคมจับตาคือประเด็นการติดสินบนเจ้าหน้าที่ ทางมูลนิธิสืบฯ เองได้ตั้งคณะทำงานเพื่อตามความคืบหน้าของคดี โดยจะมีความคิดเห็นและแถลงการณ์ออกมาเป็นระยะ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าของคดีในประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอสู่สังคม ไม่ให้เรื่องนี้เงียบหายไปตามกระแส

ขณะเดียวกัน ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยังได้ออกมาระบุถึงกรณีที่ไม่สามารถเอาผิดนายเปรมชัยในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ได้ ว่าเป็นผลมาจากการละเลยการปฎิบัติหน้าที่ของ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากละเลยเพิกเฉยที่จะเร่งรีบออกประกาศประเภทหรือชนิดสัตว์ป่าหรือสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติเพื่อให้ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายดังกล่าว นับแต่กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2557

“สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงขอเรียกร้องให้ รมว.เกษตรฯ เร่งออกประกาศกำหนดประเภทหรือชนิดสัตว์ป่าหรือสัตว์ที่อาศัยในธรรมชาติที่เป็นสัตว์ใหญ่ สัตว์สงวน สัตว์คุ้มครองทุกชนิด ให้เป็น สัตว์ ตามนัยยะของกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมฯ โดยเร็ว แต่หาก รมว.เกษตรฯ ยังเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องนี้สมาคมฯ จำต้องนำความขึ้นฟ้องร้องต่อศาลฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป” ศรีสุวรรณ ระบุ

อย่างไรก็ตาม ฟากฝั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างยังคงต้องออกมาให้ความมั่นใจอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กล่าวว่า ถึงแม้จะมีกรณีที่คลิปหลักฐานหายไป ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อรูปคดี เพราะความสำคัญอยู่ที่พยานให้การ หากไม่มีคลิปเสียง ทางเจ้าหน้าที่จะสอบถามพยานที่เป็นประจักษ์พยานว่านายเปรมชัย มีการพูดตามข้อความที่ได้ร้องทุกข์ไว้หรือไม่ หากพยานยืนยันหนักแน่น มีข้อมูลชัดเจนครบองค์ประกอบความผิด ก็สามารถเอาผิดนายเปรมชัยได้ ดังนั้นประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก

แน่นอนว่าแม้จะมีเสียงยืนยันหนักแน่นจากฟากฝั่งรัฐ แต่จนถึงวันนี้เปรมชัยก็ยังล่องหน และดูเหมือนว่าคดีที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาก็ค่อยๆ หลุดไปเรื่อยๆ

จึงไม่แปลกที่สังคมจะเชื่อว่าคดีนี้จะเข้าข่ายมวยล้มต้มคนดู

- Advertisement -