รบ.วอนชาวบ้านอย่าอดอาหารสร้างปมขัดแย้ง ม็อบต้านถ่านหินผ่าน 50 ชม.หามส่งรพ. 7 ราย

ชาวบ้านค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน อดข้าวติดต่อกันกว่า 50 ชั่วโมง เป็นลม 7 ราย ด้าน ‘ไก่อู’ ชี้ควรพูดคุยด้วยเหตุผล อย่าใช้อารมณ์ อย่าอดอาหารสร้างความขัดแย้ง

ชาวบ้านจำนวน 7 ราย จากทั้งหมด 67 ราย ที่ประกาศอดอาหารบริเวณหน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ (UN) ถ.ราชดำเนินนอก เป็นวันที่ 3 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา และโรงไฟฟ้ากระบี่ จ.กระบี่ ได้เป็นลมและล้มป่วยลงเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 14 ก.พ.2561 โดยผู้ชุมนุมได้นำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลมิชชั่นและโรงพยาบาลวชิระทันที เบื้องต้นทั้งหมดปลอดภัย

สำหรับผู้ชุมนุมดังกล่าว เป็นชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพา และโรงไฟฟ้ากระบี่ ในนามเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน และเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวนหลายร้อยราย ซึ่งเดินทางมาจากภูมิลำเนามาปักหลักอยู่หน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.2561

สำหรับผู้ป่วย ประกอบด้วย น.ส.สุภาภรณ์ ตาวัน อายุ 28 ปี น.ส.มารศรี มาดโอสถ อายุ 32 ปี น.ส.ชมภู หลำหงะ อายุ 32 ปี นางร่อกีบ๊ะ ประสิทธิ์หิมะ อายุ 61 ปี น.ส.หร้อเดีย เหมละงู อายุ 49 ปี น.ส.อวัสดา หวังสง่า อายุ 18 ปี และ น.ส.สุกัญญา หัดขะเจ อายุ 41 ปี

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมยังยืนยันเจตนารมณ์ในการปักหลักนั่งอดอาหารต่อไป เพื่อประกาศให้คนทั่วโลกทราบว่าการปกป้องสิ่งแวดล้อมจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย ต้องใช้ชีวิตเข้าแลก โดยขณะนี้ชาวบ้านได้อดอาหารมาแล้วกว่า 50 ชั่วโมง

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้บังคับว่าจะต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ต้องการให้ทุกคนโดยเฉพาะผู้ชุมนุมเปิดใจรับฟังเสียงของคนอื่น ฟังเหตุผลแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ จึงขอเวลาศึกษาให้รอบด้านก่อนได้หรือไม่ว่าพลังงานที่จะนำมาสร้างกระแสไฟฟ้าแต่ละชนิดนั้นมีผลกระทบอย่างไร และจะลดผลกระทบนั้นได้อย่างไรบ้าง

“ถ้าตั้งเป้าคัดค้านโดยไม่สนใจเหตุผล และข้อมูลทางวิชาการแล้วประเทศจะเดินหน้าได้อย่างไร” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงผู้ชุมนุม ได้สั่งการเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ให้ลงไปดูผู้ชุมนุมพร้อมอธิบายพร้อมกับทำความเข้าใจกับประชาชน อย่างไรก็ดีวันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก อย่าเอาการอดอาหารมาทำให้สังคมเกิดความรู้สึกลังเลหรือขัดแย้ง เพราะการคุยกันด้วยเหตุและผลเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศเดินไปได้ โดยต้องไม่ใช้อารมณ์

- Advertisement -