30 ชีวิตประกาศอดอาหารค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ชาวบ้านนับร้อยปักหลัก ‘ยูเอ็น’ – ไม่ชนะไม่เลิก

ชาวบ้านกว่า 150 ชีวิต ปักหลักค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา หน้ายูเอ็น อดอาหารประท้วง-สู้ด้วยชีวิต

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน และเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน จำนวนกว่า 150 คน ร่วมกันปักหลักบริเวณสำนักงานองค์การสหประชาชาติ (UN) ถนนราชดำเนินนอก เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.เทพา จ.สงขลา

พร้อมกันนี้ตัวแทนเครือข่ายกว่า 30 คน ได้ประกาศอารยะขัดขืนขั้นสูงสุดด้วยการอดอาหาร และดื่มแต่น้ำ เพื่อประกาศไปยังคนทั่วโลกว่าการปกป้องสิ่งแวดล้อมจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย ต้องใช้ชีวิตมาแลกกัน และจะมีจำนวนผู้อดอาหารร่วมกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่วันรุ่งขึ้นกลุ่มชาวบ้านจาก จ.สงขลา และ จ.กระบี่ จะทยอยเดินทางเข้ามาสมทบและร่วมชุมนุมไปจนกว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง

ขณะเดียวกัน ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการออกแถลงการณ์ร่วมกระบี่-เทพา รักษาสองฝั่งทะเล หยุดโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยระบุว่า จะต่อสู้จนกว่ารัฐบาลจะยอมยุติโรงไฟฟ้าทั้งสองโรง และรับซื้อพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพการผลิตจำนวนมากในขณะนี้ ดังนั้นเพื่อการรักษาแผ่นดินแล้ว ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะยืนหยัดถึงที่สุดไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใดก็ตาม

“การตัดสินใจนั่งลงตรงนี้เพื่อยืนยันว่าเราจะปกป้องสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชนถึงที่สุด เรานั่งตรงนี้เพื่อจะบอกกับโลกว่าคนไทยทำตามที่สหประชาชาติเรียกร้องว่าด้วยการลดโลกร้อน เพื่อจะบอกกับคนใต้ทั้งภาคว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะลุกขึ้นมาปกป้องภาคใต้ หวังว่าวันที่ 13 ก.พ.วันประชุมคณะรัฐมนตรี รัฐบาลจะตัดสินเพื่อประโยชน์ของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน” ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุ

ด้าน นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทางกลุ่มได้ใช้วิธีการต่างๆ ทั้งยื่นหนังสือและเจรจาเพื่อทำความเข้าใจกับสังคมและรัฐบาล ซึ่งแม้ว่าจะมีการออกคำสั่งชะลอการสร้างออกไป 3 ปี แต่กลับให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้าไปสำรวจพื้นที่ และดำเนินคดีต่อผู้คัดคัาน จึงแสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลที่จะยกเลิกการก่อสร้าง

- Advertisement -