เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ชื่อของ “ซุปเปอร์มาลาเรีย” แห่งภูมิภาคแม่โขง ปรากฎบนหน้าสื่อนานาชาติหลายฉบับ พร้อมการเตือนภัยจากนักวิทยาศาสตร์ถึงเชื้อมาลาเรียดื้อยาที่พัฒนาสายพันธุ์จนมีความต้านทานต่อยาอาร์เทมิซินินอันเป็นยาตัวหลักที่ใช้ในการรักษาโรคมาลาเรียในปัจจุบัน

เชื้อมาลาเรียดื้อยาดังกล่าวถูกค้นพบในกัมพูชาในปี 2551 และค่อยแพร่กระจายไปยังแถบชายแดนของประเทศไทยและลาว จนล่าสุด ค้นพบในทางตอนใต้ของเวียดนาม สร้างความกังวลว่ามาลาเรียเชื้อสายนี้จะขยายเป็นวงกว้างไปสู่ภูมิภาคอื่นๆหรือไม่

งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Infectious Diseases กล่าวว่าเชื้อมาลาเรียดื้อยาได้กลายเป็นเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์หลักที่ครอบงำบางพื้นที่ในภูมิภาคแม่โขงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การค้นพบว่าเชื้อดังกล่าวในเวียดนามเมื่อไม่นานมานี้แสดงถึง “ความล้มเหลว” ในการใช้ยาอาร์เทมิซินิน “ในอัตราที่น่าตกใจ”

โรคมาลาเรียมียุงเป็นพาหะ ทำหน้าที่ส่งผ่านปรสิตเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านการกัดเพื่อสูบเลือด การรักษาโรคโดยปกติจะใช้ยาอาร์เทมิซินินร่วมกับยาอีกตัวหนึ่งชื่อว่ายาไพเพอราควิน แต่เมื่อยาอาร์เทมิซินินเริ่มใช้ไม่ได้ผลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงพบว่าปรสิตเริ่มสามารถพัฒนาความต้านทานต่อยาไพเพอราควินได้เช่นกัน

การศึกษาโดยองค์การอนามัยโลกและ National Malaria Control Programme ประจำเวียดนาม พบว่า ในปี 2557-2558 การใช้ยาอาร์เทมิซินินร่วมกับว่ายาไพเพอราควินเกิดความล้มเหลวในการรักษาที่อัตรา 26%-46% ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขความล้มเหลวที่สูงจนน่าหวาดหวั่น

ยังคงเป็นที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใด ปัจจัยใดเป็นเหตุให้เชื้อมาลาเรียดื้อยาดังกล่าวเกิดขึ้นในภูมิภาคแม่โขง อย่างไรก็ตาม การหาวิธีป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาดูเหมือนว่าจะเป็นโจทย์ที่สำคัญยิ่งกว่า

เงื่อนไขใหม่ในการแพร่กระจายของยุง

รายงานวิจัยของสหประชาชาติ ซึ่งเปิดเผยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ยุงขยายตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสร้างเงื่อนไขใหม่ที่ส่งเสริมการแพร่พันธุ์ของยุง เช่น ยุงสามารถเพิ่มพื้นที่หากินและวางไข่จากการที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ความแห้งแล้งก็อาจทำให้แหล่งน้ำระเหยกลายเป็นแอ่งน้ำย่อมๆได้รวดเร็วขึ้น จนเอื้อแก่การเป็นแหล่งวางไข่ของยุง

ยุงเป็นสัตว์ที่ทำให้มนุษย์เกิดความสูญเสียมากที่สุด องค์การอนามัยโลกระบุว่ามีผู้คนกว่า 750,000 คน/ปี เสียชีวิตจากการที่ยุงเป็นพาหะนำโรค ขณะที่จระเข้สังหารมนุษย์ไปเพียง 1,000 คน/ปี ขณะที่ฉลามคร่าชีวิตมนุษย์เพียง 10 คน/ปีเท่านั้น ดังนั้น หากยุงสามารถเพิ่มการแพร่กระจายได้มากขึ้นในอนาคต ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่มียุงเป็นพาหะในมนุษย์ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามกัน รวมถึงเกิดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาอีกด้วย

ในบทความเรื่อง “Taking the Battle Against Malaria to the Mekong” ตีพิมพ์ในเว็บไซต์นิวยอร์คไทม์สเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2560 ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ที่เลวร้ายของ Christopher Plowe ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการ Institute for Global Health ประจำ University of Maryland School of Medicine ในการรักษาคนไข้ที่ติดเชื้อมาลาเรียในทวีปแอฟริกาในทศวรรษที่ 1990 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การรักษาโรคมาลาเรียเผชิญความล้มเหลวในการใช้ยาเดิมรักษาก่อนที่จะมีการพัฒนายาอาร์เทมิซินินขึ้นมา

“สถานการณ์ของทวีปแอฟริกาในทศวรรษที่ 1990 เตือนความจำของผมได้ดี เวลานั้นยารักษาโรคสองตัวที่ใช้กันมากที่สุดคือยาคลอโรควิน และยาซัลฟาดอกซีนใช้ร่วมกับยาไพริเมทามีน กลับประสบความล้มเหลวในการรักษา ความรู้สึกสิ้นหวังเกิดขึ้นในหมู่ผู้ติดเชื้อมาลาเรียและพวกเราที่ทำงานเพื่อหยุดยั้งโรค” Plowe เขียน

ในขณะนั้น เชื้อมาลาเรียสามารถพัฒนาความต้านทานต่อยารักษาที่ถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ในทศวรรษ 1930 เป็นเหตุให้วงการแพทย์ต้องพัฒนาตัวยาอื่นๆเพื่อใช้ในการรักษาจนมียาอาร์เทมิซินินในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ในที่สุด การสูญเสียจากโรคมาเลเรียในทวีปแอฟริกาจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าการพัฒนาของเชื้อมาเลเรียเพื่อต้านยารักษาจะเกิดขึ้นเป็นวงจรก็ตาม แต่การพัฒนาความต้านทานต่อยาอาร์เทมิซินินกลับเกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่รวดเร็วเวลาเพียงไม่ถึง 2 ทศวรรษ และภาพความเลวร้ายที่ Plowe จดจำก็อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง หากเชื้อดื้อยาในภูมิภาคแม่โขงแพร่กระจายไปยังภูมิภาคอื่น

การข้ามเขตพรมแดนมีผลต่อการกระจายโรคจากยุง

รายงานสังเคราะห์และประมวลสถานภาพองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของไทย ครั้งที่2 (TARC2) ชี้ว่าการระบาดของโรคมาลาเรียและไข้เลือดออกในอนาคตมีความสัมพันธ์กับตัวแปรทางด้านภูมิอากาศ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น การข้ามเขตแดนระหว่างประเทศของประชากร

การศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อสุขภาพของประชากรไทย โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยฯ ในปี 2554 ได้เก็บข้อมูลสถานการณ์ และใช้แบบจําลองในการคํานวณอัตราการระบาดของโรคมาลาเรียและโรคไข้เลือดออก พบว่า โรคมาลาเรียโดยรวมจะมี ความสัมพันธ์กับลักษณะอากาศมากกว่าโรคไข้เลือดออก และอัตราการเกิดโรคอาจจะมาจากการเคลื่อนที่ของประชากรข้ามไปมาระหว่างประเทศมากกว่าการระบาดเนื่องมาจากปัจจัยทางภูมิอากาศ จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคมาลาเรียในอนาคต ได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร และหนองคาย ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นจังหวัดในภาคอีสานตอนล่าง

อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้ข้อมูลสภาพอากาศจากแบบจําลอง ภายใต้แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศในอนาคต พบว่าภายใต้สถานการณ์ที่เน้นพัฒนาเศรษฐกิจเป็นหลัก อุบัติการณ์การระบาดของโรคมาลาเรียในปี 2555-2563 มีแนวโน้มสูงขึ้นที่ 79,703 คน/ปี ขณะที่สถานการณ์ที่เน้นการพัฒนาบนความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมมีการอุบัติการณ์ของโรคมาลาเลียเฉลี่ย 40,407 คน/ปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่านโยบายลดปริมาณ ก๊าซเรือนกระจกทำให้สามารถลดอัตราการระบาดของมาลาเรียได้

ในภาพรวมของภูมิภาคแม่โขง รายงานการเกิดโรคมาลาเรียมีจำนวนลดลงถึง 54% ในระหว่างปี 2555 และ 2558 ขณะที่อัตราผู้เสียชีวิตจากมาลาเรียลดลงถึง 84% ในระยะเวลาเดียวกัน สถิติขององค์การอนามัยโลกในปี 2559 ชี้มีการรายงานการติดเชื้อมาลาเรีย 300,000 กรณี และมีผู้เสียชีวิต 200 คนในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้ว่าจะเกิดเชื้อดื้อยา หากเพียงสามารถทำการส่งเสริมป้องกันโรคก็จะสามารถลดความสูญเสียได้

“เชื้อมาลาเรียดื้อยาเป็นปัญหาที่สำคัญมาก แต่เราต้องไม่สร้างความตื่นตระหนกที่เกิดจำเป็น การเพิ่มการเข้าถึงการส่งเสริมป้องกันโรคมาลาเรีย การวินิจฉัยและการรักษาที่ทันท่วงทีควรจะเป็นสิ่งที่เราให้ความสนใจเป็นอันดับแรก” Dr Pedro Alonso ผู้อำนวยการ Global Malaria Programme ประจำองค์การอนามัยโลกกล่าว

ข้อมูลอ้างอิง
▪ บทความเรื่อง “Taking the Battle Against Malaria to the Mekong”: https://www.nytimes.com/2017/09/26/opinion/fighting-malaria-mekong.html
▪ข้อมูลการระบาดของซุปเปอร์มาลาเรีย
http://www.who.int/malaria/media/drug-resistance-greater-mekong-qa/en/
▪การระบาดของโรคมาลาเรียและไข้เลือดออกในประเทศไทยในอนาคต: รายงานสังเคราะห์และประมวลสถานภาพองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของไทย ครั้งที่2 หน้า 193-194

- Advertisement -