วันหนึ่ง…ฉันเดินสู่พื้นที่ชุ่มน้ำโลก หาความหมายในความธรรมดาของธรรมชาติ

1

Into the Wetlands

เท้าทั้งสองค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้า ก่อนจะค่อยๆ ย่ำลงบน “พื้นที่ชุ่มน้ำ” (Wetlands) ตามชื่อเรียกทางการ พื้นที่แห่งนี้แสนธรรมดาในความรู้สึกแรกของฉัน แต่สำหรับผู้คนละแวกนี้ล้วนมองว่านี่เป็นมรดกอันล้ำค่า เปรียบเสมือน “ซูเปอร์มาร์เก็ตของชุมชน”

เท้าทั้งสองค่อยๆ จมดิ่งลงไปในพื้นดินโคลน สายตาเพลิดเพลินไปกับสิ่งใหม่รอบตัว เห็นทีซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้คงมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ช็อปปิงเสียแล้ว ภายใต้ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่ชาวชุมชนเล่าเป็นเสียงเดียวกันว่า มีบทบาทหน้าที่และมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิต พืชและสัตว์ ทั้งทางนิเวศวิทยา เศรษฐกิจ สังคม ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ

มองจากระยะไกล บริบทพื้นที่ไม่ต่างจากคำจำกัดความของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ หรืออนุสัญญาแรมซาร์ ที่กล่าวไว้ว่า คือ ที่ลุ่ม ที่ราบลุ่ม ที่ลุ่มชื้นแฉะ พรุ แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่สร้างขึ้น ทั้งที่มีน้ำขังหรือท่วมอยู่ ถาวร และชั่วครั้งชั่วคราว ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล ทั้งที่เป็นน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม

ทั้งยังรวมไปถึงที่ชายฝั่งทะเลและที่ในทะเล บริเวณซึ่งเมื่อน้ำลดลงต่ำสุด มีความลึกของระดับน้ำไม่เกิน 6 เมตร และอาจรวมถึงที่ริมฝั่งน้ำและชายฝั่งทะเล ซึ่งอยู่ติดต่อกับพื้นที่ชุ่มน้ำ และเกาะ หรือน้ำทะเลที่ลึกกว่า 6 เมตร เมื่อน้ำลดต่ำสุด ซึ่งอยู่ภายในพื้นที่ชุ่มน้ำด้วย

พื้นที่ชุ่มน้ำ จำแนกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ พื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นระบบนิเวศน้ำเค็ม-น้ำกร่อย ได้แก่ หาดหิน/กรวด หาดทราย หาดโคลน หาดเลน ตะกาด ที่ลุ่มน้ำกร่อย พรุน้ำเค็ม คุ้ง อ่าว ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ชะวากทะเล ช่องแคบ ป่าพรุ ป่าเสม็ด ป่าจาก ป่าแสม ป่าสาคู ป่าชายเลน ป่าโกงกาง แหล่งปะการัง แหล่งหญ้าทะเล แหล่งสาหร่ายทะเล เป็นต้น

พื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นระบบนิเวศน้ำจืด ได้แก่ แม่น้ำ ลำคลอง ลำห้วย ลำธาร แคว ละหาน ลำราง ทางน้ำ สบธาร ชานคลอง ตลิ่ง ชายฝั่งแม่น้ำ แก่ง เกาะ น้ำตก แอ่งน้ำ วังน้ำ ร่องน้ำ หาด สันทราย น้ำพุร้อน ธารน้ำร้อน ธารน้ำใต้ดิน ธารลอด น้ำมุด พุ ที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง ป่าบุ่งป่าทาม มาบ ทาม กุด แอ่ง ลุ่ม ทะเลสาบ หนอง บึง บ่อ บุ่ง สระ กว๊าน ทุ่งน้ำจืด ที่ลุ่มชื้นแฉะ ที่ลุ่มน้ำขัง หนองน้ำตื้น พรุน้ำจืด พรุหญ้า สนุ่น เป็นต้น

พื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นระบบนิเวศที่สร้างขึ้น ได้แก่ นากุ้ง นาเกลือ บ่อปลา พื้นที่ปลูกป่าชายเลน แหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเล วังปลา อุทยานมัจฉา แหล่งอนุรักษ์ปลาหน้าวัด ตลาดน้ำ แหล่งเลี้ยงปลาในแม่น้ำ นาข้าว นากก นาบัว นาเผือก พื้นที่ปลูกพืชน้ำต่างๆ อ่างเก็บน้ำ ตระพัง บาราย บ่อน้ำในไร่นา บ่อประมงโรงเรียน บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แก้มลิง บ่อบำบัดน้ำเสีย ขุมเหมือง เป็นต้น

2
©Wanchai Phutthong

ฉันเจอ…สัตว์หน้าดิน

ขณะที่ก้าวเท้าออกไปยังพื้นที่กว้าง สิ่งมีชีวิตเล็กๆ บนหน้าดินต่างเคลื่อนตัวหนีออกห่างด้วยความกลัว พากันวิ่งวุ่นชุลมุนไปมา เนื่องด้วยความหลากหลายของชนิดและจำนวน บ้างหาที่ซ่อนตัวตามพรรณไม้ บ้างแทรกกายลงผิวดินโคลนที่นุ่มราวสปาราคาแพง ห้วยชีวิตเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำที่ขาดไม่ได้

สัตว์หน้าดิน เป็นสัตว์ที่อาศัยและหากินตามพื้นผิวหน้าดิน ดำรงชีวิตอยู่บริเวณพื้นท้องน้ำ รวมถึงสัตว์กลุ่มที่เกาะหรืออาศัยอยู่ตามกองหิน โขดหิน ขอนไม้ในน้ำ หรือแม้แต่พืชน้ำที่พบได้ในระบบนิเวศแหล่งน้ำ สัตว์หน้าดินบางชนิดมีช่วงชีวิตทั้งหมดอยู่ในน้ำ เช่น ไส้เดือนน้ำ บางชนิดเจริญเติบโตอยู่ในน้ำเพียงบางช่วงอายุ เช่น ตัวอ่อนแมลงปอ แมลงชีปะขาว เป็นต้น

ขณะบางชนิดจะฝังตัวอย่างอิสระในตะกอนดิน เช่น ไส้เดือนปลอกแดง สัตว์หน้าดินเป็นผู้บริโภคอันดับต้นๆ ของโซ่อาหารและเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำขนาดใหญ่ เนื่องจากพวกมันให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งโปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ สัตว์หน้าดินบางชนิด เช่น หนอนริ้นน้ำจืดแดงยังมีส่วนช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ โดยเป็นผู้บริโภคเศษซากพืชซากสัตว์ในแหล่งน้ำเป็นอาหาร

ห่วงโซ่ชีวิตเหล่านี้หมุนเวียนเป็นวัฏจักร บนความสมดุลของธรรมชาติ

3
©Wanchai Phutthong

ฉันเจอ…พรรณไม้น้ำ

เมื่อย่างเท้าเดินต่อไปบนแผ่นดินชุ่มแฉะผืนเดิม บางช่วงน้ำท่วมเลยข้อเท้า บางช่วงชุ่มฉ่ำเพียงฝ่าเท้า มองไปรอบตัวล้วนเต็มไปด้วยพรรณไม้น้ำนานา เช่น ธูปฤาษี บัวสาย บัวหลวง กกสามเหลี่ยม กกสามเหลี่ยมเล็ก กระจับ กะเม็ง แขม จอก จอกหูหนู ดีปลีน้ำ ตาลปัตรฤาษี เทียนนา บอน บัวบา ผักกระเฉด ผักตบชวา ผักบุ้ง ผักปราบ ผักเป็ด ผักไผ่น้ำ ผักแว่น พง เลา โสน ฯลฯ

พรรณไม้น้ำเหล่านี้บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ เหมือนคำโบราณที่กล่าวไว้ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แผ่นดินของเรา สุดแสนอุดมสมบูรณ์” พรรณไม้น้ำต่างๆ ขึ้นอยู่อย่างมากมาย ขยายพันธุ์ และเพิ่มจำนวนพอเหมาะ เพื่อที่จะรักษาสมดุลของธรรมชาติ แหล่งน้ำธรรมชาติ และความสวยงามโดยที่ไม่ต้องมีใครมาคอยกำกับ

4
©Sirachai Arunrugstichai/Greenpeace

ฉันเจอ…ปลา

มองไกลออกไปอีกนิด ผิวน้ำกระเพื่อมไหวจากจุดศูนย์กลาง แผ่กระจายเป็นวงกลมก่อนจะละลายหายไปกับผืนน้ำ หยุดนิ่งครู่หนึ่งจึงมองเห็นฝูงปลานานาชนิดแหวกว่ายไปมา เช่น ปลาเข็ม ปลากระทุงเหว ปลากระทิง ปลาซิว ปลาหลดแคระ ปลากดเหลือง ปลากระดี่หม้อ ปลากริมควาย ปลากาดำ ปลาช่อน ปลาแดง ปลาตะกาก ปลากด ปลากระดี่ ปลาปักเป้า ฯลฯ

ความหลากหลายของชนิดปลาไม่เพียงช่วยรักษาสมดุลของธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดกำเนิดอาชีพให้กับชาวชุมชน เพื่อการดำรงชีพและการค้า ชาวประมงสามารถหาปลาได้ตลอดทุกฤดูกาล สัตว์น้ำที่จับขึ้นมาได้ บางส่วนนำไปขายหรือแบ่งปันแก่ผู้คนรอบข้าง พื้นที่ชุ่มน้ำจึงดูเหมือนเป็นธนาคารกับข้าวของชาวบ้าน ไม่อด ไม่จน

5
©Wanchai Phutthong

ฉันเจอ…นก

สัตว์ปีกชนิดหนึ่งที่มีความหลากหลายมากที่สุดในบรรดาชั้นของสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหลายที่อาศัยอยู่บนพื้นดินและท้องฟ้า ความหลากหลายของนกสามารถจำแนกได้ตั้งแต่ขนาด สีสัน เสียงร้อง อาหารการกิน กระทั่งถิ่นที่อยู่อาศัย ไม่ว่าเราจะมองเหินฟ้าหรือก้มหน้าลงดินในอาณาบริเวณของพื้นที่ชุ่มน้ำ เรามักจะเห็นนกทุกครั้ง

นกนับเป็นพระเอกหลักของพื้นที่ชุ่มน้ำ ทุกๆ ปีจะมีเหล่านกอพยพต่างถิ่นมาอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทยในทุกๆ แห่ง ชนิดที่พบเป็นประจำ ได้แก่ นกนางนวลแกลบหลายชนิด เหล่านกชายเลนที่มีทั้งนกหัวโต นกอีก๋อย นกปากแอ่น นกซ่อมทะเลอกแดง นกทะเลขาแดงธรรมดา นกทะเลขาเขียว เป็นต้น นกชนิดที่หายากและอพยพมาจากทวีปแอฟริกา ได้แก่ นกหัวโตกินปู ปีหนึ่งๆ อาจพบเพียงไม่กี่ตัว หรือบางปีอาจไม่พบเลย นั่นคือความมหัศจรรย์ที่บรรดานักดูนกเฝ้าค้นหา

6
©Wanchai Phutthong

ฉันเจอ…สัตว์ป่า

พื้นที่ชุ่มน้ำไม่ได้มีเพียงสัตว์เล็กสัตว์น้อยเท่านั้น ยังมีสัตว์ป่าในกลุ่มต่างๆ ที่พบได้ในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำ อาจมีจำนวนชนิดและจำนวนประชากรไม่มากนัก อย่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น นาก เสือปลา หรือสัตว์เลื้อยคลาน เช่น จระเข้น้ำ งูไซ งูสายรุ้งดำ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก

ควายน้ำ สัตว์ชนิดหนึ่งที่สามารถพบเห็นได้ในพื้นที่ชุ่มน้ำหลายๆ แห่ง อย่างเช่นพื้นที่ชุ่มน้ำพรุควนขี้เสียน ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง ซึ่งชาวบ้านทะเลน้อยนำควายมาเลี้ยงในพื้นที่นานกว่า 100 ปีมาแล้ว นิยมเลี้ยงเป็นฝูง ปล่อยอิสระอยู่ตามทุ่ง และมีคอกสำหรับให้ควายน้ำเหล่านี้ได้พักผ่อนหลังจากกลับจากและเล็มหญ้าโดยเฉพาะยามค่ำคืน

คน-สัตว์-แมลง-ต้นไม้-ดิน-โคลน-ผืนน้ำ และสิ่งมีชีวิตอีกมากมายในพื้นที่ชุ่มน้ำ ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน