‘ไทยแพน’ เผยผลตรวจสารเคมีผักไฮโดรโปนิกส์ พบตกค้างเกินมาตรฐาน 63% สูงกว่าผักทั่วไป

ไทยแพนเผยผลตรวจสารเคมีตกค้าง “ผักไฮโดรโปนิกส์” พบเกินมาตรฐาน 63% สูงกว่าผักทั่วไป ระบุคนมักเข้าใจผิดว่าปลอดภัย จี้ผู้ประกอบการ-หน่วยงานรัฐ หามาตรการควบคุม

น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) แถลงผลการตรวจสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในผักและผลไม้ เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2561 ว่าจากการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างในผักที่ปลูกโดยไม่ใช้ดิน หรือผักโฮโดรโปนิกส์ พบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างเกินมาตรฐาน 63.3% สูงกว่าผักทั่วไปซึ่งพบการตกค้างเกินมาตรฐาน 54.4%

ทั้งนี้ Thai-PAN ได้เก็บตัวอย่างผักไฮโดรโปนิกส์จำนวน 30 ตัวอย่าง จากตลาดและห้างสรรพสินค้าทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยผลการวิเคราะห์พบว่ามีผักจำนวน 19 ตัวอย่าง มีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างเกินมาตรฐาน ผักจำนวน 8 ตัวอย่างไม่มีการตกค้าง และผักอีกจำนวน 3 ตัวอย่างมีการตกค้างแต่ไม่เกินมาตรฐาน

น.ส.ปรกชล กล่าวว่า ในส่วนของสารพิษตกค้างที่พบมีจำนวน 25 ชนิด ประกอบด้วย สารกำจัดวัชพืช (Herbicide) 1 ชนิด สารป้องกันและกำจัดโรคพืช (Fungicide) 6 ชนิด และสารกำจัดแมลงและไร (Insecticide and Acaricide) 18 ชนิด ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือสารทั้งหมดที่พบนั้นเป็นสารดูดซึมมากถึง 17 ชนิด ทำให้การล้างเพื่อลดจำนวนสารตกค้างลงเป็นไปได้ยาก

“ความเข้าใจของประชาชนที่คิดว่าผักไฮโดรโปนิกส์เป็นผักที่ปลอดภัยกว่า มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชน้อย หรือไม่ใช้เลย จึงไม่เป็นความจริงแต่ประการใด” น.ส.ปรกชล กล่าว

น.ส.ปรกชล กล่าวว่า นอกจากนี้ Thai-PAN ยังได้ตรวจการตกค้างของไนเตรทในผักไฮโดรโปนิกส์ เพราะหากตกค้างเกินมาตรฐานจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยเปรียบเทียบกับมาตรฐานการตกค้างของสหภาพยุโรป (EU) เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดระดับการตกค้างสูงสุด โดยพบว่าผักเรดคอรัล เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค บัตเตอร์เฮด และฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก มีไนเตรทตกค้างตั้งแต่ 199-2,500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งมีเพียง 1 ตัวอย่างที่เกินค่ามาตรฐาน

“ในส่วนของผักคะน้า ผักกาดฮ่องเต้ ผักโขมแดง และผักบุ้งจีน ที่ปลูกแบบไร้ดินนั้น พบว่ามีการตกค้างของไนเตรทระหว่าง 2,976-6,019 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าผักในกลุ่มแรกอย่างเห็นได้ชัด แต่ขณะนี้ผักกลุ่มดังกล่าวยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการตกค้างแต่อย่างใด” น.ส.ปรกชล กล่าว

น.ส.ปรกชล กล่าวอีกว่า สำหรับผลการเฝ้าระวังครั้งนี้จะนำเสนอต่อผู้ประกอบการ เพื่อให้มีมาตรการกับผู้ผลิตผักไฮโดรโปนิกส์ที่มีสารพิษและไนเตรทตกค้างเกินมาตรฐานต่อไป เนื่องจากการจำหน่ายผักที่มีสารพิษตกค้างเกินมาตรฐานเป็นความรับผิดชอบหลักของผู้จำหน่าย อีกทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ไม่ยากว่ามาจากผู้ผลิตรายใด

น.ส.กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา กลุ่มกินเปลี่ยนโลก กล่าวว่า ผลการเฝ้าระวังครั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ควรมีการกำหนดมาตรฐานการตกค้างของไนเตรตในผักไฮโดรโปนิกส์ และประเมินความเสี่ยงจาการได้รับสารนี้จากพืชผัก

น.ส.กิ่งกร กล่าวว่า ในส่วนของกรมวิชาการเกษตร ควรมีการทำข้อกำหนดและให้ความรู้เพื่อควบคุมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และปุ๋ยเคมีในผักไฮโดรโปนิกส์ให้อยู่ในระดับปลอดภัย ส่วนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จำเป็นต้องเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในผักไฮโดรโปนิกส์เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการติดตามเฝ้าระวังในผักทั่วไป

“ผู้บริโภคจำนวนมากยังสับสนเข้าใจว่าผักไฮโดรโปนิกส์ กับผักออร์แกนิคหรือเกษตรอินทรีย์นั้นเหมือนกัน และเข้าใจว่าไม่มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่ประการใด การศึกษาครั้งนี้ทำให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้นว่าผักโฮโดรโปนิกส์ไม่ได้ปลอดภัยกว่าผักทั่วไปที่ปลูกโดยใช้ดิน ทั้งๆ ที่การปลูกแบบนี้ควรจะมีการจัดการให้ปลอดภัยกว่าได้” น.ส.กิ่งกร กล่าว

- Advertisement -