‘จีน’ สั่งปิดตลาดค้า ‘งาช้าง’ ถูกกม.ทั่วประเทศ เลิกซื้อขายเด็ดขาด-นักอนุรักษ์เชียร์ไทยทำตาม

องค์กรอนุรักษ์เฮ! “จีน” ปิดประตูตลาดค้างาช้างถูกกฎหมายใหญ่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ หวั่นทิศทางตลาดหันเห แนะ “ไทย” ปิดตลาดตาม

สาธารณรัฐประชาชนจีน ออกกฎหมายปิดตลาดค้างาช้างอย่างสมบูรณ์ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2561 ซึ่งจะส่งผลให้การซื้อขายงาช้างในประเทศจีนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย โรงงานและร้านค้างาช้างที่เคยได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างอย่างถูกกฎหมาย จะต้องยุติการค้าขายงาช้างและสินค้างาช้างทั้งหมดทั่วประเทศ

สำหรับการพลิกบทบาทของจีนในเรื่องดังกล่าวได้รับการตอบรับทั้งจากองค์กรอนุรักษ์และประชาชนจำนวนมาก จากรายงานการสำรวจขององค์กรเครือข่ายควบคุมการค้าสัตว์ป่า (TRAFFIC) และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) พบว่าการปิดตลาดค้างาช้างครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นแนวโน้มที่สำคัญในการลดปริมาณการซื้อขายงาช้างในจีนอย่างจริงจัง

เฟรด ควาเม่ คูม่าร์ ผู้อำนวยการ WWF สำนักงานแอฟริกา เปิดเผยว่า ประเทศจีนได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ต่อวิกฤตอันเร่งด่วนนี้ ซึ่งหวังว่าจีนจะร่วมมือในการเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านดำเนินการปิดตลาดค้างาช้างที่ถูกกฎหมายโดยทันทีด้วยเช่นเดียวกัน เพราะการปิดตลาดงาช้างในจีนอาจเป็นหนทางที่ทำให้ทิศทางของตลาดงาช้างหันเหไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า และไทย ซึ่งเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากนิยมซื้อผลิตภัณฑ์งาช้าง และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าอื่นๆ

“ในส่วนของรัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการที่ดีในการลดการซื้อขายงาช้างในประเทศ แต่ไทยยังคงไว้ซึ่งตลาดงาช้างที่ถูกกฎหมายจากผลิตภัณฑ์งาช้างที่ได้มาจากช้างในประเทศ ซึ่งตลาดงาช้างที่ถูกกฎหมายดังกล่าวเป็นการสร้างโอกาสให้อาชญากรสามารถค้าขายงาช้างแอฟริกันในประเทศไทยได้ และยังสร้างความสับสนในนักท่องเที่ยวที่สามารถซื้อผลิตภัณฑ์งาช้างในประเทศไทยได้ แต่ไม่สามารถนำออกนอกประเทศได้อย่างถูกกฎหมาย” เฟรด กล่าว

นางเยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการ WWF สำนักงานประเทศไทย กล่าวว่า ไทยควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงความเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาระดับโลกนี้ โดยกำหนดขั้นตอนต่างๆ ที่จะนำไปสู่การปิดตลาดงาช้างภายในประเทศอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญยิ่งที่จะช่วยยุติการฆ่าช้างเอางาบนโลก

ด้านองค์กรไม่แสวงผลกำไรเพื่อยุติการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ไวล์ดเอด (WildAid) ได้เปิดตัวโฆษณารณรงค์ชิ้นใหม่ ซึ่งมีนายเหยา หมิง อดีตนักบาสเกตบอลเอ็นบีเอชชาวจีน ในฐานะทูตขององค์กร ร่วมประชาสัมพันธ์ให้ชาวจีนได้ทราบถึงกฎหมายใหม่ของรัฐบาล พร้อมสร้างความตระหนักถึงเบื้องหลังการได้มาซึ่งงาช้าง ที่มาจากการฆ่าช้างเอางาในทวีปแอฟริกามากถึงปีละ 3 หมื่นตัว

ปีเตอร์ ไนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารองค์กรไวล์ดเอด กล่าวว่า สำหรับนโยบายของรัฐบาลจีนในครั้งนี้ จะส่งผลให้โรงงานแกะสลักและร้านค้างาช้างถึง 172 แห่งต้องปิดตัวลง โดยในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมาราคาผลิตภัณฑ์งาช้างทั่วประเทศจีนลดลงถึง 65% พร้อมยังเสนอส่วนลดอีกมากมาย เนื่องจากผู้ค้ารายย่อยต้องการระบายผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ ก่อนที่การปิดตลาดค้างาช้างจะมีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง

“การสั่งปิดตลาดค้างาช้างของรัฐบาลจีนมีความสำคัญต่อชีวิตช้างเป็นอย่างมาก ภายหลังจากที่สหรัฐอเมริกาก้าวถอยหลังออกมาจากการเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ บทบาทการนำของประเทศจีนจึงถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง” ปีเตอร์ กล่าว

ปีเตอร์ กล่าวว่า ในส่วนขององค์การสหประชาชาติ (UN) ได้มีมติเป็นเอกฉันท์เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ประกาศปิดตลาดค้างาช้างของตนเอง ซึ่งหลายประเทศดำเนินตามแล้ว และกำลังสนับสนุนให้ประเทศญี่ปุ่น และไทย พิจารณาเปลี่ยนจุดยืนและเดินหน้าสู่การปิดตลาดค้างาช้างในประเทศตามทิศทางของประเทศอื่นๆ ในโลกเช่นกัน

- Advertisement -