‘เทสโก โลตัส’ ประกาศความสำเร็จ เลิกทิ้งอาหารสด แจกคนจนไปแล้ว 1 ล้านมื้อ

“เราหวังว่าทุกท่านจะตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาขยะจากอาหาร และเริ่มต้นช่วยกันลด Food Waste จากตัวเราเองนะคะ อาหารเย็นอร่อยๆ วันนี้อยากขอให้ทุกท่านรับประทานให้หมด เพื่อไม่ให้เหลือทิ้งสร้างมลภาวะให้กับโลกของเราค่ะ”

การ์ดขนาดเท่ารูปถ่ายจับโบ้ผ่านการดีไซน์ด้วยคู่สีขาว-เขียว ถูกจัดวางภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่งบนพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ข้อความบนกระดาษอาร์ตทำหน้าที่ต้อนรับ และขอบคุณสำหรับการร่วม “ทริปส์รักษ์โลกแบบล้านนา ลดขยะจากอาหาร (Food Waste)” อย่างสมบูรณ์

กระดาษใบเดิมยังพาให้เราได้รู้จักชื่อของ แอ๊น-สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส ผู้เป็นเจ้าของข้อความข้างต้น

ท่ามกลางอาหารมื้อเย็นช่วงเวลาทุ่มเศษของสัปดาห์แรกในเดือนสุดท้ายของปี เธอกล่าวต้อนรับคณะอีกครั้งด้วยวาจาและรอยยิ้ม เธอไม่ลืมบอกเราทุกคนว่า “ขอให้ทุกท่านรับประทานให้หมด เพื่อไม่ให้เหลือทิ้งสร้างมลภาวะให้กับโลกของเราค่ะ”

—– “ลำพูนโมเมล” ต้นแบบจังหวัดปลอดขยะอาหาร —–

เช้าวันถัดมา (9 ธ.ค.2560) เราพบเธออีกครั้งในงานเปิดตัวลำพูนโมเมล โครงการลดขยะจากอาหาร ซึ่งเทสโก้ โลตัส ร่วมมือกับเทศบาลเมือง จ.ลำพูน ในรูปแบบประชารัฐ เพื่อให้ จ.ลำพูน เป็นต้นแบบจังหวัดปลอดขยะจากอาหารจังหวัดแรกในประเทศไทย โดยจัดให้มีการแยกขยะอย่างเป็นระบบ

สลิลลา ในฐานะตัวแทนเทสโก้ โลตัส เล่าให้เราฟังว่า ลำพูนโมเดลเป็นโมเดลนำร่องที่จังหวัดอื่นๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อลดปริมาณขยะอาหารได้ โดยการบริหารจัดการอาหารที่เหลือจากการจำหน่ายและรับประทาน นำไปแจกจ่ายผู้ยากไร้ ทำปุ๋ยอินทรีย์ และเลี้ยงปลา

รองประธานฯ สาวให้รายละเอียดว่า ขยะอาหารเป็นปัญหาระดับโลก โดยพบว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นมาในโลกจะกลายเป็นขยะ ขยะอาหารที่ถูกนำไปทิ้งในกองขยะนอกจากจะส่งกลิ่นเหม็นและเป็นแหล่งเชื้อโรคแล้ว ยังทำให้โลกร้อนขึ้นมาก

ในส่วน จ.ลำพูนมีขยะทั้งหมดกว่า 1.4 แสนตันต่อปี หรือเท่ากับช้าง 4 หมื่นตัว ในจำนวนนี้เป็นขยะเปียกมีปริมาณ 4.9 หมื่นตันต่อปี หรือเท่ากับช้าง 1.4 หมื่นตัว ซึ่งเราจะช่วยจัดการขยะเปียกได้ โดยขยะเปียกประเภทผักและผลไม้สามารถสร้างประโยชน์ได้ด้วยการนำไปหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพ การแยกขยะประเภทนี้ออกมาจากขยะอื่นๆ จะช่วยให้เทศบาลสามารถนำเศษผัก ผลไม้ ไปทำปุ๋ยได้อย่างง่ายดาย ปุ๋ยที่ได้จะถูกนำมาเป็นอาหารให้กับต้นไม้ภายในจังหวัด

—– ลดขยะอาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ —–

ก่อนการเปิดตัวลำพูนโมเมล เรามีโอกาสพูดคุยกับเธอในฐานะรองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัทเทสโก้ โลตัส นานพอสมควร ตลอดการพูดคุยเราพบแววตาที่เป็นประกาย โดยภาพความฝันที่เธอและองค์กรของเธอเป็นถนนสายเดียวกัน นั่นก็คือก้าวไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน

สลิลลา เล่าว่า เทสโก้ฯ ดำเนินโครงการลดขยะอาหารภายใต้กลยุทธ์ Farm to Fork ซึ่งเป็นการลดปริมาณขยะจากอาหารภายในธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ นำมาซึ่งประโยชน์กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงได้

เธอเริ่มลำดับให้เราเห็นภาพเดียวกันตั้งแต่เกษตรกร มีการวางแผนการเพาะปลูกตามความต้องการของตลาด ทำให้ไม่มีสินค้าเกษตรล้นตลาดเหลือทิ้ง อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ลูกค้าได้รับสินค้าที่มีคุณภาพสูงในราคาประหยัด การบริหารจัดการตลอด supply chain ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นช่วยให้อาหารคงความสดได้นานขึ้น ต้นทุนต่ำ ทำให้ราคาสินค้าที่ลูกค้าจ่ายมีราคาประหยัด

การลดปริมาณขยะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะจากอาหารเป็นปัญหาที่นอกจากสร้างมลภาวะด้านกลิ่นและความสกปรกแล้ว ยังมีผลกระทบทำให้เกิดโลกร้อนจากก๊าซเรือนกระจกที่กองขยะปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

เธอ ยังเล่าต่อถึงเรื่องราวข้ามทวีปไปยังประเทศอังกฤษ ที่นั่นเป็นบรรษัทแม่ของเทสโก้ทั่วโลก มีการทำงานร่วมกันในระดับประชาชาติในส่วนของการเข้าไปช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายความยั่งยืน พร้อมเจตนารมณ์ที่หนักแน่นในการเป็นผู้นำด้านการบริโภคอย่างยั่งยืน มีการเริ่มทำงานในระดับโลก ตลอดจนประเทศไทย

—– บริจาคผู้ยากไร้แล้วกว่า  1.05 ล้านมื้อ —–

สลิลลาทำงานที่เทสโก้ฯ มาแล้ว 6 ปี หน้าที่หลักๆ ในเทสโก้ฯ คือดูเรื่องการสื่อสาร กิจกรรมเพื่อความยั่งยืน กิจกรรมเพื่อสังคม รวมทั้งการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร

“เรามีเจตนารมณ์เดียวกัน เทสโก้มีความตั้งใจว่าไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรต้องวินวิน อันนี้เป็นเป้าหมายหลักของเทสโก้ ไม่ใช่เราวินคนเดียวแล้วสังคม โลกเสียหาย ทำให้เราสามารถทำงานอยู่ที่นี่ได้นาน เพราะเรามีเจตนารมณ์เดียวกัน” สลิลลา เล่าด้วยรอยยิ้ม

เธอ เล่าต่อว่า เทสโก้ฯ ได้ประกาศเจตนารมณ์เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกรายแรกของประเทศไทยในการลดขยะจากอาหารเมื่อเดือน ก.ค.2560 โดยได้ให้คำมั่นว่าภายในเดือน ก.พ.2561 จะไม่มีการทิ้งอาหารที่ยังรับประทานได้จากไฮเปอร์มาเก็ตทั้ง 24 สาขาในกรุงเทพมหานคร

โดยจะบริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดในแต่ละวันให้กับมูลนิธิ และองค์กรการกุศล เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ยากไร้ในชุมชนต่างๆ ซึ่งเราสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนกำหนด เพราะจนถึงวันนี้เทสโก้ โลตัส ได้บริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดให้กับผู้ยากไร้แล้วมากกว่า 1.05 ล้านมื้อ และในปี 2561 ที่จะเริ่มขยาย “โครงการกินได้ไม่ทิ้งกัน” ไปสู่สาขาต่างจังหวัด

เธอทิ้งท้ายการสนทนาด้วยกระจกที่สะท้อนกลับมาตั้งแต่เริ่มต้นทำโครงการ Food Waste ว่า ทุกวันนี้หันกลับไปมองขยะที่บ้านทุกวัน เพราะตอนเริ่มพบตัวเลข 1 ใน 3 ของอาหารคือขยะ ซึ่งคือความจริง บางครั้งซื้อเผื่อไว้สุดท้ายก็ทิ้ง ทุกวันนี้ตระหนักมาก พยายามบริหารตัวเองว่าจะต้องไม่ทิ้ง พยายามที่จะไม่เพิ่มขยะให้กับโลก