กสม.ซัดกฎหมายอีอีซีฟังความเห็นไม่เพียงพอ ไม่สอดคล้องเจตนารมณ์ รธน.-แนะครม.แก้ไข

กสม.ชง 4 ข้อเสนอให้ “ครม.-สนช.” พิจารณาร่างกฎหมายอีอีซีอย่างรอบด้าน สอดคล้องตามกลไกรัฐธรรมนูญ

นายวัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2560 ตอนหนึ่งว่า การเปิดให้รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. … (พ.ร.บ.อีอีซี) ยังไม่กว้างขวางเพียงพอและไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ตามมาตรา 43 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560

นายวัส กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น และมีหนังสือสอบถามความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว รวม 7 ครั้ง ในขณะที่ผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้อาจได้รับผลกระทบจากกฎหมายมีช่องทางการรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ระหว่างวันที่ 20 พ.ค. – 5 มิ.ย.2560 เพียงช่องทางเดียว ซึ่งมีผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเพียง 4 คนเท่านั้น

“แม้ กนอ.จะดำเนินการตามแนวทางจัดทำและการเสนอร่างกฎหมาย ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.นี้มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ และเป็นการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก การดำเนินการจึงอาจยังไม่กว้างขวางเพียงพอ” นายวัส กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุม กสม. ด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน มีมติเห็นควรให้เสนอแนะการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 247 (3) รวม 4 ประเด็น

สำหรับข้อเสนอของ กสม.ทั้ง 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1.จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีการเสนอความคิดเห็นและข้อห่วงกังวลในรายมาตราอย่างกว้างขวาง 2.พิจารณาให้มีการแก้ไขมาตรา 36 ว่าด้วยเรื่องการเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็นและชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม

3.พิจารณาให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 37 และ 43 เพื่อเป็นหลักประกันว่าการเปลี่ยนแปลงการอนุมัติอนุญาตจะไม่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพและกระบวนการมีส่วนร่วม 4.ครม.ควรกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินและผังเมือง ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 2/2560 ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง

นายวัส กล่าวอีกว่า ข้อเสนอแนะของ กสม.ดังกล่าว มิได้ทำให้การพิจารณาร่างกฎหมายในวาระที่สองล่าช้าหรือสะดุดลง เนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 23 พ.ย.2560 ให้ขยายระยะเวลาการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกไปอีก 60 วัน ตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. …

“คณะกรรมาธิการฯ ระบุว่าร่าง พ.ร.บ.นี้มีเนื้อหาสาระสำคัญที่ต้องพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบ และมีผลกระทบต่อหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงต้องขอขยายเวลาการพิจารณาออกไป ในกรณีนี้จึงเป็นแนวทางที่สอดคล้องต้องกัน เพื่อให้โครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์ สร้างความยั่งยืนต่อประชาชนส่วนรวม และปราศจากความขัดแย้งจากทุกภาคส่วน” ประธาน กสม.กล่าว

- Advertisement -