หลังจากเหตุการณ์ฝุ่นตลบที่ จ.สงขลา คลี่คลายลง ไปพร้อมๆ กับคดีความที่ติดตัวเหล่าแกนนำชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา อ.เทพา จ.สงขลา คนละ 3-4 คดี ทางฟากฝั่งรัฐบาลยังคงออกมาให้ข่าวตอกย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดอยู่เป็นระลอก

จะเห็นได้ว่าตัวละครหลักบนฉากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มีเพียงการแสดงของชาวบ้านที่ต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเท่านั้น ซึ่งนั่นก็เป็นลักษณะเฉพาะภายใต้การเข้าควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเบ็ดเสร็จ โดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทว่า หากการต่อต้านเกิดขึ้นในบรรยากาศของรัฐบาลพลเรือน หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่จะนำไปสู่การเดินหน้าหรือชะลอนโยบายการพัฒนาต่างๆ ก็คือบรรดา “นักการเมือง-ผู้แทนราษฎร” ซึ่งขณะนี้ถูกลดทอนให้กลายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นของสังคมไทยไปแล้ว

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความเจ็บปวดและผิดหวังของชาวบ้าน อ.เทพา จ.สงขลา และ อ.จะนะ จ.ปัตตานี สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้ต่อสายตรงถึง อดีต สส. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ดั่งเดิม เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2560 เพื่อสอบถามความคิดเห็นต่อกรณีที่เกิดขึ้น

กองบรรณาธิการพยายามติดต่อไปยัง ศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา และคนสนิทอดีตนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีต สส.สงขลา ติดภารกิจ ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้เช่นกัน

ขณะที่ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ อดีต สส.สงขลา (เขตเลือกตั้งเทพา-จะนะ) แสดงความคิดเห็นอย่างกระชับ “ผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยอยู่แล้วตรงนี้ ตอนนี้ผมติดประชุมอยู่ เพราะว่าทางประชาธิปัตย์เขาอยากให้เปลี่ยนเป็นแก๊ส ทางนายกอภิสิทธิ์เขาก็ไปยื่นให้รัฐมนตรีไว้วันก่อน ขอว่าให้เปลี่ยน การขาดแคลนไฟฟ้ามันไม่โอเค แต่ไม่อยากให้ใช้ถ่านหิน”

ทางด้าน ถาวร เสนเนียม อดีต สส.สงขลา และแกนนำคนสำคัญของกลุ่ม กปปส. แสดงความคิดเห็นสั้นๆ “ขออนุญาตนะ ทุกอย่างมันกระจ่างชัดแล้ว คงไม่ต้องสัมภาษณ์”

อย่างไรก็ดี ภาพสะท้อนที่ วิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต สส.สงขลา หนึ่งในผู้แทนประชาชนคนสำคัญ ได้ฉายผ่านคำให้สัมภาษณ์ ช่วยให้คนนอกพื้นที่เข้าใจวิธีคิดของชาวบ้านเทพาได้มากขึ้นเป็นลำดับ

วิรัตน์ บอกว่า ลึกๆ แล้วคนใต้ทุกคนรู้สึกเจ็บปวด เขาอยากได้พลังงาน อยากได้โรงไฟฟ้า แต่ขอให้เป็นพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็นชีวมวล แก๊สเหลว หรืออะไรก็ได้ที่สะอาด ยกเว้นถ่านหินอย่างเดียว เพราะเขาเห็นจากแม่เมาะ จ.ลำปาง หรือจากที่อื่นๆ แล้วว่ามันมีความเสี่ยง

“ต้องทำความเข้าใจเรื่องแรกคือพี่น้องคนใต้ทุกคนอยากได้โรงไฟฟ้า แต่ขอให้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด ส่วนที่มีการดึงดันอาจจะมีใครในรัฐบาลหรือใครในการไฟฟ้าฯ ที่มีส่วนได้ในพลังงานถ่านหินไว้ล่วงหน้า ผมอ่านไว้อย่างนั้นนะ

“คนที่เป็นตัวดึงดันเต็มที่ การไฟฟ้าก็มีส่วนที่จะดันถ่านหินให้ได้ ทำให้เรามองลึกไปว่าอาจจะมีส่วนได้ พวกไปเตรียมการไว้กับการหากินไว้กับโรงไฟฟ้าไว้ล่วงหน้าแล้ว ความจริงแล้วโรงไฟฟ้าพลังงานแก๊สเหลวสร้างได้เร็วกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเท่าตัว สมมุติว่าถ่านหิน 4 ปี อันนี้ 2 ปี ก็สร้างได้ การศึกษาผลกระทบก็ได้ถึง 4,000 ในขณะที่ถ่านหินนิดเดียวก็ต้องศึกษาแล้ว

เขา วิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เพราะผู้มีอำนาจใช้อารมณ์ อาจจะมีข้อมูลผิดพลาด หรือได้ข่าวกรองว่าพวกนี้เป็นพวกมาจากโน่นจากนี้ เป็นเอ็นจีโอ แต่จริงๆ แล้วแค่ทนฟังเขานิดนึง แล้วรับเอกสารมาก็จบ เรื่องมันเลยบานปลาย เป็นเรื่องของการไม่นิ่งของนายกฯ การอยู่ไม่นิ่งของทีมงาน

“รัฐบาลที่ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลก็จะเป็นอย่างนี้ คือถ้าอยู่นานแล้วก็จะต้องการคนที่มาเห็นด้วยเพียงอย่างเดียว ม็อบไหนที่ไม่เห็นด้วยก็จะปิดกั้นไม่ให้เข้า ส่วนใครที่เห็นด้วยก็ให้เข้ามาร่วมอยู่ด้วย ซึ่งมันไม่ใช่ข้อเท็จจริง มันเป็นการจัดตั้ง เอาคนที่ไม่เห็นด้วยออกไปให้ไกล เอาคนเห็นด้วยเข้ามาใกล้ๆ มันก็ไม่ได้ความจริง แต่ถ้าเราฟังทั้งประเด็นบวกประเด็นลบแล้วมาวิเคราะห์หาจุดร่วม มันต้องมีอยู่แล้ว มันต้องมีจุดร่วมกันที่ทุกฝ่ายรับได้ มันมีอยู่แล้ว” วิรัตน์ ระบุ

อดีต สส.สงขลา รายนี้ ระบุอีกว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 77 กำหนดให้ฟังความเห็นในการออกกฎหมาย ฉะนั้นเรื่องนี้ก็เหมือนกัน ต้องฟังความเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อน กฎหมายจึงกำหนดให้ศึกษาผลกระทบโน่นนี่นั้น เช่น ถ้าเป็นแก๊สเหลวได้ถึง 4,000 เมกะวัตต์ไม่ต้องศึกษาผลกระทบ แต่เป็นถ่านหินแค่ 4-5 เมกะวัตต์ก็ต้องศึกษาแล้ว เพราะว่าทางรัฐบาลก็รู้ว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินมันมีผลกระทบเยอะ

“รัฐบาลทหารไม่เข้าใจธรรมชาติของการเมือง การเมืองคือการประสานความเห็นต่างให้เข้ามาอยู่ในแนวทางที่เข้ามาใกล้เคียง การเมืองก็คือความลงตัวระหว่างความเห็นบวกและความเห็นแย้ง เพราะฉะนั้นการเมืองจึงเป็นเรื่องของการต่อรอง การเจรจา การรับฟังว่าทั้งสองฝ่ายมามีจุดร่วมกันตรงไหน ซึ่งมันต่างกับทหาร ทหารจะซ้ายหัน ขวาหัน ปฏิบัติ มันไม่ใช่

“ถ้าติดตามเหตุการณ์ในสภาผู้แทนราษฎรเวลาประชุมอีกฝ่ายจะจ้วง จะพูดใช้ถ้อยคำที่แรงๆ แต่ว่าผู้เป็นรัฐบาลก็สามารถตอบได้ชี้แจงได้โดยไม่ใช้อารมณ์ นี่ถ้านายกนั่งอยู่ในสภาสงสัยจะตายภายในวันเดียว สองวัน เพราะว่าการเมืองต้องฟังความเห็นต่าง ความเห็นต่างก็คือหนทางที่จะบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ความเห็นต่างไม่ใช่ปัญหา ความเห็นต่างไม่ใช้อุปสรรค ความเห็นต่างก็คือช่องทางที่จะบรรลุเป้าหมายร่วมกันไปให้ได้” ผู้แทนของชาว จ.สงขลา เชื่อเช่นนั้น

ด้าน เจือ ราชสีห์ อดีต สส.สงขลา อีกราย แสดงความคิดเห็นว่า จริงๆ แล้วรัฐบาลเองต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ประชาชนคัดค้านโรงไฟฟ้าเทพา ซึ่งที่จริงแล้วคนในพื้นที่ก็ส่งสัญญาณมาตลอดว่าไม่เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ อ.เทพา รัฐก็ควรจะรับฟังไม่ใช่ว่าใช้วิธีการที่รุนแรง

“ต้องพูดก่อนว่าพรรคประชาธิปัตย์เคยไปยื่นหนังสือในนามพรรคแสดงความไม่เห็นด้วยในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพามาแล้ว ซึ่งพูดมาเป็นปี แต่ดูเหมือนรัฐบาลไม่ฟังความเห็นคนในพื้นที่ พยายามที่จะทำไปโดยไม่ฟังความเห็นแบบนี้อันตรายนะ

“ถ้ารัฐบาลไม่ฟังสักเรื่อง คนก็จะมองว่ารัฐบาลขาดการมีส่วนร่วม ขาดการรับฟังความเห็นของคนในพื้นที่ รัฐมุ่งที่จะดูเหมือนว่าเอาแต่ความต้องการของรัฐบาลเอง คือเรื่องไฟฟ้าถ่านหินมันดูเหมือนว่าทั่วโลกปฏิเสธหมดแล้ว ไทยเรายังดึงดังอยู่ ก็ทำให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสียแนวร่วมไปได้นะ เสียแนวร่วมไปมากทีเดียว” เจือ ระบุ

เขา เชื่อว่า การดึงดันของ คสช.กระทบภาพลักษณ์และคะแนนนิยมอย่างแน่นอน จากสาเหตุ 1.ไม่ฟังความเห็นคนในพื้นที่ 2.ไม่ฟังความเห็น สส.ในพื้นที่ 3.ใช้วิธีการรุนแรงจับกุมชาวบ้าน

“รัฐบาลต้องฟังเหตุผลแบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่ว่าไปเชื่อข้อมูลจากฝ่ายราชการเพียงอย่างเดียว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เองก็เหมือนกัน ควรที่จะต้องมีท่าทีที่เปิดกว้างมากกว่าเดิม รัฐบาลเองก็เหมือนกัน ต้องฟังความเห็นของคนที่เห็นต่าง นี่คือสิ่งที่น่าจะเป็น เพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินเรามองแล้วว่ามันไม่ได้ เรามีพลังงานทดแทนอีกหลายๆ ตัวที่ยังไม่ได้เอามาใช้ มันต้องคิดมากกว่านี้” สส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอความคิดเห็น

เจือ ทิ้งท้ายว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ประกาศไปแล้วว่าไม่เอาเชื้อเพลิงถ่านหิน ยืนยันว่าเราไม่เอา เราจะมาดูว่าใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นได้กี่ประเภท ถ้าเรามีความจำเป็นที่จะสร้างโรงฟ้าที่นั่นจริงๆ เราก็ไม่ขัดคล่อง แต่ต้องใช้เชื้อเพลิงที่เป็นไปได้ ยืนยันว่าเราประกาศชัดเจนแล้วว่าเราไม่เอาถ่านหิน

- Advertisement -