เลาะรั้ว Eco School … โรงเรียน สวล. วางหลักสูตรปลูกจิตสำนึก ‘รักษ์โลก’

ความรับผิดชอบและความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก และนั่นคือภารกิจหลักของ “โรงเรียนอีโคสคูล” หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Eco School)

โรงเรียนอีโคสคูล คือโรงเรียนที่มีการพัฒนาระบบเพื่อสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ ตระหนักต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาท้องถิ่น
นักเรียนที่ผ่านโรงเรียนแห่งนี้ จะต้องพร้อมที่จะเข้าไปมีบทบาทในการช่วยป้องกัน ฟื้นฟู รักษา และใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะแม่งานหลักในการขึ้นรูปโรงเรียนอีโคสคูล ได้จัดการประชุมเปิดรับสมัครโรงเรียนอีโคสคูล ประจำปี 2561 ไปเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2560 ภายใต้ความคาดหวังที่จะสร้างพลเมืองเพื่อสิ่งแวดล้อม

รัชฎา สิริยากุล ณ อยุธยา อธิบดี สส. บอกเล่าว่า สส.ได้ดำเนินโครงการโรงเรียนอีโคสคูล มาตั้งแต่ปี 2551 โดยใช้แนวคิดการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับนโยบายโรงเรียน หลักสูตร การจัดการเรียนรู้ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนและเสริมสร้างการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมจากทั้งผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียนในโรงเรียน โดยร่วมมือกับชุมชน หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด ภูมิภาค และระดับประเทศ มีเป้าหมายสูงสุดคือ “การสร้างพลเมืองเพื่อสิ่งแวดล้อม”

สำหรับการทำงานของโครงการฯ มีการพัฒนาต่อเนื่องมา คือ 1.ระยะนำร่อง ตั้งแต่ พ.ศ. 2551-2553 ใช้ระบบที่ปรึกษาทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยใน 4 ภูมิภาค ในการติดตามให้คำปรึกษาและประเมินผลการดำเนินการแก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ

2.ระยะที่สอง ตั้งแต่ พ.ศ.2554-2556 เป็นการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นของโรงเรียนในพื้นที่ชุ่มน้ำทั้ง 4 ภูมิภาค โดยใช้กระบวนการ “สิ่งแวดล้อมศึกษา” เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ และในปี 2556 ได้ขยายโครงการมายังโรงเรียนในกรุงเทพฯ เน้นจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา 7

3.ระยะการขยายผลโครงการฯ ตั้งแต่ พ.ศ.2558-2560 ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้โรงเรียนอีโคสคูล 4 ศูนย์ และส่วนปี 2560 นี้ ได้เปิดรับสมัครโรงเรียนที่สนใจ และพร้อมเข้าร่วมโครงการฯ ภายใต้สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

อลงกต ศรีวิจิตรกมล ผู้อำนวยการกลุ่มสิ่งแวดล้อมศึกษา สส. อธิบายว่า สิ่งแวดล้อมศึกษาเป็นกระบวนการที่มุ่งสร้างคนให้มีความสำนึก และห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้คนมีความรู้ มุมมอง ทักษะ และความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะหาทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และป้องกันปัญหาใหม่ ทั้งด้วยตัวเองและร่วมมือกับผู้อื่น

ในส่วนของโรงเรียนอีโคสคูลจะมีพันธกิจด้วยกัน 4 ข้อหลัก ได้แก่ 1.นโยบายการสร้างด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาและโครงสร้างการบริหารการจัดการ 2.การจัดกระบวนการเรียนรู้ 3.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน 4.การมีส่วนร่วมและเครือข่ายสิ่งแวดล้อมศึกษา

คุณลักษณะของโรงเรียนอีโคสคูล จะต้องมีการบริหารจัดการโรงเรียนทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง มีการจัดการเรียนรู้มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน มีการบูรณาการประเด็นสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นเช้าในหลักสูตรการเรียนการสอน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวมถึงต้องเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกคนทั้งโรงเรียนและชุมชนท้องถิ่น และต้องช่วยเสริมพลังการทำงานตามภารเดิมของโรงเรียนที่มีอยู่

“ในตอนนี้มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนอีโคสคูลแล้ว 178 โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งในส่วนงบประมาณ 2561 ทาง สส. เตรียมที่จะเปิดรับสมัครโรงเรียนที่สนใจ และมีความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งจะขยายผลไปยังโรงเรียนภายใต้สังกัดที่ดำเนินโครงการร่วมกับสส. เช่น โครงการส่งเสริมเมืองต้นแบบยั่งยืนอาเซียน หรือโครงการส่งเสริมพหุภาคีชุมชนอย่างยั่งยืน (LA 21)” เขา ระบุ

ด้าน นาวิน องค์ศิริมงคล ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านหนองฝาง จ.อุทัยธานี ผู้ดูแลโครงการฯ ประจำโรงเรียน บอกว่า โครงการนี้ทั้งครูและนักเรียนจะมีส่วนร่วมกันทั้งหมด เช่น พบปัญหาเรื่องน้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น ทุกคนในโรงเรียนก็ช่วยกันหาแหล่งน้ำใหม่โดยนักเรียนจะเป็นผู้ตรวจวัดค่าความปลอดภัยด้วยตัวเอง และบันทึกผลเพื่อรอให้ทาง สส.มาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังมีการปลูกฝังให้นักเรียนรู้จักแยกขยะ แปรรูปขยะ เดิมทีเอกลักษณ์ของโรงเรียนบ้านหนองฝางคือมุ่งส่งเสริมวัฒนธรรมก็จะมีการทำงานใบตอง แต่เมื่อเราพบว่ามีขยะมากขึ้น โดยเฉพาะถุงนมพลาสติก ก็เลยเริ่มช่วยกันหาวิธีนำถุงนมพลาสติกมารีไซเคิล

หนึ่งในผลผลิตจากโครงการโรงเรียนอีโคสคูล อย่าง สุชานันต์ วิญทะไชย เด็กชายวัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านหนองฝาง เล่าว่า เห็นว่าที่โรงเรียนมีขยะค่อนข้างเยอะ เลยคิดอยากจะเอาขยะเหล่านั้นมารีไซเคิล อย่างการประดิษฐ์บายศรีจากถุงนมพลาสติกแทนใบตอง ประจวบกับโรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการฯ จึงสนใจที่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และชุมชนโดยรอบต่อไป

อีกหนึ่งนักเรียนหัวใจสีเขียวอย่าง สมพงษ์ ศรีพลัง อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนแก่งทองอุปถัมภ์ กรุงเทพฯ เล่าว่า จะเห็นปัญหารอบๆ โรงเรียนซึ่งมีสวนสาธารณะและมีต้นไม้เป็นจำนวนมาก เมื่อใบไม้ร่วงลงมาก็มักจะถูกจัดการโดยการเผา ซึ่งเป็นการกำจัดที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทางโรงเรียนจึงคิดนำใบไม้แห้งมาแปรรูปให้เป็นปุ๋ยใบไม้แห้ง พอช่วงฤดูฝนไม่มีใบไม้ร่วง ก็จะนำใบไม้สดมาเป็นปุ๋ยเลี้ยงไส้เดือนต่อได้

“มันเป็นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ผมคิดว่ามันยั่งยืน และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หนำซ้ำยังสามารถนำมาทำประโยชน์ได้อีกด้วย ซึ่งโครงการนี้ทำให้นักเรียนต่างรู้ และตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมได้ดี” นักเรียนรายนี้แสดงความคิดเห็นฉะฉาน

ทั้งหมดคือรูปธรรมของจิตสำนึกที่ถูกปลูกฝังโดยหยั่งรากลงลึกตั้งแต่วัยเด็ก