ครม.เห็นชอบ ‘กม.สิ่งแวดล้อม’ ฉบับใหม่แล้ว ภาคปชช.จ่อม็อบยืดเยื้อ-ปักหลักค้านสุดซอย

ครม.ผ่าน พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฯ แล้ว เสนอให้ สนช.พิจารณาต่อ ด้านเครือข่ายภาคประชาชนระดมพลค้าน ดีเดย์ 6 ธ.ค.ประชิดทำเนียบ

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2560 มีมติเห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป

สำหรับสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ประกอบด้วย 1.กำหนดให้โครงการ กิจการหรือการดำเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตที่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อมต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) 2.กำหนดให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ทำหน้าที่พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

3.กำหนดให้ผู้ดำเนินการหรือผู้ขออนุญาต จัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อเสนอต่อเจ้าหน้าที่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 4.กำหนดให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการเปรียบเทียบ และกำหนดความผิดตาม พ.ร.บ.มีโทษปรับสถานเดียวหรือเป็นความผิดที่มีโทษปรับหรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี

นายสมบูรณ์ คำแหง ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) กล่าวว่า เบื้องต้นไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่ช่วงเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ภาคประชาชนเห็นว่า พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฉบับเก่ามีความล้าสมัย ทั้งยังมีปัญหาในเชิงปฎิบัติ เช่น เรื่องของกระบวนการด้านสิ่งแวดล้อม การทำรายงานศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

“ขณะนี้มีความชัดเจนว่ารัฐบาลเดินหน้าร่าง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ซึ่งก็ได้พูดคุยกับภาคีเครือข่าย และผู้ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ว โดยได้ข้อสรุปว่าจะมีการเคลื่อนไหวร่วมกันทั่วไปประเทศในวันที่ 6 ธ.ค.2560 หน้าทำเนียบรัฐบาล มีเป้าหมายเพื่อให้หยุดเดินหน้า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ทั้งยังมีการเสนอร่างฉบับภาคประชาชนให้พิจารณา หากมีการแก้ไขจริงจะต้องพิจารณาร่วมด้วย ยืนยันว่าจะระดมจำนวนคนให้มากที่สุด ทั้งยังจะปักหลักจนกว่ารัฐบาลจะมีการประกาศชะลอ หรือว่าหยุด” นายสมบูรณ์ กล่าว

นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีการทำร่าง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฉบับภาคประชาชนร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และมีความเข้าใจว่ารัฐบาลน่าจะเห็นร่างฉบับดังกล่าว แต่มีการหยิบประเด็นขึ้นมาเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งยังคงขาดประเด็นสำคัญ อีกทั้งยังไม่ได้มีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฉบับเดิมทั้งฉบับ มีการแก้ไขเพียงบ้างส่วน โดยการแก้ไขกลับไปลดทอนกระบวนการที่ดีกว่าเดิม

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เครือข่ายภาคประชาชนได้เรียกร้องให้รัฐบาลยุติร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. … โดยให้เหตุผลไว้ 10 ประเด็น

ทั้งนี้ ประกอบด้วย 1.ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 58 ของรัฐบาลคณะรัฐประหาร ว่าด้วยการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสีย

2.เปิดช่องให้มีการปล่อยปละละเลยปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนมากยิ่งขึ้น 3.เอื้อให้โครงการพัฒนาขนาดใหญ่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง 4.รัฐเป็นผู้ร่างกฎหมายฝ่ายเดียว ขาดการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน

5. ไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอก่อนการรับฟังความคิดเห็น เช่น สภาพปัญหา สาเหตุของการตรากฎหมาย สาระสำคัญของกฎหมาย ฯลฯ 6. การแสดงความคิดเห็นของประชาชนมีเพียงช่องทางเดียวคือเว็บไซต์ และกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำเพียง 15 วัน

7. ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ มาตรา 53 มีการสอดไส้คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2559 เปิดช่องให้มีการอนุมัติโครงการไปพลางก่อนได้โดยต้องรอรายงาน EIA/EHIA

8. ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ มาตรา 50 ระบุถึงการควบคุมเฉพาะกรณี “โครงการหรือกิจการ” แต่ไม่ครอบคลุมถึง “การดำเนินการใดของรัฐ” ซึ่งเป็นการลดทอนความหมายในรัฐธรรมนูญให้แคบลง อาจนำไปสู่การหลบเลี่ยงการจัดทำรายงาน EIA/EHIA

9. ควรมีระบบการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) ก่อน จากนั้นจึงจัดทำรายงาน EIA/EHIA ในขั้นต่อไป

10. คณะกรรมการผู้ชำนาญการในการพิจารณารายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ควรแยกเป็นหน่วยงานอิสระและเป็นกลาง